ตอนที่ 897
บทที่ 897 บอกเล่าเรื่องราว
October 31, 2026
บทที่ 897 บอกเล่าเรื่องราว
“อย่าปล่อยให้นางหนีไปได้”
“กระโดลงไปตามหา” อย่าให้นางหนีรอดไปได้เด็ดขาด
ในหูมีเสียงหลายอย่างดังขึ้น จากนั้นมีเพียงเสียงของแม่น้ำที่ไหลกระทบแขนขา กู้อ้าวเวยตื่นมาจากความฝันร้าย ราวกับว่าไฟที่กำลังลุกไหม้ท่าเรือก่อนที่จะตกลงไปในน้ำ ยังคงมีประกายไฟปรากฏอยู่ภายในดวงตาสีเทาของนาง และการมองเห็นที่พร่ามัวจนแทบจะมองไม่เห็นว่านี่คือห้องที่เรียบง่ายห้องหนึ่ง
นางอยากที่จะลุกขึ้นมา กลับถูกผู้หญิงที่วิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วกดให้นอนลง
“คุณหนู เมื่อกี้ท่านเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดแล้ว อย่าเพิ่งรีบลุกขึ้นมา”
น้ำเสียงของเฟิงฉีนดังขึ้น กู้อ้าวเวยจึงจำต้องนอนลง ยกมือจับดูหน้าผากของตัวเอง พบว่ารอยสักบนใบหน้าพวกนั้นถูกทำความสะอาดจนหมดแล้ว แววตาค่อนข้างเศร้าลง “เจ้าต้องการทำอะไรกันแน่?”
“ข้าเคยรับปากท่านว่า จะพาท่านไปเที่ยวงานเทศกาลในเมืองเทียนซิง ไม่อยากที่จะผิดคำพูด แต่หลายวันก่อนหลังจากที่ขึ้นมาจากน้ำแล้วท่านไม่สบาย หลับไม่ฟื้นอยู่สามวันสามคืน จึงทำให้ไม่ได้ไปเที่ยวงานเทศกาลในเมืองเทียนซิง” เฟิงฉีนตั้งใจพูดด้วยเสียงอ่อนโยน เห็นกู้อ้าวเวยแสดงสีหน้าสงสัย จึงพูดขึ้นต่อว่า “หลายวันนี้ท่านดื่มได้เพียงน้ำซุป ร่างกายจึงไม่มีแรง เกรงว่าจะต้องอยู่ที่นี่สักระยะหนึ่ง”
เฟิงฉีนก้มตัวลงจัดการเก็บเสื้อผ้าบนโต๊ะ ขณะเดียวกันกู้อ้าวเวยก็รู้สึกว่า ปวดหัวไม่สบาย น้ำเสียงก็แหบแห้งกว่าก่อนหน้านี้ ลำคอคันจนต้องไออยู่หลายที หลังจากนั้นเสียงเฟิงฉีนก็ดังขึ้น “ยาใกล้จะต้มเสร็จแล้ว คุณหนูท่านพักผ่อนก่อน”
กู้อ้าวเวยพลิกตัวบีบบังคับไม่ให้ตัวเองหันไปมอง ในหัวสมองกลับสับสนไปหมด รอจนเมื่อเฟิงฉีนพักยาจนเย็นแล้วยื่นมาให้นางทาน นางค่อยถามขึ้นว่า “เมื่อก่อน ข้าก็เคยตกน้ำใช่ไหม?”
มือของเฟิงฉีนหยุดชงักไปแปบหนึ่ง แล้วก็ป้อนยาให้นางทางอย่างอ่อนโยน พร้อมพูดว่า “ก่อนหน้านี้ท่านเคยถูกคนโหวเซ่อลักพาตัวไป กระโดดลงน้ำไปในน้ำเพื่อหลบหนี หลังจากลำบากอยู่สักพักถึงค่อยได้กลับมายังเมืองเทียนเหยียน....”
