ตอนที่ 992
บทที่ 992 พูดเตือนสองครั้ง
October 31, 2026
บทที่ 992 พูดเตือนสองครั้ง
พักรักษาตัวอยู่หลายวัน โดยไม่ได้ติดตามเรื่องภายนอกเลย
กู้อ้าวเวยรวบกอดชุดยาวสีขาวแนบกาย ถือตำราไว้แล้วก็สอนเด็กในเรือนอยู่อย่างคุ้นเคย
หลายวันนี้ฮ่องเต้บอกว่าร่างกายไม่สบายจึงไม่ขึ้นว่าราชการเช้า ประสานราชการทั้งหมดจึงมอบให้ซ่านจินจื๋อกับซ่านเซิ่งหานอาหลานทั้งสองเป็นคนจัดการ ซ่านเชียนหยวนส่งสาส์นนกพิราบไปยังไม่ได้คำตอบ
อากาศค่อยๆเย็นลง ฝนกลับไม่ลดน้อยลง
“วันนี้เรียนถึงแค่นี้ก่อน” กู้อ้าวเวยพูดจนคอแห้ง มองดูพวกเด็กๆเก็บข้าวของ แล้วก็มองดูท้องฟ้ามืดครึ้มที่ไกลออกไปผ่านหน้าต่าง เฉิงซานยกน้ำยารสข่มมาให้ “คุณหนู ถึงเวลาทานยาแล้ว”
วางตำราในมือลง กู้อ้าวเวยไอสองที แล้วมองดูเฉิงซาน “เรื่องเล็กพวกนี้ให้พวกสาวใช้ทำก็ได้ เจ้าทำเองทุกวันเช่นนี้ ไม่รู้ว่าคนในเมืองเทียนเหยียนจะเอาเรื่องของข้าไปพูดว่าอย่างไรบ้าง”
เฉิงซานไปมาระหว่างทั้งสองจวน ไม่หวั่นลมฝน แม้แต่ไปมาซื้อของตามร้านค้าเล็กๆด้านนอก และไปจวนฉูลับหลังอ๋องจิ้งอย่างไม่ปิดบัง นักเล่าเรื่องในเมืองเทียนเหยียน ก็ได้เล่าเรื่องของนางออกมาจริงๆ มีคนพูดว่านางเป็นพระชายาอ๋องจิ้งที่ยังไม่ตาย และมีบางคนพูดว่านางเป็นลูกสาวคนรวยที่แต่งงานมาจากแดนไกล ที่เหลวไหลที่สุดคือ พูดว่านางเป็นหญิงปีศาจที่มาจากเขาหยินซาน ทำให้อ๋องจิ้งหลงใหล และทำให้ฮ่องเต้ป่วยหนัก เป็นดาวเคราะห์ร้ายของประเทศ
คำร่ำลือที่ไม่สิ้นสุดนี้ ปกตินางสอนหนังสือให้กับผู้คน ช่วยเหลือผู้ประสบภัย จึงไม่มีใครกล้าทำอะไรนางจริงๆ
เฉิงซานฟังแล้ว กลับหัวเราะพูดว่า “ช่วงนี้ท่านอ๋องไปมาหาสู่กับพวกขุนนาง ที่กระหม่อมมา ก็เพื่อให้ท่านอ๋องได้วางใจ”
พวกเด็กๆแสดงท่าทีจูบนางอย่างสนิทสนม หอบหนังสือ กระดาษกระเป๋าแล้วก็วิ่งออกไปอย่างไม่เห็นแม้แต่เงา กู้อ้าวเวยหน้าแดง ยื่นรับถ้วยยามาแล้วก็ดื่มจนหมด เพื่อปกปิดใบหน้าที่แดง แล้วก็พูดขึ้นว่า “เขาหาวิธีที่จะให้ข้าเข้าวังได้หรือยัง?”
