ตอนที่ 993
บทที่ 993 มิตรภาพแม่ลูก
October 31, 2026
บทที่ 993 มิตรภาพแม่ลูก
เข้ามาในพระตำหนักฮองไทเฮา ความรุ่งเรืองในตอนนั้นหายไปนานแล้ว
มีเพียงใบไม้ที่หล่นเต็มพื้น ขันทีนางกำนัลที่คุ้นเคยคอยรับใช้อยู่ข้างกาย ความรุ่งเรืองในสมัยก่อนเหลือไว้เพียงพื้นดินที่เต็มไปด้วยฝุ่น
ห้องพระด้านหลังพระตำหนักไม่มีคนไปดูแลมานานแล้ว แต่ฮองไทเฮากลับนั่งอยู่บนฟูกนี้ สวมชุดคลุมยาวสีขาวเทา ชายเสื้อคลุมยาวลากมาถึงธรณีประตู บนหัวไม่มีปิ่นทองหยก ผ้าไหมสีเทาน้ำเงินพาดอยู่บนไหล่ อายุมากแล้ว แต่ก็ยังคงดื้อด้าน
กู้อ้าวเวยทำความเคารพอยู่ด้านข้างประตู สายฝนโปรยปรายเป็นสายอยู่บนชายคาด้านหลัง น้ำกระเด็นสาดจนสายกระโปรงเปียก
“เวยเอ๋อ” ฮองไทเฮาหันข้างให้นาง แล้วก็เรียกขึ้นด้วยเสียงเบา
“ฮองไทเฮา” กู้อ้าวเวยตอบกลับยังเย็นชา
ฮองไทเฮาค่อยหันมามอง ดวงตาคู่นั้นที่เปื้อนไปด้วยโลกที่สกปรกจ้องมองดูเงาร่างของกู้อ้าวเวย มองด้วยที่คิ้วที่เลิกขึ้นเล็กน้อย ตั้งแฝงไปด้วยหางตาที่เยือกเย็น ดวงตากลมโตสวยคู่นั้น ก็แฝงไปด้วยความเยือกเย็น
“หากรู้ว่าเจ้าจะสามารถมายืนอยู่ในจุดนี้ ข้าจะไม่เก็บเจ้าไว้ตั้งแต่แรก” คำพูดของฮองไทเฮาแฝงไปด้วยความโกรธแค้น
กู้อ้าวเวยกลับอมยิ้มที่มุมปาก พูดขึ้นด้วยความขมขื่นว่า “เมื่อสายมรณะปรากฏขึ้นในตอนนั้น ข้าก็ควรที่จะคิดได้ว่า นับตั้งแต่แรกเจ้าก็คาดหวังอยากให้ข้ายอมรับความผิดทั้งหมด แล้วก็ตายไปให้รู้แล้วรู้รอด ตั้งแต่ตอนนั้นหลังจากที่แกล้งตาย เจ้าถึงได้รู้ความในใจที่แท้จริง ตอนนี้กลับยังคิดไม่ถึงว่าลูกที่แท้จริงของตนเองไม่อยู่แล้ว”
คำพูดนี้ นางกับซ่านจินจื๋อคิดขึ้นมาในก่อนหน้านี้
นางไม่รู้ว่าตอนนั้นเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ท่าทีในตอนนี้ ทำให้เห็นสีที่เปลี่ยนแปลงไปของฮองไทเฮา หลังจากสักพักนางก็ยืดหลังตรงหัวเราะพร้อมพูดขึ้นว่า “ใครจะไปคิดว่าผู้ชายที่ลูกสาวของข้าเจอล้วนสาระเลว และลูกชายทั้งสองคนก็พ่ายแพ้เพราะผู้หญิง”
คำพูดแฝงไปด้วยความโกรธแค้น
ยังไงก็ยังมีคนชอบที่จะเอาเรื่องทั้งหมดมารวมกันเป็นหนึ่ง
“โลกนี้มีใบไม้ใบไหนที่หล่นลงมาเหมือนกันทุกอย่าง ความทรยศของเจ้า ยังไงก็ไม่เหมือนกับคนบนโลก” กู้อ้าวเวยค่อยๆก้าวไปข้างหน้า มองดูฮองไทเฮาที่ดูแก่ลงหลาย สิบปี แล้วก็พูดต่อว่า “ฮองไทเฮาไม่สบายตรงไหนหรือ ให้เวยเอ๋อดูก่อนไหม”
