ตอนที่ 858
บทที่ 858 ราชทูตของเย่นเจียง
October 31, 2026
บทที่ 858 ราชทูตของเย่นเจียง
เย่นเจียงตั้งใจส่งราชทูตมาเพื่อปรองดองก่อน ทั่วทั้งแคว้นต่างลือกันให้ว่อน
ซ่านจินจื๋อไม่ได้ออกไปไหนอีกเลยนับตั้งแต่วันที่บีบแก้วจนแตกละเอียด ในวังหลวงต่างเหงาหงอย เศร้าสร้อย ไม่ให้หญิงใดเข้ามาอีกแม้แต่คนเดียว ในวันนี้หวางกงกงเดินเข้ามาอย่างช้าๆ นำเรื่องการมาของราชทูตเย่นเจียงมาทูลรายงาน “วันนี้ฝ่าบาทไม่สะดวกจะพบพ่ะย่ะค่ะ หวังว่าอ๋องจิ้งจะลงมาจัดการเรื่องนี้เอง”
“เมืองเทียนเหยียนกว้างใหญ่ไพศาลขนาดนี้ ไม่มีองค์ชายคนไหนที่สามารถทำงานได้เลยหรือ?”ซ่านจินจื๋อเอนกายพิงอยู่บนเตียง ในมือกำลังเล่นกับลูกแมวสองตัว ด้วยท่าทางเยือกเย็น ใต้ตาดำคล้ำ ราวกับไม่ได้หลับมาแล้วหลายวัน
หวางกงกงรีบโค้งตัวเดินไปข้างหน้า“องค์ชายสามโรคภัยรุมเร้า องค์ชายหกก็ไม่รู้เรื่องของพิธีการ”
“ซ่านต้วนเฟิงล่ะ?”ซ่านจินจื๋อเงยหน้าขึ้นไปมองด้วยความเย็นชา ในขณะที่จะลุกขึ้นยืนนั้น ลูกแมวสองตัวก็เดินตามเขามา เลียอุ้งเท้าพลางใช้ตัวคอยคลอเคลียข้างๆเท้าของซ่านจินจื๋อ ดวงตากลมโตทั้งคู่ก็มองตามซ่านจินจื๋อมองไปที่หวางกงกงเช่นกัน
“องค์ชายเก้า……ตอนนี้ป่วยหนัก คงจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน อีกทั้งตอนนี้ฮูหยินหยุนหว่านกับคนอื่นๆก็อยู่ในโรงเตี๊ยมกัน เกรงว่าถ้าราชทูตเย่นเจียงมาแล้ว จะทำให้มีปัญหาได้”หว่างกงกงรีบเก็บสายตาอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่าแมวสองตัวนี้มีอะไรดีนักหนา
ซ่านจินจื๋อถอนหายใจอย่างแรงสองครั้ง ก้มตัวลงอุ้มแมวสองตัวขึ้นมาแนบอก แล้วพูดขึ้นมาว่า“เมื่อก่อนโรงเตี๊ยมเป็นทางผ่านของน้ำ ตอนนี้ได้เปลี่ยนทำเลแล้ว เหมือนจะอยู่ไม่ไกลจากจวนของข้าเท่าไหร่นัก ไปจัดการหาที่หาทางให้ฮูหยินหยุนหว่านไปพักที่จวนของข้า แล้วนำโรงเตี๊ยมให้พวกราชทูตพักอาศัย”
“ถ้าหากให้คนรู้ว่าราชทูตของเอ่อตาน……”
“นี่เป็นเรื่องที่เจ้าต้องจัดการอย่างระมัดระวัง จัดหาคนที่มีความสามารถไป ฮูหยินอยากจะทำอะไรก็ให้นางทำ ทางที่ดีที่สุดให้นางปล่อยข่าวออกไปให้กู้อ้าวเวยกลับมา เข้าใจไหม?”ใบหน้าอันเย็นชาของซ่านจินจื๋อมองลอดผ่านไหล่ของหวางกงกงไป และยังได้พูดอีกว่า“เสี่ยวป๋ายกับเสี่ยวฮัวช่วงนี้กินน้อยลงมานิดหน่อย ไปหาคนที่เลี้ยงเป็นมาเลี้ยงแมว”
