ตอนที่ 857
บทที่ 857 ตัวตนใหม่และเก่าของตนเอง
October 31, 2026
บทที่ 857 ตัวตนใหม่และเก่าของตนเอง
ตรงหน้าของนางเห็นเพียงแค่รูปร่างเลือนราง
นอกหน้าต่างมีลมหิมะพัดอยู่ ภายในห้องมีโคมไฟ ร่างกายที่เจ็บปวดยังถือว่าสามารถอดทนได้ ในใจยังคงรู้สึกไม่ปลอดภัย มีดที่โดนแทงตรงหน้าอกยังคงเจ็บปวดดั่งไฟสุ่มอก ทำให้นางนึกถึงค่ำคืนวันเข้าหอ เปรียบดั่งเป็นฝันร้าย
แต่นางกลับนึกหน้าของเจ้าบ่าวไม่ออก สับสนวุ่นวายใจไปหมด
พอลุกขึ้นมาจากเตียงได้ นางก็ใช้มือยันบนโต๊ะแล้วเดินไปที่ข้างหน้าของโต๊ะ โชคดีว่าบนโต๊ะมีเทียนจุดให้ความสว่างอยู่ บนนั้นยังสิ่งล้ำค่าทั้งสี่ในห้องหนังสือวางอยู่บนนั้น นางนั่งอยู่บนเก้าอี้แล้วดึงเสื้อบนร่างกาย หยิบหนังสือเล่มหนึ่งมาวางไว้บนมือแล้วค่อยๆลูบคลำ หมึกดำที่อยู่ด้านบนได้บรรยายตัวอักษรไว้
ล้วนเต็มไปตำรับยา เป็นตัวหนังสือของนางทั้งหมด
จนกระทั่งในตอนที่นางกำลังจะใช้สายตาเพ่งมอง ประตูก็ถูกเปิดออกเสียงดังแอ๊ด
ตามมาด้วยเสียงของกุ่ยเม่ย“เจ้าตื่นขึ้นมาทำอะไร!”
มีของบางอย่างถูกกุ่ยเม่ยนำมาวางไว้บนโต๊ะ หลังจากนั้นกุ่ยเม่ยก็อุ้มนางขึ้นมา แล้วยัดลงไปบนผ้าห่มใหม่อีกครั้ง นำถุงนุ่นยัดเข้าไปที่หน้าอกของนาง
นางตะลึงไปชั่วครู่ แล้วตบไปที่ถุงนุ่มตรงหน้าอกเบาๆ“กุ่ยเม่ย?เจ้าทำหมอนเป็นด้วยหรือ”
“ข้าเรียกมันว่าถุงนุ่น อีกทั้งนี่เป็นสิ่งที่เจ้าทำ”กุ่ยเม่ยเกาหัวแกรกๆแล้วนั่งลงตรงข้างเตียง เขาจำไม่ได้แม้แต่น้อยว่าเมื่อก่อนเรียกนางว่าอย่างไร
กู้อ้าวเวยยกยิ้มตรงมุมปาก นำศีรษะยัดเข้าไปในถุงนุ่น“เหตุใดข้าถึงเชื่อใจเจ้าอย่างกะทันหัน เป็นเพราะว่าชิงต้ายหรือ?”
เสียงของนางนุ่มนวล ยังมีเสียงร้องของความเจ็บปวดอย่างขมขื่นจากการถอนพิษก่อนหน้านี้หลงเหลืออยู่ สายตาขุ่นมัวฝ้าฟางยังมีความเงียบสงบแฝงไว้
ไม่ว่าจะเวลาไหน กู้อ้าวเวยก็ยังคงเป็นกู้อ้าวเวยอยู่วันยังค่ำ
“เป็นเพราะความจงรักภักดีที่ข้ามีต่อเจ้า สุดท้ายถึงได้เป็นเพื่อนกับเจ้าได้ มาวันนี้ ได้มาเป็นพี่ชายของเจ้า”กุ่ยเม่ยมองไปที่นางอย่างหน่ายใจ“ข้าเดินทางกับเจ้าไปแล้วสถานที่มากมาย เจ้าสอนข้าเยอะมากเช่นกัน”
กู้อ้าวเวยจับไปที่ถุงนุ่นจนแน่น นำศีรษะมุดเข้าไปในนั้นอีกเล็กน้อย รู้สึกแน่นตรงหน้าอก“ข้าจำได้ว่าองค์ชายสามดูแลข้าดีมาก แต่ข้าก็จำไม่ได้ว่าเจ้ากับชิงต้ายไปเป็นสหายกันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”
กุ่ยเม่ยตกตะลึงไปชั่วครู่ ในใจมีเสียงดังสะอึก
“เจ้าจำองค์ชายสามได้?”
“ข้าจำได้ว่าข้านอนหลับใหลอยู่บนเตียงของเขามาหลายวัน แต่ดูท่าแล้ว ข้ากับเขาเหมือนจะเป็นเพียงแค่เพื่อนกันเท่านั้น เหมือนกับว่าในใจเขาคิดอะไรอยู่?”กู้อ้าวเวยกะพริบตาปริบๆ แล้วเอียงคอมาหมายจะมองหน้าของกุ่ยเม่ย“อีกทั้ง เมื่อครู่ข้าได้จับตำรา บนนั้นเขียนว่าข้าชื่อยู่ชีง หลังจากที่ข้าถอนพิษแล้วข้าจะต้องไปที่เมืองเทียนเหยียนเพื่อช่วยใคร ข้างหลังไม่ได้เขียนอะไรไว้อีกแล้ว ข้าจะต้องไปช่วยใครกัน?”
“รอเจ้าไปแล้ว อยากจะช่วยใครก็ช่วยเลย”กุ่ยเม่ยลุกขึ้นยืน กดไหล่ของนางไว้ให้นอนลงไป“เจ้าเสียเลือดมามาก ก่อนหน้านี้ก็สลบไปแล้วเจ็ดแปดวัน พักผ่อนดีๆ”
“ดูจากรอยมีดแล้ว รอยแผลพวกนั้นข้าเป็นคนทำเองทั้งหมด อีกทั้ง บาดแผลต่างร่างกายของข้ามีเยอะเกินไป”กู้อ้าวเวยยื่นมือไปดึงปลายกระบอกเสื้อ แล้วขมวดคิ้วเบาๆ“ข้ามีชีวิตได้เหนื่อยขนาดนี้เลยหรอ?”
กุ่ยเม่ยรู้สึกตกตะลึง สติหลุดออกไปอยู่นาน
เหนื่อยไหม?
ในความทรงจำของเขากู้อ้าวเวยมักจะทำทุกเรื่องอย่างกระฉับกระเฉง เหมือนกับในทุกวันของนางจะคอยคิดแต่ว่าจะต้องเดินก้าวต่อไปอย่างไร บาดแผลที่นางได้รับฝากไว้ตามร่างกายของนางอย่างมากมาย แต่นางกลับพูดว่าเหนื่อยน้อยมาก ไม่ใช่ร่างกายที่เหนื่อยล้า แต่เป็นหัวใจที่เหนื่อยล้าต่างหาก