ตอนที่ 994
บทที่ 994 ความทรงจำที่แตกต่าง
October 31, 2026
บทที่ 994 ความทรงจำที่แตกต่าง
ทั้งคู่มองตากัน ภายในดวงตากู้อ้าวเวยไม่มีความหวาดกลัวเลยสักนิด
ศพข้างเท้าซ่านต้วนโฉงถูกนำออกไปจัดการจนสะอาด แขนเสื้อกู้อ้าวเวยมีเลือดไหลเป็นหยดๆ มีดเล็กที่อยู่ในมือทุกล้างจนสะอาด มีเพียงดวงตากลมใส่คู่นั้นที่ยังคงมีชีวิตชีวาอยู่ภายใต้เม็ดฝนที่ตกหนัก
ฮองไทเฮาที่อยู่ด้านหลังถูกใส่กุญแจมือไว้ กุ้ยมามาถูกบังคับให้คุกเข่าอยู่ตรงหน้าฮ่องเต้ ด้วยสภาพทุลักทุเล
“ต่อให้ต้องขุดชินเทียนเจียนลึกสามฟุต ก็จะต้องเอาตัวยู่จือกลับมาอยู่ตรงหน้าข้าอย่างสมบูรณ์” สีหน้าซ่านต้วนโฉงบึ้งตึง เดินหน้าไปหนึ่งก้าวแล้วใช้มือที่เปื้อนไปด้วยเลือดจับข้อมือของกู้อ้าวเวย ดึงผู้หญิงคนที่น้องค์ชายรักมากที่สุดมาอยู่ภายใต้ร่มกระดาษบาง แล้วพูดว่า “ข้านึกว่าผู้หญิงหยุนเซ่อทุกคนจะเป็นหมอที่มีความเมตตากรุณาทุกคน”
แรงที่จับข้อมือไม่แรงมาก แต่กลับทำให้กู้อ้าวเวยยิ่งมองไม่รู้ว่าซ่านต้วนโฉงเป็นคนยังไง
หวางกงกงมองดูทั้งสองคนยังแปลกใจ แล้วก็ได้ยินฮองไทเฮาร้องตะโกนพูดขึ้นมาอย่างเจ็บปวดใจว่า “ผู้หญิงหยุนเซ่อ ล้วนเป็นมารปีศาจ”
กู้อ้าวเวยค่อยๆหันไปมอง ยังอยากที่จะมองดูฮองไทเฮาสักครั้ง กลับถูกซ่านต้วนโฉงยกมือปิดตาทั้งคู่ไว้ แล้วก็หันไปมองแม่ของตัวเองด้วยสายตาเยือกเย็น พูดขึ้นด้วยเสียงต่ำว่า “ฮองไทเฮาป่วย พระตำหนักที่กว้างใหญ่เช่นนี้ก็ไม่ต้องอาศัยอยู่ตลอด นำตัวไปยังตำหนักอื่น พร้อมกับทหารองครักษ์ลับทั้งสามพันนายนั่น”
“ฮองเต้” ฮองไทเฮาร้องขึ้นว่า “องครักษ์ลับทั้งสามพันนายนี้ข้ามีไว้เพื่อเจ้า......”