“พ่ะย่ะค่ะ”หวางกงกงที่ได้ยินในสิ่งที่แปลกประหลาด แต่ใจก็ยังถือว่าสามารถวางลงมาได้
ถึงซ่านจินจื๋อจะพูดเช่นนี้แต่เขายังคงคอยให้คนจับตาดูหยุนหว่านให้ดี ดูท่าแล้วคงจะเตรียมไม่ยืนข้างกู้อ้าวเวย
เพียงแต่พอเวลาผ่านไปนาน กู้อ้าวเวยยังคงไร้ข่าวคราวไม่มีวี่แววใดๆ ศพสองร่างของหญิงสาวยังคงไม่ได้ฝัง แต่กลับยากที่จะแยกแยะได้
ซ่านจินจื๋อออกไปเดินน้อยมาก ตอนนี้กลับเดินอุ้มแมวออกไป แต่กลับพบฉีหรัวที่กำลังเตรียมจะออกจากวังพอดี ทั้งสองสบประสานสายตากัน ฉีหรัวมองผ่านสายตาของเขาไป ไม่สนใจนางกำนัลกับขันทีที่บอกให้นางทำความเคารพ เดินตรงออกจากวังไป
“คุณหนูฉีหรัวเป็นเพียงแค่องค์หญิงในนามเท่านั้น ช่างไม่รู้กาลเทศะและมารยาทเสียจริง”
ขันทีน้อยที่อยู่ด้านหลังบ่นพึมพำไปหนึ่งคำ ซ่านจินจื๋อยกมือขึ้นช้าๆ“ฉีหรัวคือพระชายาในภายภาคหน้าของอ๋องจงผิง หัวของเจ้า คงไม่อยากได้แล้วใช่ไหม”
ขันทีน้อยร่างสั่นเทาด้วยความกลัว ไม่รอให้ซ่านจินจื๋อสั่งการ เขารีบวิ่งไปรับการลงทัณฑ์โบยยี่สิบทีอย่างรวดเร็ว
นางกำนัลขันทีที่อยู่ด้านหลังต่างพากันเงียบ ไม่กล้าพูดอะไรอีก
ช่วงนี้หัวใจของซ่านจินจื๋อเอาแต่พะวง มักจะรู้สึกเหมือนมีอะไรเกิดขึ้นกับกู้อ้าวเวย ทางด้านโม่อีก็เหมือนข่าวคราวจะขาดหายไป ดูท่าแล้วเพราะวันนี้ราชทูตของเย่นเจียงมาเยือน การส่งข่าวข่าวจะเป็นการไม่เหมาะสม
เปลือกตาของเขากระตุกไม่หยุด
ใต้เท้าของเขาหิมะลึกลงไปมาก ซ่านจินจื๋อกลับนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาขมวดคิ้วเป็นปม“เมื่อครู่ หวางกงกงบอกว่าราชทูตที่ไหนจะมานะ?”
“เย่นเจียงพ่ะย่ะค่ะ”
เท้าหยุดชะงัก ซ่านจินจื๋อใช้มือหนึ่งวาดผ่านหัวของลูกแมวไป แล้วหัวเราะเบาๆ“ถ้าอย่างนั้นก็ดี มันจะใช้เวลานานเท่าไหร่”
“มาวันนี้เมืองหลวงของเย่นเจียงใกล้กับพวกเรามาก อย่างเร็วก็ยี่สิบวัน อย่างช้าสุดก็หนึ่งเดือน”ซางนิงเดินมาจากที่ไม่ไกลมาก ทำท่าคารวะซ่านจินจื๋อ“อ๋องจิ้ง”