ตอนที่ 920
บทที่ 920 การแสดง
October 31, 2026
บทที่ 920 การแสดง
หญิงสาวที่ท้องมีนามว่าจี้ซู เป็นลูกสาวรองของจี้ซื่อหลาง นิสัยเงียบสงบไม่ชิงดีชิงเด่น เก่งวาดรูปและชอบเล่นพิณ ตอนนี้มาเป็นชายารองของตำหนักอ๋องจิ้ง ในใจจึงดีใจไม่น้อย
แต่ตงฟางซวนเอ๋อที่เข้าตำหนักเหมือนกันนั้น ในใจกลับไม่ยอม มองจี้ซูเดินลงจากรถม้าอย่างระมัดระวัง ก็รู้สึกอิจฉาริษยา แต่ใบหน้ากลับแสดงออกมาด้วยความเคารพ พูดแสดงความยินดีต่อกันไม่กี่ประโยคก็เดินเข้าตำหนักพร้อมพ่อบ้านเลย ได้ข่าวว่าตำหนักหลักนั้นกู้อ้าวเวยอยู่ นางจึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว “เช่นนี้ เสียมารยาทนัก”
“ในตำหนักอ๋องจิ้งนั้น สิ่งที่ท่านอ๋องพูดก็คือมารยาท ตอนนี้คุณหนูตงฟางเข้ามาในตำหนักอ๋องจิ้ง หากท่านอ๋องไม่ยอมพูดว่าท่านคือชายารอง พวกบ่าวไพร่ต่างก็ไม่มีใครกล้าเรียกคุณว่าฮูหยิน” พ่อบ้านพูดอย่างโอหัง แม้แต่ในแววตายังมีการเหยียดเล็กน้อย
ตงฟางซวนเอ๋อกัดฟัน ไม่ถกเถียงกับเขา
ในตอนที่เดินไปทางห้องรองนั้น กลับเห็นอ๋องจงผิงกันร่มคันเดียวกับฉีหรัว ในอ้อมยังอุ้มแมวที่เปียกอยู่สองตัว ในตอนที่เจอนั้น ฉีหรัวอึ้งเล็กน้อย แล้วหลบไปพิงข้างๆ ซ่านเชียนหยวน พูดด้วยเสียงต่ำ “หากให้นางเห็นเข้า เกรงว่าจะเป็นการซ้ำเติม”
“ก็ช่วยไม่ได้ เสด็จอาเลือกเอง ไม่รักเดียวใจเดียว” ซ่านเชียนหยวนกัดฟันพูดเสียงแข็งในประโยคหลัง และขยับฉีหรัวเข้ามาในอ้อมมากขึ้น พร้อมกับขยับร่มเล็กน้อย “กอดแน่นหน่อย น้ำฝนมันเย็น”
ฉีหรัวหน้าแดง แล้วตีเบาๆ ที่ไหล่ของซ่านเชียนหยวน จากนั้นก็ก้มหน้าเบาๆ ไปทางตงฟางซวนเอ๋อและจี้ซูด้วยความเคารพ ตงฟางซวนเอ๋อยิ้ม “ขอแสดงความยินดีกับพระชายาอ๋องจงผิง วันมงคลนั้นตระกูลตงฟางต้องถวายของอันมีมูลค่าแน่นอนเจ้าค่ะ”
“ไม่ต้องเกรงใจ ดีที่ได้สูตรยาจากหมิงเย็น ตอนนี้ตำหนักฉีของข้าค้าขายได้ยอดดีมาก” ฉีหรัวยิ้มแล้วพูด อีกทางก็ดึงเบาๆ ที่ชายเสื้อของซ่านเชียนหยวน แล้วพูดเสียงต่ำ “อีกอย่าง ข้ายังไม่สมรสกับเขา ข้ารับคำเรียกพระชายาอ๋องจงผิงไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ”
พูดจบ ฉีหรัวจึงพาซ่านเชียนหยวนเดินออกไปเลยโดยไม่หันกลับมา
ตงฟางซวนเอ๋อสีหน้าซีด จี้ซูที่อยู่ข้างๆ กลับหัวเราะออกเสียง “ท่านพี่ทำความเข้าใจกับสถานะของพวกข้าให้เร็วจะดีกว่านะเจ้าคะ ตอนนี้มาถึงตำหนักอ๋องจิ้งไร้ซึ่งที่พึ่งพิง ข้าว่าพวกข้าทั้งสอง......”
“นี่พึ่งเข้าตำหนัก เจ้าก็จะหาคนร่วมแล้วหรือ อยากทำให้อ๋องจิ้งกริ้วโกรธสินะ” ตงฟางซวนเอ๋อไอเบาๆ เล็กน้อย แล้วรีบเดินตามฝีเท้าของพ่อบ้าน ไม่สนใจเลยว่าสีหน้าของหญิงด้านหลังจะเขียวอย่างไร
พ่อบ้านมองดูคุณหนูทั้งสอง หลังจากที่ส่งไปถึงตำหนัก จึงพูดด้วยเสียงต่ำ “ท่านอ๋องไม่ชอบให้คนไปรบกวน หากคุณหนูทั้งสองไม่มีการใดสามารถเดินเล่นรอบตำหนักได้ แต่ห้องสมุดและตำหนักหลักนั้นไปไม่ได้เชียวนะขอรับ”
ระหว่างที่พูดอยู่นั้น แบ่งสาวใช้สองสามคนเสร็จจึงเดินจากไป
ตงฟางซวนเอ๋อและจี้ซูต่างก็คิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะถูกจัดให้อยู่ในตำหนักเดียวกัน ทั้งสองคนต่างพาคนของตนเองเดินเข้าไปในห้องสองห้อง ส่วนพ่อบ้านนั้นมาทูลเรื่องราวที่ห้องของซ่านจินจื๋อ ซ่านจินจื๋อหนังตากระตุกไม่หยุดเลย “ตำหนักอ๋องจิ้งคงจะวุ่นวายอีกแล้วสินะ”
“ข้าน้อยจะคอยดูคุณหนูทั้งสองดีๆ ขอรับ” พ่อบ้านก้มศีรษะแสดงความซื่อสัตย์
“ไม่เพียงแต่ดูแลพวกเขา แต่ต้องจำไว้ว่าต้องส่งยาไปให้ร้านยา และคนที่อยู่ตำหนักหลักก็ห้ามละเลย นอกจากประตูใหญ่ ก็ปล่อยพวกนางไปเถอะ” ซ่านจินจื๋อขยี้ศีรษะเบาๆ โดยไม่เงยหน้าขึ้น กำลังคิดอยู่ว่าวันนี้จะไปที่ร้านยาเหย้าไหม
ไปเยี่ยมกู้อ้าวเวยนั้นคงดีกว่าเผชิญหน้ากับเรื่องวุ่นวายในตำหนักเยอะเลย
และฉีหรัวนั้นทิ้งสองอาหลานซ่านไปก่อน ถือโอกาสที่ซ่านเชียนหยวนไปหาซ่านจินจื๋อ ตนเองจึงเปลี่ยนเสื้อผ้าไปที่ร้านยาเหย้า เห็นกู้อ้าวเวยต้มยาอยู่ที่ทางเดิน โม่ซานคอยเติมฟืนอยู่ข้างๆ ร้ายยาเหย้าที่เงียบมานานหลายปี ตอนนี้มีกลิ่นหอมของยาเพิ่มขึ้น ทำให้นางจามไปสองสามทีต่อกัน
“ยานี้เข้มไปหน่อย” ฉีหรัวเองก็ไปยกเก้าอี้มานั่งข้างๆ กู้อ้าวเวย