ตอนที่ 991
บทที่ 991 สนับสนุน
October 31, 2026
บทที่ 991 สนับสนุน
คนที่รักเดียวใจเดียวอย่างจดจ่อ ถือเป็นภัยต่อตนเอง
กู้อ้าวเวยมองดูเลือดที่ไหลนองเต็มพื้นด้วยสายตาพร่ามัว หน้าอกเจ็บปวดขึ้นมาเป็นพักๆ
ซ่านจินจื๋อประคองไหล่ของนางไว้ มองดูจางเหยียงซานด้วยสายตาโกรธจัด พร้อมพูดขึ้นว่า “อีกเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ต่อให้ความร้อนใจรุมเร้าหัวใจ ก็ไม่ควร...”
“ท่านอ๋องอย่าร้อนใจ” จางเหยียงซานพูดดักซ่านจินจื๋ออย่างโมโห ทำให้ซ่านเชียนหยวนที่เพิ่งมาถึงอย่างรีบร้อนตกใจจนต้องเข้ามาดึงตัวจางเหยียงซานถอยไปด้านหลัง กลับได้ยินจางเหยียงซานพูดขึ้นอย่างโมโหว่า “พวกนี้เป็นแค่เลือดคั่ง ช่วงหลายวันนี้ดูแลตัวเองให้ดีๆก็พอแล้ว ท่านอ๋องใจเย็นๆบ้างได้ไหม”
เป็นใครที่อดหลับอดนอนมาทั้งคืนแล้วถูกเรียกขึ้นมาด่า ก็ล้วนต้องโกรธเช่นนี้
กู้อ้าวเวยอ้วกออกมาเป็นก้อนเลือดอีกสองครั้ง นิ้วมือจับแขนซ่านจินจื๋อไว้ พูดขึ้นอย่างอดทนไม่ได้ว่า “อย่าใจร้อน”
หัวใจเต้นอยู่อย่างรุนแรง ชุดสีดำของซ่านจินจื๋อเปื้อนไปด้วยเลือด เห็นกู้อ้าวเวยในสภาพแบบนี้ ทำให้จิตใจของเขาเป็นกระวนกระวายอย่างมาก ตอนนี้ทำได้เพียงลูบหลังให้นาง แล้วพูดว่า “จะนอนลงไหม?”
กู้อ้าวเวยรีบโบกมือ ท้องไส้ปั่นป่วน เกรงว่าคงจะไม่จบไม่สิ้น
จางเหยียงซานกลับตากฝนจะไปจี้ซื่อถาง เพื่อไปปรึกษาท่านเห้อ ซ่านเชียนหยวนพาฉีหรัวออกไปจากห้อง ไม่ฟังเสียงไอภายในห้อง เพียงฟังเฉิงซานเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้อย่างละเอียด ซ่านเชียนหยวนยิ่งโกรธ พร้อมพูดขึ้นว่า “ตอนนี้เสด็จพ่อไม่อนุญาตให้พวกเราเขาวัง ที่แท้ก็เพื่อสังหารน้องหก”
ฉีหรัวดึงแขนของเขาไว้ รู้ว่าหลายวันนี้เขายุ่งอยู่กับงานของขุนนางทูตเย่นเจียงอย่างหัวร้างข้างแตก จึงพูดขึ้นอย่างอ่อนโยนว่า “องค์ชายหกสิ้นพระชนม์แล้ว แทนที่จะไปขอคำอธิบายอย่างใจร้อน คิดหาวิธีแก้ปัญหาเรื่องนี้ไม่ดีกว่าหรือ”
สองคนมองตากัน สั่งเฉิงซานดูแลกู้อ้าวเวยให้ดีแล้วก็จากไปอย่างรวดเร็ว
ออกมาจากจวนฉู ยังไม่ทันเดินพ้นสุดซอย ก็เห็นเยว่ยืนถือร่มอยู่กลางถนน ขวางทางพวกเขาไว้แล้วพูด “องค์ชายสามสั่งให้พวกเรามาบอกเรื่องสำคัญ”
ฉีหรัวกดจับซ่านเชียนหยวนที่อารมณ์เสียอย่างที่สุดให้อยู่บนม้า ตนเองเปิดม่านแล้วถามว่า “ความว่าอย่างไร?”
