ตอนที่ 876
บทที่ 876 เป็นของกันและกัน
October 31, 2026
บทที่ 876 เป็นของกันและกัน
ยัยไง่หงรีบเดินตามกู้อ้าวเวยไปถึงด้านหน้านาง ยกมือขึ้นพยุงนางไว้ มืออีกข้างก็กอดหลังนางไว้ พูดปลอบใจว่า: “คุณหนู ข้าไปนอนที่โรงเตี้ยมอื่นกับคุณหนูสักสองสามวันเถอะ”
กู้อ้าวเวยยกมือขึ้นลูบหน้าอกตัวเอง มือที่เกาะกำแพงไว้ก็สั่นเทา
นางได้ยินเสียงคนเดินตามมา ยังมีเสียงทหารในโรงเตี้ยมที่อยากจะใกล้เข้ามา
โม่ซานยกมือขึ้นบังพวกทหารไว้ พูดด้วยสีหน้าเคร่งครึ้มว่า: “ท่านอ๋องจิ้งเป็นห่วงร่างกายแม่หญิงยู่ชีงมาก ข้าจะพานางไปนอนที่บ้านพี่ชายสองสามวัน เรื่องต่างๆพวกเจ้าไปถามอ๋องจิ้ง”
แคว้นชางหลาน ไม่มีธรรมเนียมที่ให้คณะทูตไปพักที่โรงเตี้ยม
พวกทหารก็รู้ตัวตนของโม่ซานดี ต่างพยักหน้าตกลงกัน และเตรียมรถม้าให้พวกนาง จนส่งคนไปถึงบ้านตระกูลโม่ กู้อ้าวเวยยังคงเงียบไม่พูดไม่จา ไม่ว่ายัยไง่หงจะถามนางเท่าไหร่ก็ยังไม่ยอมพูด โม่ซานจึงให้นางออกไปก่อน ตัวเองก็จับมือกู้อ้าวเวยเข้าไปในห้อง
กู้อ้าวเวยนั่งลงข้างเตียง สองมือพยุงเตียงไม้ไว้แน่น
“เจ้าเชื่อใจข้าได้ ข้าเป็นคนพเนจร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราชการ ก็ไม่เป็นอันตรายต่อเจ้าเลย” โม่ซานดึงเก้าอี้มานั่งข้างกู้อ้าวเวย เอามีดที่ไว้ข้างเอวออกมาไว้ในมือกู้อ้าวเวย: “ที่จริงเจ้าก็มีมีดเล่มนี้ ชื่อว่าหยุนอี้ แต่ว่าตอนี่ถอนพิษ เหมือนจะหายไปพร้อมลำธารน้ำน่ะ”
จับมีดในมือไว้แน่น กู้อ้าวเวยยกมือขึ้นปิดปากตัวเองไว้อย่างเจ็บปวดใจ เสียงแหบลง: “ข้าทำผิดเหรอ?”
“ยังดี แต่กุ่ยเม่ยเชื่อใจเจ้ามาตลอดและเป็นห่วงเจ้ามาก รู้ว่าเจ้าเก็บซ่อนความลับไว้ไม่พูด เขาก็อาจจะ……ไม่ค่อยชิน” โม่ซานพูดช้าลง และพูดเสียงเบาว่า: “และสุดท้ายเจ้ากลับเลือกยู่จือ ดังนั้นกุ่ยเม่ยจึงน้อยใจ แต่ยู่จือกับยู่หงแค่กลัวเจ้าเท่านั้น”
ได้ยินกลัวคำนี้ กู้อ้าวเวยก็กำมือไว้แน่นกว่าเดิม
โม่ซานเลิกคิ้วขึ้น กำลังคิดว่าจะพูดยังไงให้พลิกสถานการณ์ได้ ประตูด้านนอกก็มีเสียงเคาะดังขึ้น
“ข้าไปเปิดประตู เจ้าใจเย็นนะ” โม่ซานตบไหล่นางเบาๆ เดินไปเปิดประตูออก
โม่อียกกับข้าวมายืนอยู่หน้าประตู และพูดว่า: “กู้เฉิงยังอยู่ในมือข้า จะให้นาง……”
ยังอยากจะหยุดไม่ให้โม่อีพูดต่อแต่ก็ไม่ทันแล้ว กู้อ้าวเวยกระพริบตามองอย่างมึนงง
“อะไรเหรอ?” โม่อีถูกน้องสาวมองค้อนโดยไม่รู้เรื่อง และมองไปที่กู้อ้าวเวย กลับไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้ากู้อ้าวเวยที่ซีดลง และพูดว่า: “แผลที่ขาเขาดีแล้ว แต่ต่อไปคงจะเดินอีกไม่ได้แล้ว”
ตัวกู้อ้าวเวยสั่นสักพัก ต่อมาก็ยิ้มขึ้นมาและพูดว่า: “นั่นเป็นเรื่องที่ข้าทำเองกับมือ”
โม่ซานดึงถาดกับข้าวมาและผลักโม่อีออกไป นางคิดไม่ถึงเลยว่ากลับมาที่บ้านตัวเอง กู้อ้าวเวยยังถูกกระตุ้นได้อีก ถ้ายู่จือเมื่อคืนกลับมาเดาไม่ผิดละก็ กู้อ้าวเวยความทรงจำไม่ได้วุ่นวาย และยังฟื้นฟูถึงตอนอายุสิบกว่าขวบ ดังนั้นความทรงจำที่รักปัญญาชนของนางจึงใหม่มาก
ถึงเวลา กู้เฉิงยังคงเป็นพ่อที่ดีในความทรงจำของนาง
โม่อีไม่เข้าใจทำไมตัวเองถูกไล่ออกมา แต่กลับได้ยินเสียงโม่ซานดังขึ้น: “เจ้าต้องยอมรับเรื่องนี้ช้าๆ เพราะยังไงหายไปหลายปี……”
“แต่ข้าไม่ใช่หมออีกแล้ว ข้าต้องรับกับเรื่องนี้ให้ได้อย่างรวดเร็ว ไม่งั้นพวกเจ้าจะรับรองได้อย่างไรว่าร่างกายข้าจะไม่เกิดเรื่องผิดพลาดอะไรขึ้น?” เสียงกู้อ้าวเวยดังขึ้นเรื่อยๆ เทียบกับความทรงจำของโม่อีที่มีต่อกู้อ้าวเวยนั้นอารมณ์ร้อนมากกว่า ด้วยเสียงเท้าที่ดังขึ้น กู้อ้าวเวยก็พูดเสียงดังมากขึ้น: “ข้าเตือนตัวเองอยู่ตลอด ทำสิ่งที่ดีที่สุด อย่าให้เกิดเรื่องผิดพลาดได้ เพราะทุกคนสำคัญกันหมด!”
“เจ้ากำลังคิดมากอะไรกัน ไม่มีใครที่สามารถควบคุมทั้งหมดได้ ที่เจ้าต้องทำคือเชื่อใจคนรอบข้าง”
“ในตอนที่ข้ายังจำได้แค่ภาพลางๆ ในหัวข้ายังคงว่างเปล่า ใครมาบอกข้าทีว่าข้าควรจะเชื่อใจใคร!” กู้อ้าวเวยตะโกนด้วยน้ำตา