“หากข้าเป็นลูกแท้ๆของเจ้าจริง วันนี้เจ้าก็จะไม่เข้าข้องจินจื๋อ” ซ่านต้วนโฉงมองดูสายตาเย็นชา ดึงมือกู้อ้าวเวยแล้วก็จากไป
สายตามองไม่เห็น ข้อมูลกับถูกค่อยๆจับแน่นจนรู้สึกเจ็บ
เดินโซซัดโซเซสะดุดบนถนนอยู่หลายก้าว นางก็ไม่เคยรู้ว่าฮองไทเฮาจะตกอยู่ในสภาพไหนในตอนนี้ รอเมื่อมองเห็นทุกอย่างชัดเจนแล้ว ต้องหน้ามีเพียงผ้าม่านปลิวไหว จากนั้นก็เป็นเสียงไฟจากเทียน แสงสะท้อนให้เห็นเงาร่างของผู้หญิง
ได้ยินเหมือนประตูบานใหญ่ถูกเปิดออก ผู้หญิงหนึ่งในนั้นลุกขึ้น รีบลุกขึ้นดึงผ้าม่านบางเปิดออก
“แตรด แตรด”
เสียงโซ่ดังก้องกังวานอยู่ในพระราชวังขนาดใหญ่แห่งนี้ และหญิงคนนั้นก็สวมชุดกระโปรงยาว เห็นเพียงดวงตาคู่นั้นแล้วพิงเหนือเสาสีแดง สายตามองดูข้อมือกู้อ้าวเวยที่ถูกจับไว้ แววตาเย็นชา มีเพียงเสียงที่แหบแห้งนั้นพูดขึ้นว่า “นี่เป็นคนโปรดปรานคนไหนของเจ้า? ให้ข้าเปิดท้องมองดูสิ”
เมื่อพูดเสร็จ กู้อ้าวเวยก็ถูกผลักเข้าไปภายในตำหนัก ถูกลากล้มนั่งลงบนผ้าม่านบาง
ขาทั้งคู่เมื่อยล้า และทั้งตัวก็เต็มไปด้วยเลือด ตอนที่เงยหน้าขึ้นมามองผู้หญิงคนนั้น ยิ่งดูสภาพย่ำแย่
“นางคือกู้อ้าวเวย” ซ่านต้วนโฉงเดินเข้ามาทางหน้าประตูใหญ่ แต่เป็นการเดินสวนทางกับผู้หญิงคนนั้น
สีหน้าผู้หญิงคนนั้นแสดงอาการตกใจ แล้วก็ยักยิ้มที่มุมปาก พูดขึ้นว่า “ครั้งก่อนเจ้าบอกว่านางเป็นส่วนเกิน วันนี้เจ้ายกให้ข้าฆ่าก็พอ”
“นางเคยตายแล้วฟื้น” ซ่านต้วนโฉงพูดเพียงประโยคนี้ แล้วก็เดินจากไป
ประตูบานใหญ่ภายในห้องที่มืดมิดถูกเปิดออก กู้อ้าวเวยหรี่ตาลงแล้วก็ลุกขึ้นมาจากระหว่างผ้าม่านบาง ผู้หญิงคนนั้นยังคิดที่จะเดินเข้ามา กลับถูกเงาสองคนด้านหลังดึงโซ่ไว้ ฉุดดึงลากนางกลับไป แล้วก็ล้มนั่งลงบนพื้นเหมือนกัน
กู้อ้าวเวยไม่เคยรู้จักผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า ได้ยินเพียงเสียงหัวเราะเย้ยที่เยือกเย็นของนาง แล้วพูดขึ้นว่า “ข้าคิดหาวิธีมาทั้งชีวิต ยังไม่สามารถรู้ถึงความเร้นลับในนั้น กลับคิดไม่ถึงว่าเด็กที่ไม่มีความสามารถอะไรเลยอย่างเจ้าจะสามารถรู้ถึงความเร้นลับนั่น อยากผ่าท้องของเจ้าออกมาดูนักว่าข้างในใส่อะไรไว้”
ไม่มีใครห้ามนางพูดจาเช่นนี้
กู้อ้าวเวยยกมือปัดเช็ดตา แล้วก็คิดขึ้นมาได้ว่าใช้ผ้าตาข่ายบางเช็ดหน้าดีกว่า ขาดผ้าตาข่ายบางไปส่วนหนึ่ง นางถึงค่อยรู้ว่าด้านหลังผ้าตาข่ายนี้ถูกนำมากองไว้ แล้วซ้ายขวาสองคนที่ดึงโซ่ไว้เป็นนางกำนัลสองคน ดูอายุก็น่าจะเยอะแล้ว ไม่พูดไม่จา มองเพียงผ้าตาข่ายบางชิ้นนั้นในมือของนาง
“ถูกขังอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมนี้ ยังอยากที่จะรู้เรื่องฟ้าดิน ฝันเฟื่อง
กู้อ้าวเวยหยิบผ้าตาข่ายบางมาเช็ดตัวต่อ แล้วก็สังเกตดูนางอย่างละเอียด ค่อยสังเกตเห็นว่าบนตัวนางพันไว้ด้วยผ้าผืนยาว ตอนนี้จึงอดทนกลั้นหายใจจ้องมองดูนาง พร้อมถามว่า “เจ้าเป็นใคร?”