“สิ่งที่ห้องแต่ไม่อนุญาต ก็อย่าไปทำ” หางตาเยว่ฉายแววเป็นประกาย แล้วก็หลีกไปยืนด้าน เปิดเส้นทางกว้างให้ได้เดินผ่าน
ฉีหรัวกลับเข้าไปภายในรถม้า และก็รู้ดีก่อนที่องค์ชายหกจะเข้าวัง แล้วก็ได้มาพบองค์ชายสามที่ร้านอาหารป่ายเว่ย
กลับคิดไม่ถึงว่า พวกเขายังไม่ทันได้เข้าประตูไปพูดอะไร องค์ชายสามกลับพูดขึ้นมาเองก่อนแล้ว
องค์ชายสามคนนี้ คิดจะทำอะไรอีก?
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นพวกเรากลับไปดีกว่า” ซ่านเชียนหยวนพูดขึ้นด้วยเสียงเคร่งขรึม
ฉีหรัวไม่เข้าใจ “เจ้าเชื่อคำพูดขององค์ชายสามหรือ?”
“ไม่เชื่อ แต่ไม่มีประโยชน์อะไรที่ท่านพี่สามจะทำให้น้องหกต้องตาย” ซ่านเชียนหยวน ส่ายหัวกับเรื่องนี้อย่างหนักใจ คนเราทำอะไรก็ล้วนต้องมีเป้าหมาย อย่างแรกน้องหกไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยต่อตำแหน่งของท่านพี่สาม อย่างที่สองก็ไม่ได้เป็นการแย่งคนรัก ไม่มีความขัดแย้งกัน แล้วจะทำเรื่องเช่นนี้ทำไม
ยิ่งไปกว่านั้น การที่ส่งเยว่มาดักรถม้า ก็ยิ่งเหมือนการเตือนมากกว่า
หลังจากที่พาคนกลับไปแล้ว กู้อ้าวเวยก็ได้อ้วกเอาเลือดคั่งออกมาจนหมด แล้วก็นอนหลับไป ซ่านจินจื๋อเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่แล้วก็นั่งอยู่ข้างเตียง จับมือที่เย็นของนางวางไว้ในอุ้งมือแล้วก็นวดไปมา ได้ยินเสียงของซ่านเชียนหยวนกับฉีหรัว เขาก็แค่พูดขึ้นด้วยสีหน้าเย็นชาว่า “ไม่ว่าเขาจะต้องการอะไร ตอนนี้สิ่งที่เสด็จพี่กระทำเป็นสิ่งที่ไม่สมควรแล้ว เจ้าไปจัดการเรื่องของขุนนางทูตให้ดีเถอะ”
ซ่านเชียนหยวนทำได้เพียงถอนหายใจหนึ่งที มองดูกู้อ้าวเวยที่นอนอยู่บนเตียง แล้วพูดว่า “เจ้าไม่รู้ ตอนนี้กู้เฉิงยังอยู่ในมือของข้า คิดอยากตายหลายครั้งแล้วแต่ก็ไม่เป็นผล หากขุนนางทูตเอ่อตานยังคิดที่จะมาหาเรื่อง เก่งว่าข้าคงต้องปล่อยกู้เฉิงไป.....”
“เขียนจดหมายไปถาม” ซ่านจินจื๋อกวาดสายตามองดูเขา
ซ่านเชียนหยวนรีบถอยหลังไปอย่างระมัดระวัง แล้วก็เพิ่งคิดได้ว่าซ่านจินจื๋อไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้กู้อ้าวเวยฟัง และตอนนี้ความหมายของกู้อ้าวเวยคือยกกู้เฉิงให้หยุนหว่านจัดการ เขาพูดจาผิดไปแล้วจริงๆ