ตอนที่ 742
บทที่742 ร้องเพลงบนเวทีเดียวกัน
October 31, 2026
บทที่742 ร้องเพลงบนเวทีเดียวกัน
แต่สิ่งที่เรียกว่าเป็นการเจรจาเงื่อนไขกับซ่านจินจื๋อนั้น ส่วนใหญ่นางจะใช้เวลาไปกับเจรจาเงื่อนไขกับขุนพลแต่ละท่านเสียมากกว่า
เพียงหวังว่าถึงเวลานั้นจะได้โยกย้ายตำแหน่งรวมถึงค่ายทหารให้พวกเขาด้วย แต่ขุนพลอาวุโสสองสามคนก็กลับเอะอะโวยวายขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ บางคนก็พูดว่าอยู่ไปนานๆเดี๋ยวก็คุ้นเคยไปเอง ถ้าไปอยู่ที่อื่นก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก แล้วก็ยังมีบางคนบอกว่าภรรยาและบุตรสาวอ่อนแอและป่วยง่าย ถ้าเดินทางไกลเกรงว่าจะต้องสละชีวิตน้อยๆนี้ไปแล้วอย่างแน่นอน
พูดกันว่าจะต้องส่งมอบกำลังทหารสี่ส่วน แต่กำลังทหารสี่สี่ส่วนนี้จะต้องถูกชักชวนให้ยอมจำนนด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวจริงๆ
ในตอนนี้ซ่านจินจื๋อกำลังนั่งอยู่บนที่นั่งหลัก เขายกถ้วยชาที่อยู่ในมือขึ้นมาอย่างสงบนิ่ง และไม่ไปให้ความสนใจผู้คนในกระโจมที่กำลังเสียงเอะอะโวยวายจนโกลาหลอลหม่านไปหมดเลยสักนิด
“นี่ไม่ใช่การลดตำแหน่งและถูกย้ายให้ไปอยู่ในพื้นที่ทุรกันดารหรอกนะ แต่เป็นเพราะข้าหวังว่าพวกท่านก็สามารถถวายงานรับใช้องค์ชายคนอื่นๆได้เช่นกัน ต่อจากนี้ไปพวกท่านคือทหารของชางหลาน” กู้อ้าวเวยวางมือทั้งสองข้างไว้บนโต๊ะ แล้วเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ความอดทนที่หาได้ยากกำลังจะมลายหายไปหมดแล้ว
“พวกเราจะรับใช้อ๋องจิ้งเท่านั้น” มีบางคนตบโต๊ะและตะโกนออกมาด้วยความไม่พอใจ
ซ่านจินจื๋อเลิกคิ้วขึ้น เห็นเพียงกู้อ้าวเวยชักมือทั้งสองข้างกลับมากอดที่หน้าอก และนำมือข้างหนึ่งมาค้ำที่มุมหน้าผากด้วยอาการปวดหัว แล้วพูดอีกครั้งว่า “ยิ่งพวกท่านพูดแบบนั้น จะยิ่งตายเร็วขึ้นนะ เมื่อถึงเวลาที่องค์ชายคนใดคนหนึ่งได้อยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น ถ้าขืนพวกท่านยังจงรักภักดีต่ออ๋องจิ้งอยู่ ฮ่องเต้ในอนาคตก็จะเห็นขุนนางอาวุโสอย่างพวกท่านเป็นหนามยอกอก รอจนกระทั่งหลายสิบปีต่อมา เกรงว่าการประจบประแจงดั่งเช่นหมวกสูงๆของพวกท่านจะต้องถูกหักลงมาและถูกโยนเข้าไปในคุกทีละคนๆ”
“พูดจาเหลวไหล! พวกเราล้วนมีคุณงามความดี แม้แต่ฮ่องเต้องค์ใหม่ก็สามารถ...”
“แน่นอนว่าเขาสามารถนำตัวท่านไปประหารที่ตลาดได้ เพียงแค่เขาพูดออกมาว่าคนในตระกูลของท่านทำเรื่องรับสินบาทคาดสินบนอะไร หรือจงจักภักดีกับเจ้านายของตัวเองมากเกินไปจนไม่เคารพฮ่องเต้ ถ้าเขาอยากจะฆ่าพวกท่านเขายังคิดหาเหตุผลอะไรไม่ได้อีกหรือ?” กู้อ้าวเวยพูดขัดจังหวะการพูดของเขา จากนั้นก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วพูดว่า “โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ก็เป็นเพียงแค่การปรึกษาหารือกันเท่านั้น ยังไม่สรุปเป็นที่แน่นอนเลยว่าแท้จริงแล้วใครจะได้เป็นฮ่องเต้ในอนาคต ตอนนี้ก็ยอมๆไปก่อนก็แล้วกัน แต่ก่อนอื่นพวกเรามาพูดเรื่องความสัมพันธ์ทางด้านการเกี่ยวดองกันเพื่อเส้นสายของคนในครอบครัวพวกท่านแต่ละคนสักหน่อยซิ....”
