ตอนที่ 898
บทที่ 898 ที่สำคัญ
October 31, 2026
บทที่ 898 ที่สำคัญ
รถม้าที่ส่งขุนนางทูตเย่นเจียงค่อยๆขับเคลื่อนเข้ามาในเมืองเทียนเหยียน
รถม้าที่งดงามหรูหราแล่นผ่านบนถนนท่ามกลางน้ำค้างยามเช้า ยู่จือตื่นขึ้นมาเพราะแรงกระแทก เปิดม่านมองดูท้องฟ้าที่ยังไม่สว่างแต่ในเมืองเทียนเหยียนก็มีคนเดินเต็มท้องถนนแล้ว ร้านขายอาหารเช้าเปิดเรียงราย ขณะที่นางกำลังครุ่นคิดอยู่ ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งถือตะกร้าผักแล้วพูดขึ้นว่า
“ได้ยินมาว่าคนร้ายที่ฆ่าคนที่ด่านลั่วสุ่ยจับตัวได้แล้ว ตอนนี้ถูกส่งไปขังอยู่ในคุกหลวงแล้ว”
“น่าหวาดกลัวมากเลย หลายวันก่อนลูกพี่ลูกน้องของข้าเพิ่งหนีมาหลบภัยจากด่านลั่วสุ่ยที่บ้านข้า สองเดือนก่อนก็มีคนตายไปแล้วไม่น้อย คนที่ตายก็ล้วนเป็นคนเย่นเจียง เจ้าว่าน่าสงสัยไหม?”
ผู้หญิงหลายคนกำลังพูดคุยเรื่องนี้กันอยู่ สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่ก็ยังคงพูดกันอยู่อย่างตื่นเต้น
ยู่จืออดหัวเราะไม่ได้ อีกด้านก็สงสัยอยู่ว่าคนร้ายที่ฆ่าคนที่ด่านลั่วสุ่ยเป็นใครกันแน่ เพิ่งได้ยินเสียงรถม้าหยุด ม้าสองตัวก็ส่งเสียงร้องขึ้นมาอย่างไม่หยุด ทำให้รถม้าทั้งคันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงไปด้วย ผ้าโปร่งทองก็หลุดออก นางเปิดม่านพูดขึ้นอย่างโกรธเคืองว่า “รีบจอดกะทันหัดทำไม”
เพิ่งพูดเสร็จ นางก็มองเห็นซ่านเชียนหยวนโดดลงมาจากม้าตรงด้านหน้า ยืนอยู่ตรงหน้าทหารเฝ้าประตูเมืองหลายคน เถียงอะไรสักอย่างอยู่กับพวกเขาด้วยสีหน้าโมโห ส่วนคนขับรถมาด้านหน้าพูดขอโทษยู่จืออย่างมีนอบน้อม ยังพูดขึ้นว่า “หรือว่าให้ค่าส่งทั้งสองท่านกลับไปยังจวนตงฟางกับโรงเตี้ยมไหม ท่านอ๋อวงจงผิงจะต้องพาคุณหนูฉีเข้าวัง”
“ข้าก็เป็นหนึ่งในทูตเย่นเจียง ข้าไม่ควรที่จะเข้าไปในวังพร้อมกับใต้เท้าคนอื่นหรือ?” ยู่จือยื่นหัวออกมาจากรถม้า
แต่ทหารข้างรถม้ากลับใช้ดาบเล่มยาวจ่ออยู่ตรงคอของนาง นางค่อยๆเงยคางขึ้นเพื่อหลบ ขมวดคิ้วพูดขึ้นว่า “พวกเจ้าคนชางหลาน ทำแบบนี้หมายความว่ายังไง?”
“ขอรบกวนส่งแม่นางยู่จือไปยังโรงเตี้ยม เรื่องที่แม่นางยู่ชีงหายตัวไปค่อนข้างน่าสงสัย” พวกทหารต่างก็ยืนล้อมรอบทั่วรถม้า ปกป้องไว้อย่างมิดชิด ยู่จือยกมือทั้งสองขึ้นบ่งบอกว่ายอมแพ้ แล้วถอยกลับไปนั่งในรถม้า
ขณะนี้ตงฟางซวนเอ๋อก็เอามือกุมบาดแผลที่ยังเจ็บปวดอยู่แล้วเปิดม่านดู มองดูทหารพวกนั้น สังเกตดูเสื้อผ้าบนกายพวกเขากลับอาวุธที่อยู่ในมือ แล้วก็ขมวดคิ้ว “กรมทหารรักษาวังก็เข้ามาดูแลถึงที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“คุณหนูใหญ่ตงฟาง” พวกทหารทำความเคารพอย่างนอบน้อม หลังจากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาพูดขึ้นว่า “ใต้เท้าในราชสำนักสงสัยว่าเรื่องที่แม่นางยู่ชีงถูกลักพาตัวไปเป็นฝีมือของคนเย่นเจียงจัดฉากขึ้นมาเอง”
“เพื่ออะไร?” ตงฟางซวนเอ๋อไม่เข้าใจ ในสายตาของนาง เย่นเจียงในตอนนี้ ไม่มีอำนาจใดๆ เป็นช่วงเวลาที่ควรพึ่งพาชางหลาน แล้วจะสร้างเรื่องที่เสี่ยงแบบนี้ทำไม หากถูกจับได้ ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศนั้นเป็นเรื่องเล็ก แต่เย่นเจียงจะถูกม้าเหล็กของชางหลานเหยียบย่ำถึงจะเป็นเรื่องใหญ่
“คนเย่นเจียงได้คนพบวิธีทำให้คนตายฟื้นขึ้นมาใหม่ สงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับแม่นางยู่ชีง และตอนนี้แม่นางยู่ชีงที่ถูกส่งมาหายตัวไปอย่างลึกลับ แสดงว่าฮ่องเต้เย่นเจียงให้ความหวังกับการฟื้นขึ้นมาจากความตายเป็นอย่างยิ่ง” สีหน้าพวกทหารเคร่งขรึม ตั้งใจพูดด้วยเสียงค่อนข้างดัง ให้ยู่จือที่อยู่ด้านในก็ได้ยินอย่างชัดเจน
ร่างกายยู่จือแข็งทื่อ แล้วก็กำหมัดแน่น
หรือว่า คนของชางหลานมีไส้ศึกอยู่ในเมืองหลวงเย่นเจียง
ไม่อย่างนั้นเพียงแค่การกระทำอย่างเร่งรีบ เมื่อกู้อ้าวเวยทำเสร็จหมดแล้วก็ได้ทุบทำลายหมด พวกเขาได้ยินข่าวนี้มาจากไหน?
ตงฟางซวนเอ๋อวางมันลงอย่างสงสัย มองดูยู่จืออย่างตกใจ “ตายแล้วฟื้น? คุณรุ่นหลังตระกูลยู่ของพวกเจ้า มีความสามารถถึงเพียงนี้หรือ?”
“จะเป็นไปได้ยังไง?” ยู่จือหัวเราะเย้ย แล้วก็กลับไปนั่งที่นั่งเดิม พูดขึ้นด้วยเสียงต่ำว่า “ต่อให้น้องสาวของข้ามีความสามารถนี้จริง คนสำคัญในเย่นเจียงมีใครที่กำลังจะตาย? นี่ไม่เหมือนกับการมีชีวิตอมตะของตระกูลหยุน”