ตอนที่ 859
บทที่ 859 ทำให้รู้กันไปทั่ว
October 31, 2026
บทที่ 859 ทำให้รู้กันไปทั่ว
“ดวงตาของนางเหตุใดถึงเป็นสีเทาหม่น!”
กู้อ้าวเวยถือกระจกทองเหลืองด้วยใบหน้าตกใจ อยากจะมองให้ชัดว่าตกลงดวงตาของตนเองสีอะไร
นางไม่เคยได้ยินดวงตาของใครจะเป็นสีเทามาก่อน ยิ่งไปกว่านั้นนี่มันไม่ใช่สิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่เป็นสิ่งที่ได้มาในตอนหลัง ยิ่งทำให้สงสัยมากขึ้น
กุ่ยเม่ยขมวดคิ้วเป็นปม“เจ้าจำอะไรไม่ได้เลยหรอ?”
“ข้าควรจำอะไรได้หรอ?”กู้อ้าวเวยหันกลับมาด้วยความสงสัยมากยิ่งขึ้น
“บนร่างกายของเจ้ามีร่องรอยสีขาวเทาอยู่ทั่ว มาวันนี้ได้หายไปเกินครึ่งแล้ว จำได้ไหม?”กุ่ยเม่ยนำสัมภาระอันหนักอึ้งแบ่งมาให้ถือไว้ เขาจะเอาแต่ช่วยกู้อ้าวเวยให้ได้รับความสะดวกสบายอย่างนี้ไม่ได้เสมอไป
กู้อ้าวเวยส่ายหน้าอย่างแปลกใจ แล้วรับเสื้อจากมือของกุ่ยเม่ยมาถือไว้ นางขมวดคิ้ว“เหตุใดถึงได้หนักเช่นนี้”
“ด้ายทองด้ายเงิน อีกทั้งนี่เป็นเสื้อผ้าในฤดูหนาว ถึงเวลาก็ต้องเข้าวังหลวงเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยง เพราะว่าคนเยอะมาก และยังอยู่ในศาลา ถ้าหากไม่สวมเยอะหน่อย เกรงว่าจะได้หนาวตายกันพอดี”กุ่ยเม่ยพบว่านางจำรายละเอียดเล็กๆน้อยๆไม่ได้ ทำได้เพียงเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้นาง เครื่องประดับอื่นๆก็ให้คนอื่นๆมาจัดการ
ในตอนที่จะเอาเชือกดงออกจากมือของนางนั้น กู้อ้าวเวยกลับส่ายหน้า“นี่เป็นของสำคัญที่สุด”
กุ่ยเม่ยรู้สึกสบายใจขึ้นมา แต่กลับพบว่ากู้อ้าวเวยเปิดกลไกเล็กๆนั่นออกมา ทำให้เห็นเลือดมังกรโผล่ออกมา“ข้าจะต้องพกมันติดตัวตลอด”
กุ่ยเม่ยรู้สึกกังวลเกี่ยวกับงานเลี้ยงที่กำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้านี้
นางลืมไปหมดแล้วจริงๆใช่ไหม?
พอถึงตอนค่ำ อ๋องจิ้งก็เชิญทุกคนมา ซ่านเชียนหยวนกับฉีหรัวก็ไปอย่างกลีกเลี่ยงไม่ได้ เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าราชทูตของเย่นเจียงคือใคร
ดูแล้วกู้อ้าวเวยก็รู้สึกไม่คอยสนใจเรื่องนี้เท่าไหร่ เดินตามยู่จือเข้าวังไป เสื้อส่าหลี่สีทองถูกซ่อนในเสื้อคลุมขนสัตว์ด้านใน กู้อ้าวเวยกังวลว่าตัวเองจะมองเห็นทางไม่ชัด นางใช้เพียงมือหนึ่งในการดึงแขนเสื้อของยู่จือไว้ ได้ยินเสียงของเหล่ากำนัลขันทีที่พากันแนะนำวังหลวง นางไม่มีความรู้สึกไม่คุ้นชินเลยแม้แต่น้อย ในความทรงจำของนางเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้ว แต่รายละเอียดนางจำไม่ค่อยได้
ยู่จือยังคงให้นางจับไว้ สายตาคู่นั้นคอยพินิจพิเคราะห์พระราชวังชางหลานอย่างละเอียด
ดูยิ่งใหญ่กว่าพระราชวังของแคว้นเจียงเยี่ยนไม่น้อย
เดินทางมาจนถึงศาลา ในส่วนการพูดคุยก็ปล่อยให้ใต้เท้าสองคนที่กู่เซิงส่งมาพูดก็พอแล้ว กู้อ้าวเวยนั่งอยู่บนที่นั่งสำหรับสองคนกับยู่จือ เพราะว่านางสายตาไม่ค่อยดี ข้างกายยังต้องมีนางกำนัลคอยรับใช้ คอยวางสิ่งของไว้บนฝ่ามือของนางอย่างเชื่อฟัง“แม่นางทานอะไรหน่อยเถิด งานเลี้ยงยังต้องรออีกประเดี๋ยว”
“ขอใจนะ”กู้อ้าวเวยพยักหน้า มืออีกข้างก็จับถ้วยไว้ กินไข่น้ำไปหนึ่งคำ แล้วก็หยิบขนมที่วางอยู่ด้านข้าง อย่างไรก็ตามกุ่ยเม่ยบอกกับนางแล้วว่า ขอเพียงแค่นางไม่พูดอะไร กินอะไรก็ย่อมได้
ข้างๆหูมีคนพูดไปมาอยู่ไม่น้อย พูดแค่เรื่องสถานการณ์ของเย่นเจียงทุกวันนี้ หรือในฐานะที่ชางหลานเป็นแคว้นที่อยู่ระหว่างตรงกลางต่างพูดกันแต่เรื่องอำนาจของแคว้นตนเองเป็นอย่างไร ฟังจนน่าเบื่อ นางเก็บมือลงไปแล้วจับช้อนลูบไปมา กลับรู้สึกว่าขาด้านล่างมีตัวอะไรบางอย่างขนฟูๆกำลังคลอเคลียอยู่
“เมี๊ยว~”เสียงเล็กแหลมของแมวดังลอดขึ้นมา
นางก้มหน้าลงไปก็สามารถเห็นแค่เพียงสีขาวหิมะก้อนกลมๆ ยิ้มตรงมุมปากเสร็จ นางก็ยกมือขึ้นมาอุ้มเจ้าก้อนสีขาวเล็กๆขึ้นมา วางไว้บนตัก ค่อยๆบีบจับตรงหลังของมัน เจ้าแมวน้อยร้องเรียกเมี๊ยวๆอย่างสบายอารมณ์ แล้วก็เอาแต่คลอเคลียอยู่ตรงเท้าของนางไม่ไปไหนอีก
“เสี่ยวฮัว”เสียงเล็กแหลมของหญิงสาวร้องขึ้นมาด้วยความตกใจ
กู้อ้าวเวยชะงักชั่วครู่ มือที่จับช้อนอยู่ตกลงมาทันที เจ้าก้อนกลมสีขาวกำลังยืนนิ่งอยู่บนโต๊ะของนาง ร้องเรียกเมี๊ยวกับกับเสี่ยวป๋ายที่อยู่บนตักของนางไม่หยุด
เกรงว่าจะรบกวนการสนทนา กู้อ้าวเวยอุ้มแมวสองตัวขึ้นมาแนบอก