เฟิงฉีนได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังอย่างละเอียด แต่รายละเอียดบางอย่างนางก็ไม่ค่อยรู้ ส่วนมากแล้วล้วนเคยได้ยินมาเท่านั้น หรืออาจจะเป็นคำร่ำลือ แต่กู้อ้าวเวยกลับฟังอย่างตั้งใจ เข้าใจอยู่บ้าง
เมื่อฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว มือที่อยู่ใต้ผ้าห่มกำหมัดแน่น “ข้ากลับไปคนเดียวหรือ?”
“ตอนนั้นในใจในสายตาของท่านอ๋องจิ้งมีเพียงซูพ่านเอ๋อคนเดียว” เฟิงฉีนหัวเราะแห้ง วางถ้วยยาที่ดื่มจนหมดแล้วลงบนโต๊ะ แล้วก็ยกมือนวดบ่าของนางเพื่อแสดงความปลอบใจ “เรื่องนี้เกิดขึ้นเร็วมาก หากตอนนั้นคุณหนูเลือกองค์ชายสาม ก็จะไม่เกิดเรื่องเช่นนี้”
“ข้ารู้” กู้อ้าวเวยกลั้นน้ำตาไว้
ถึงแม้จะรู้ว่าสถานการณ์ในตอนนั้นกลับตอนนี้ไม่สอดคล้องกัน แต่นางก็คิดไม่ถึงว่า นางมาอยู่ในสถานที่ที่ไม่รู้จักนี้ได้อย่างไร จากสถานที่ห่างไกลปราศจากอาวุธและสิ้นเนื้อประดาตัว กลับมายังเมืองเทียนเหยียน
นี่ก็เหมือนกันกับภายในสมองอันว่างเปล่าตอนที่นางฟื้นขึ้นมา ทำให้น่ากลัวมาก
เฟิงฉีนสังเกตดูท่าทีแววตาที่ค่อนข้างโศกเศร้าเจ็บปวดของกู้อ้าวเวย มุมปากอมยิ้มแล้วก็ยกของออกไป
แต่ถึงตอนกลางคืน กู้อ้าวเวยยังคงให้เฟิงฉีนเล่าเรื่องทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้นกับตัวเองให้ฟังอย่างละเอียด นางถึงค่อยรู้ว่าขาสองข้างนี้ทำไมเมื่อถึงฤดูหนาวจะต้องเจ็บปวดจนทนไม่ไหว และหน้าอกตัวเองที่ถูกแทงจนถึงตอนนี้แล้วยังรู้สึกเจ็บปวด
ในขณะเดียวกันก็ยังรู้ว่า ตอนนั้นทำไมซ่านจินจื๋อถึงทำร้ายนางเพื่อซูพ่านเอ๋อ
“สิ่งที่เจ้าพูดมาพวกนี้ไม่ได้โกหกข้า?” กู้อ้าวเวยยังคงอดไม่ได้ที่จะถาม ฟังมาตั้งนาน นางยิ่งแปลกใจว่าทำไมตัวเองอย่างเลือกซ่านจินจื๋อ
“ข้าไม่โกหกท่านอยู่แล้ว ต่อให้เป็นองค์ชายสาม ก็ทุ่มเทให้ท่านทุกอย่าง เขาก็เคยคิดที่จะหลอกใช้ท่าน อาศัยความฉลาดของท่านคิดหาหนทางช่วยให้เขาได้ขึ้นไปอยู่ในที่สูงยิ่งขึ้น แม้แต่ใต้เท้าเมิ่งซู่เป็นคนสำคัญที่ท่านแนะนำให้ช่วยเหลือองค์ชายสาม” เฟิงฉีนเล่าเรื่องทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นให้ฟังตามคำสั่งของซ่านเซิ่งหาน ไม่ได้ปิดบังเลยสักนิด
แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงความเงียบสงบเพียงชั่วครู่ของกู้อ้าวเวย กับมุมปากที่ยิ้มพูดขึ้นว่า “พวกนี้ข้าล้วนจำไม่ได้ แต่คิดดูดีๆแล้ว ข้าไม่ใช่กู้อ้าวเวย”