“ท่านอ๋องบอกว่า ช่วงนี้ฮองไทเฮาไปชินเทียนเจียนค่อนข้างบ่อย ไม่แน่ว่าหลายวันนี้อาจจะมีอะไรเกิดขึ้น” เฉิงซานกระซิบพูดขึ้น เอาถ้วยยาที่ว่างเปล่าวางกลับไปในกล่องอาหาร เตรียมพร้อมที่จะนำกลับไปรายงาน
กู้อ้าวเวย กลับมาครุ่นคิดดูให้ดี
ในชินเทียนเจียนขังยู่จือไว้ ขุนนางทูตเย่นเจียงเดือดร้อนอยู่ตั้งนานก็ไม่เห็นพวกเขาปล่อยคน ตอนนี้ฮองไทเฮาก็ไปบ่อยขนาดนี้ เป็นไปได้ว่าฮ่องเต้กำลังคิดกระทำอะไรสักอย่าง ฮองไทเฮาคงค่อนข้างร้อนใจ จึงคิดที่จะใช้ยู่จือเป็นสิ่งต่อคน
หากเป็นเช่นนี้ ฮองไทเฮาก็ต้องอยากได้ส่วนที่มีอยู่ในมือของตนแน่
ในใจกำลังครุ่นคิดอยู่ หลี่ซินกลับวิ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบแล้วพูดว่า “คุณหนู มีคนในวังมา บอกว่าฮองไทเฮาไม่ค่อยสบาย รู้ว่าจวนฉูมีหมอหญิงมีฝีมือ และก็เป็นสนมของท่านอ๋องจิ้ง จึงมีรับสั่งให้ท่านเข้าวัง”
กู้อ้าวเวยกับเฉิงซานมองตากัน แล้วพูดขึ้นด้วยเสียงต่ำว่า “เจ้าออกไปแจ้งว่า ข้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วจะตามไป”
หลี่ซินออกไปแจ้ง เฉิงซานถือตะกร้าอาหาร แล้วก็เดินออกไปทางหน้าประตู
มองเห็นคนที่นำคนมาคนนั้นคือกุ้ยมามา เฉิงซานจึงรีบเร่งฝีเท้ากลับไปรายงาน
กู้อ้าวเวยเปลี่ยนสวมชุดสีเขียวยาวที่ค่อนข้างหนา ให้สาวใช้ช่วยเกล้าผมให้อย่างเรียบง่ายแล้วก็เดินไปยังนอกประตู ตอนที่เห็นกุ้ยมามา ก็แค่แสดงสีหน้าเย็นชา แล้วก็เดินขึ้นรถม้าไป
กุ้ยมามาเดินขึ้นรถมาพร้อมรอยยิ้ม แล้วก็ได้ยินกู้อ้าวเวยพูดขึ้นว่า “ก่อนหน้านี้ที่เข้าวังก็ใช่ว่าไม่เคยเห็น วันนี้ยกชื่อเสียงทั้งสองมากดขี่ เห็นทีฮองไทเฮาคงกลัวว่าคนอื่นจะไม่รู้สถานะของข้า”
“เสด็จพูดอะไรอย่างนั้น ตั้งแต่จากการที่อารามไป๋หม่านั้น ฮองไทเฮาเหนียงเหนียงก็คิดถึงท่านตลอด” กุ้ยมามาพูดเสร็จ กู้อ้าวเวยก็มองเห็นตรวนในมือของนาง
สายตาหดลงเล็กน้อย ถึงนางจะจำไม่ได้ว่าตอนนั้นได้พูดอะไรกับฮองไทเฮาไปบ้าง
แต่ตอนนี้นางรู้ว่าการเข้าวังไปในครั้งนี้ อาจจะเพื่อเป็นสิ่งของแลกเปลี่ยนอย่างหนึ่งเท่านั้น ซึ่งครั้งนี้นางจะขึ้นไปไม่ได้
ในขณะเดียวกัน เฉิงซานก็รับมารายงานเรื่องนี้ให้ซ่านจินจื๋อรับรู้ ซ่านจินจื๋อลังเล แล้วก็สั่งคนไปตามโม่อีมาอย่างกระวนกระวายใจ “ไส้ศึกของเขาที่อยู่ในวัง ยังไงก็น่าจะช่วยอะไรได้บ้าง”
ราชโองการของฮองไทเฮา ทำให้เขาทำอะไรไม่ถูก
รอเมื่อโม่อีมาถึงแล้ว ด้านหลังยังมีเมิ่งซู่ที่ไม่เห็นหน้ามานานตามมาด้วย