ตอนที่ 921
บทที่ 921 ตกหล่น
October 31, 2026
บทที่ 921 ตกหล่น
“ทำไมเจ้าถึงได้มั่นใจนักว่าฝ่าบาทเป็นคนเอาตัวพี่สาวนางไป”
ฉีหรัวเหมือนจะทนไม่ไหวลุกขึ้นยืน แล้วมองไปที่นางอย่างเงียบ ๆ “เจ้าพูดอย่างมั่นใจทุกครั้ง แต่ทุกอย่างก็ไม่มีหลักฐานเลย”
“หลักฐานก็คือข้า ที่พวกเขาต้องการก็คือข้า ดังนั้นข้ารู้” กู้อ้าวเวยเองก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นมายืนเหมือนกัน “พี่ยู่จือคิดอยากจะให้ข้าไปเป็นพวกเดียวกับนาง นางมาที่จวนหลายครั้งแล้วแต่ไม่มีใครรู้ นี่ก็เพียงพอที่จะยืนยันถึงความสามารถของนางแล้วว่ามันยอดเยี่ยมแค่ไหน หลังจากกลับไปแล้วก็ไม่มีใครรู้ว่านางอยู่ที่ไหน อีกทั้งหลังจากที่บัณฑิตคนนั้นตายไปได้ไม่นานก็หายตัวไป ส่วนความทรงจำของข้ามันก็ขาดลงในช่วงเวลานั้น ทุกอย่างมันจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญเหรอ?”
เดิมทีนางก็ไม่เข้าใจเรื่องนี้เลย แต่ขอแค่ไม่ไปคิดเรื่องเป้าหมายกับเรื่องยุ่งยากของตระกูลตงฟางชั่วคราว ทุกอย่างก็จะกระจ่าง
“คนในโลกนี้ที่รู้เรื่องของตระกูลยู่เดิมก็มีไม่มากอยู่แล้ว แต่ราชวงศ์ตระกูลซ่านเป็นข้อยกเว้น ถ้านับแบบนี้ คนที่สามารถลงมือได้จะมีสักกี่คน?” กู้อ้าวเวยค่อย ๆ นับวันเวลาในตอนนั้น นางขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “แต่ว่าข้าอาจจะผิดก็ได้ แต่จะพูดความคิดออกมาบ้างมันก็ใช่ว่าจะไม่ได้”
สายตาของโม่ซานเหมือนจะตกใจกลัว
ส่วนฉีหรัวที่อยู่ข้าง ๆ ก็อ้าปากค้าง จากนั้นก็พูดด้วยความจนใจว่า “ข้าคิดว่าช่วงนี้เจ้าน่าจะสับสนนะ”
“ข้าก็แค่มองเห็นความคิดของตัวเองชัดขึ้นเท่านั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าข้าจะไม่ไปคิดทบทวนเรื่องพวกนี้นะ” กู้อ้าวเวยนวดไปที่หัวไหล่ที่เปวดเมื่อย นางค่อย ๆ คลำกำแพงเดินไปที่ห้องยา แล้วพูดว่า “แต่ว่าข้าคิดแบบนี้ ไม่แน่ว่าซ่านจินจื๋ออาจจะเดาออกแล้วบ้าง แต่เขาไม่พูดเท่านั้นเอง”
“กลัวใครมาได้ยินเหรอ?”
“ไม่ เจ้าลองคิดดูสิ หากข้ายอมให้หยูนซีฟื้นคืนชีพขึ้นมา เขากับหยูนซีหลังจากกลับมาอยู่ด้วยกันแล้ว ทำไมยังคิดที่จะให้ซ่านจินจื๋อสืบทอดบัลลังก์อีกล่ะ?” กู้อ้าวเวยถอนหายใจ แล้วพูดว่า “เป้าหมายที่อยู่เบื้องหลังข้าเดาไม่ถูก ทำได้แค่ให้ซ่านจินจื๋อไปคิดเอาเอง”
นางเดินออกไปสองก้าว ก็เดินไปชนกับกุ่ยเม่ยที่กำลังถือกล่องอาหารเดินมา กุ่ยเม่ยหยุดไม่ทัน เลยรีบเกี่ยวนางที่กำลังจะสะดุดเอาไว้ อีกมือก็ยกแขนที่ถือกล่องอาหารขึ้นแล้วพูดกับโม่ซานว่า “กินอะไรกันก่อนเถอะ”
ฉีหรัวกับกู้อ้าวเวยในหัวมีคำพูดผุดขึ้นมา ------ เห็นผู้หญิงดีกว่าเพื่อน
กู้อ้าวเวยเลยจำใจไม่ศึกษาเรื่องหญ้าสมุนไพรในห้องยาก่อน แล้วถูกกุ่ยเม่ยลากไปกินข้าวที่ห้องอาหาร กินมาได้เกือบครึ่ง กู้อ้าวเวยก็วางตะเกียบลง “ข้าเพิ่งนึกขึ้นมาได้เรื่องหนึ่ง”
“มีอะไร?” กุ่ยเม่ยหยุดคีบอาหารให้กับโม่ซาน
“ในสุสานไร้ญาตินั่นมันมีคนตายนับไม่ถ้วน พวกเจ้าบอกเองไม่ใช่เหรอว่าถนนที่มีคนวุ่นวายในเวลานั้นตอนนี้มันเป็นระเบียบมาก หลายคนได้ขึ้นทะเบียน แล้วคนตายพวกนั้นมาจากไหน?” กู้อ้าวเวยขมวดคิ้ว
ไม่รอให้โม่ซานกับฉีหรัวได้คิดอย่างละเอียด กุ่ยเม่ยก็หน้างอแล้วยัดตะเกียบใส่มือนาง “เวลากินข้าวมาพูดเรื่องสุสานไร้ญาติอะไร กินข้าว”
กู้อ้าวเวยหดคอลง พอคิดว่าช่วงนี้กุ่ยเม่ยดุมาก ก็เลยยอมกินข้าวแต่โดยดี
“เจ้านี่เก่งมากเลย” โม่ซานยกนิ้วโป้งให้เขา ฉีหรัวเองก็พยักหน้า
กุ่ยเม่ยไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดี นิสัยของเขาถูกกู้อ้าวเวยกับฉูห้าวฝึกออกมา สองพี่น้องนี่เวลาทำอะไร ไม่เคยสนใจฐานะกับความปลอดภัยของตัวเองเลย
หลังกินข้าว กู้อ้าวเวยถึงได้พูดว่า “ข้าพูดต่อได้แล้วหรือยัง?”
“เรื่องนี้ข้าจะไปบอกท่านอ๋องเอง เจ้าไม่ต้องกังวล” กุ่ยเม่ยตบไปที่หัวของนาง “ไม่สบายหายแล้วหรือยัง?”
“ไม่เป็นอะไรแล้ว” กู้อ้าวเวยจับไปที่หัวของนาง นางมองไปที่เขา “เจ้าช่วยข้าสืบเรื่องในตอนนั้นได้ไหม?”
“เรื่องอะไร?” โม่ซานเอ่ยปากขึ้นมาก่อน