พอพูดถึงตรงนี้ ขุนพลหลายคนต่างก็ปิดปากเงียบไม่พูดไม่จาอะไร เหมือนกับโดนทิ่มแทงเข้าไปตรงจุดอ่อนอย่างไรอย่างนั้น
ในเวลานั้นเองซ่านจินจื๋อก็หรี่ตาลงเล็กน้อย ในที่สุดก็ได้วางถ้วยชาที่ว่างเปล่าในมือลง แล้วจ้องมองกู้อ้าวเวยที่ยังกำลังพลิกอ่านหนังสือราชการที่อยู่ในมืออยู่ แล้วพูดเพียงว่า “วันนี้ก็เลิกกันแต่เพียงเท่านี้”
“วันนี้มีข้าอยู่ ก็ไม่มีใครคุ้มครองพวกเขาได้ แม้แต่องค์ชายสามก็ไม่สนใจอนาคตข้างหน้า ส่วนหลักฐานการกระทำผิดเหล่านี้ข้าก็จะ...ส่งไปให้พี่ชายของเจ้าด้วย” กู้อ้าวเวยเงยหน้าขึ้นมองเขา แล้วพูดข่มขู่คุกคามเล็กน้อยว่า “ฮ่องเต้ทรงรู้ดีทุกอย่างเกี่ยวกับการทุจริตและการติดสินบนของพวกเขา แต่เจ้ากลับรู้จักเพียงแค่สอนพวกเขาให้ต่อสู้เท่านั้น ในสายแดนมีทั้งหมดสามสิบเมือง ผู้ใต้บังคับบัญชาของเจ้าส่งไปได้มากที่สุดยี่สิบคน ส่วนคนที่เหลือถ้าหากช่วงนี้หาที่ที่จะไปเจอแล้ว วันข้างหน้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีคนคอยกลั่นแกล้งทำให้ต้องลำบากหรือเปล่า”
“ทำไมส่งไปได้แค่ยี่สิบกว่าคนเองล่ะ!”
“ข้าถึงจะแก่แต่ก็ยังมีฝีมืออยู่นะ!”
เมื่อได้ยินขุนพลสองสามคนส่งเสียงเพรียกร้องขึ้นมา กู้อ้าวเวยได้แต่รู้สึกปวดหัวขึ้นมาเป็นสองเท่า และรอให้สายตาที่เย็นชาของซ่านจินจื๋อทำให้พวกเขาค่อยๆสงบเงียบลง แล้วกู้อ้าวเวยจึงพูดต่อไปว่า “เหมือนบัณฑิตกับทหารคุยเหตุผลกันไม่เข้าใจจริงๆ ถึงจะพูดไปพูดมาอย่างไรก็มีแค่ประโยคเดียวคือ ถ้าไม่อยากรอให้ถูกค้นบ้านและยึดบ้าน ก็ทำตามที่ข้าบอกซะ!”
“นังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนนี้นี่...”
“ท่านยังเป็นคนหัวโบราณคร่ำครึอยู่อีกรึ” กู้อ้าวเวยตบไปบนโต๊ะหนึ่งครั้งจนเสียงดังโครม ทันใดนั้นเสียงอันอ่อนโยนของหญิงสาวก็สูงขึ้นมาอีกสองสามระดับในทันที แม้แต่หงเซียวที่ฟังอยู่ข้างๆก็แทบตกใจกลัวจนมันเทศย่างที่ในมือร่วงหล่นลงพื้น ซึ่งเขาก็ได้แต่มองดูตาปริบๆเท่านั้น
ขุนพลอาวุโสมีสีหน้าทั้งเขียวและซีด แต่กู้อ้าวเวยกลับเพียงแค่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาหนึ่งครั้งและพูดว่า “ตอนนี้บรรดาองค์ชายทั้งหลายต่างก็หาทางผูกสัมพันธ์เพื่ออำนาจทางการทหารและเส้นสาย แต่ฝ่าบาทกลับมีเจตนาแต่งตั้งองค์ชายสามขึ้นเป็นองค์รัชทายาท แน่นอนว่ามันเป็นทางที่ปูไว้เพื่อองค์ชายสามอยู่แล้ว แต่คนที่เป็นหนังหน้าไฟก็คือซ่านจินจื๋อ...อ๋องจิ้ง และกองกำลังทหารที่อยู่ใต้การบังคับบัญชาของเขา นอกจากพวกเจ้าแล้ว ยังมีทหารในแคว้นชางหลานเจ็ดส่วนที่เชื่อฟังคำสั่งของเขาอยู่ ตราบใดที่พวกเจ้ายังอยู่ที่นี่หนึ่งวัน ฮ่องเต้องค์ใหม่ก็จะไร้ซึ่งหนทางขึ้นครองราชบัลลังก์ และในช่วงเวลาสิบปีนี้ พวกเขาจะต้องกดขี่ข่มเหงพวกเจ้าเป็นแน่ และแทนที่จะถูกกดขี่ให้กลับบ้านไปทำไร่ไถนา ไม่สู้ทรยศไปเข้าค่ายฝ่ายตรงข้ามตั้งแต่ตอนนี้ไม่ดีกว่ารึ...”
“พวกเราจะไม่ทรยศอ๋องจิ้ง!”