“เจ้าจะใจดีขนาดนั้นหรือ?” ฮองไทเฮามองดูอย่างเย็นชา
“หากฮองไทเฮาไม่มีเรื่องที่ต้องละอายใจ วันนี้ก็จะไม่สงสัยในตัวเวยเอ๋อ” กู้อ้าวเวย สะบัดชายกระโปรงแล้วก็คุกเข่าตรงประตูด้านข้างห้องพระ มองดูพระพุทธรูปรูปนั้น แล้วในใจก็หวั่นไหว จึงคุกเข่าบนพื้น ยกมือประสานแล้วพูดว่า “ข้าไม่จริงใจ ไม่เชี่ยวชาญ ตลอดชีวิตเคยกระทำสิ่งที่ผิดมานับไม่ถ้วน”
“มีเพียงอย่างเดียว ข้าเป็นหมอไม่เคยกระทำสิ่งที่ผิดต่อจรรยาบรรณ วันนี้ขอสาบานต่อหน้าพระพุทธรูป จนวันตายก็จะไม่กระทำผิดคำพูด”
กราบแล้วสามครั้ง กู้อ้าวเวยค่อยๆลุกขึ้นภายใต้สายตาของฮองไทเฮากับกุ้ยมามา ดวงตาเย็นชางดงามคู่นั้นถูกความโกรธครอบงำ น้ำเสียงก็เฉียบคมขึ้น “ฮองไทเฮา กล้าที่จะสาบานตรงหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไหม?”
แววตาฮองไทเฮาหดลง หันหน้ากลับไป กลับมองเห็นเพียงพระพุทธรูปที่สง่างามเคร่งขรึมเท่านั้น
ในหูเหมือนยังได้ยินเสียงสวดมนต์ปกติ แต่ข้างกายนางกลับไม่มีอะไรเลย มีเพียงเยือกเย็นผ่านแผ่นหลัง ปากสั่นเทาพูดอะไรไม่ออก
กุ้ยมามาเห็นว่าอาการไม่ค่อยดี จึงประคองฮองไทเฮาออกมาจากห้องพระ
กู้อ้าวเวยยังคงมองดูพระพุทธรูปอยู่อย่างสงบ แล้วก็มองดูฮองไทเฮา
ทั้งๆที่นางไม่กล้าเผชิญหน้ากับเทพเจ้าพระพุทธรูป นี่คือการเชื่อในพระพุทธเจ้า แต่นางไม่กล้าที่จะทำอะไรไปเรื่อยต่อหน้าพระพุทธเจ้า เพราะเป็นการไม่เคารพนับถือ
ฮองไทเฮาเอามือทาบอกแล้วหายใจอย่างแรง ยกมือชี้หน้ากู้อ้าวเวยแล้วพูดว่า “ผู้หญิงตระกูลหยุนอย่างพวกเจ้าล้วนเป็นนางปีศาจ เมื่อกี้เจ้าใช้วิชาอาคมอะไรใส่ข้า ทำให้ข้าพูดคำสาบานไม่ออก”
“มีคนพูดว่า ดีชั่วเป็นเหมือนเพียงเส้นด้ายเส้นเดียว สำหรับเวยเอ๋อมีเพียงดีชั่ว บนโลกนี้มีเทวดาผีสางที่ไหนกัน มีเพียงจิตใจท่านที่เป็นมารหรือเทวดา” กู้อ้าวเวยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย
วันนั้นนางก็ได้พูดไว้แล้ว
เมืองเทียนเหยียนนี้เป็นเขตที่กำเนิดของอัจฉริยะบุรุษ สถานที่มีแม่น้ำไหลผ่านส่วนใหญ่เป็นคนใจดี ตอนนี้ลองคิดดูแล้ว น่าจะเป็นเพราะภัยพิบัติจากสวรรค์ในตอนนั้นทำลายรากที่ดีของคนที่นี่ เทพเจ้าที่แท้จริงถูกว่าเป็นภัยธรรมชาติ แล้วก็ทำให้เชื่อถือรูปเคารพที่แข็งทื่อนี้