ตอนที่ 870
บทที่ 870 ความเห็น
October 31, 2026
บทที่ 870 ความเห็น
เงียบอยู่นาน
“งั้นปัญหาก็คือฝ่าบาท ถ้าเจ้ารู้ว่าปัญหาของปมอยู่ไหน เจ้าก็น่าจะรู้วิธีการแก้ปมนั้นออก หรือจะเพิ่มกำลังไฟเข้าไปอีก” กู้อ้าวเวยเก็บใบหน้าที่โศกเศร้าไป ยกมือขึ้นเคาะโต๊ะเบาๆ “ถ้าอยากได้ความเชื่อใจของฝ่าบาท เจ้าต้องรับผิดชอบกดเรื่องนี้ลงไป กลับกัน เจ้าต้องยืมมือคนอื่นมาแก้ไขปมนี้ เหมือนกัน ถ้าเจ้าจับโอกาสได้ ก็เป็นคนสองหน้า ต้องมีคนยืนข้างเจ้าแน่นอน ดาบอยู่ข้างมือเจ้าตลอด เป็นเจ้าที่ต้องตัดสินใจจะใช้เมื่อไหร่ก็เท่านั้น”
พอฟังจบแล้ว เมิ่งซู่ก็พยักหน้าพูดว่า “พวกขุนนางคงไม่ต้องการเห็นฝ่าบาทฆ่าคนจำนวนมากเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง แต่เรื่องด่านลั่วส่วยเกี่ยวข้องกับราชการและทุกคน จะจัดการง่ายๆแบบนี้ไม่ได้”
“ดังนั้นล่ะ?” กู้อ้าวเวยเลิกคิ้วขึ้น
“คนตีสองหน้าเป็นทางเลือกที่ไม่เลว แต่ข้าต้องการใบสั่งยา ข้าจะสั่งคนส่งให้เมี่ยวหารให้เขาแก้ออก ตกลงกับเขาว่าถ้าจัดการเรื่องของด่านลั่วส่วยเสร็จจะปกป้องเขาตลอดชีวิต” เมิ่งซู่มองดูดวงตาสีเทาของกู้อ้าวเวยที่เบิกกว้าง “ข้าต้องการมีดเล่มเล็ก ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องยุ่งกับวัด”
ต่อมา กู้อ้าวเวยก็หัวเราะออกมาเบาๆ “เจ้าเป็นขุนนางที่ไม่ประนีประนอมจริงๆ”
“ระวังตัวหน่อยก็ย่อมดีกว่า” เมิ่งซู่ก็ยิ้มตามเล็กน้อย ตัวเลือกพวกนี้จะเผยได้ว่าเขาเป็นเบื้องหลังของทุกอย่าง แต่จะไม่มีคนสังเกตถึงเมี่ยวหารและซู่พ่านเอ๋อเพราะยังไงซูพ่านเอ๋อกับกู้อ้าวเวยตายไปแล้ว
และเมี่ยวหารคงไม่ปล่อยโอกาสสุดท้ายไปแน่ เขาเดินตามความคิดของเมิ่งซู่
กู้อ้าวเวยจึ๊ๆปาก “เจ้ามาเพื่อให้ข้าช่วยเจ้าคิดหาวิธีเหรอ?”
“ที่จริงอยากรู้มากกว่าว่าเจ้ากลับมาที่นี่ทำไม แต่พวกเขาบอกว่าความทรงจำเจ้าสับสนไปหมด” เมิ่งซู่เอาขนมในกระเป๋าออกมาให้นาง และพูดเสียงเบาว่า “อีกอย่าง องค์ชายสามสั่งคนปกป้องเจ้าลับๆมาตลอด ยังตัดการส่งข่าวกับอ๋องจิ้ง ข้ารู้สึกว่าปัญหาเกิดจากตัวเจ้าเอง”
กู้อ้าวเวยกระตุกปากเบาๆ เปิดถุงช้าๆและเบะปากพูดว่า “เหมือนข้าจะไม่ได้ทำอะไร”
“ตามที่ข้ารู้มา พระชายาขององค์ชายสามเพราะจะทำร้ายเจ้า ตอนนี้ถูกขังอยู่ในจวนอยู่นาน ตอนนี้พึ่งได้รู้ องค์ชายสามไม่ให้นางทำร้ายเจ้าถึงได้สั่งไปแบบนี้” สีหน้าเมิ่งซู่เคร่งขรึมลง นิ้วมือเคาะลงโต๊ะเบาๆ “เจ้าไม่รู้จักเสน่ห์ของตัวเองเลยเหรอ?”
“ไม่นะ ตอนนี้ข้าแค่แปลกใจว่าทำไมคนรักในความจำข้า กับอ๋องจิ้งที่ข้าเจอตอนนี้กลับต่างกันมากล่ะ ข้ารู้สึกสับสนมาก” กู้อ้าวเวยกรอกตามองบน นางไม่คิดว่าตัวเองจะกลายเป็นอย่างตอนนี้ ยังมีร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผล
ขนาดโม่ซานคนที่วรยุทธเก่งกาจปานนี้ ก็ต้องรู้สึกไม่ปลอดภัยเพราะแขนที่มีแผลไหม้
และร่างกายนางยังจำความเจ็บปวดนั้นได้ดี แต่นอกจากปากแล้ว นางก็ไม่มีประโยชน์อะไรมาก
เมิ่งซู่ส่ายหน้า “เดี๋ยวสองสามวันข้าจะส่งเสื้อคลุมมาให้เจ้า เจ้ากับแม่หญิงยู่จือใส่ในงานเลี้ยงฤดูหนาวได้ อีกอย่างช่วงนี้ในวังอาจจะส่งมาม่ามาสอนมารยาทในวังให้กับพวกเจ้า เจ้าต้องทำเป็นไม่รู้นะ”
เขาพูดตามที่ฝ่าบาทกล่าวมาทั้งหมดแล้วก็จากไปทันที
ในโรงเตี้ยมเหลือแต่ยัยไง่หงที่อยู่กับนาง นางอยากไปภัตตาคารที่สูงที่สุดในเมืองนี้ ยัยไง่หงกลับอึ้งอยู่นาน ถึงดึงแขนกู้อ้าวเวยเบาๆและพูดว่า “เวลานี้จะมีหิมะตกได้อย่างไร……”
กู้อ้าวเวยมองไปนอกหน้าต่าง ก็เห็นที่ตกเสร็จแล้วกองอยู่เต็มไปหมด ไม่เห็นหิมะอะไรตกเลย