ตอนที่ 741
บทที่ 741 เงื่อนไขในการเจรจา
October 31, 2026
บทที่ 741 เงื่อนไขในการเจรจา
สถานที่รับประทานอาหาร ก็เป็นเพียงแค่ตอไม้ตอหนึ่งที่อยู่นอกกระโจมทหาร
ที่นี่จะไม่ปรากฏผู้หญิงให้เห็นมากนัก ถึงแม้ว่ากำลังคนในโรงครัวจะไม่พอจนต้องจ้างแม่ครัวที่อยู่บริเวณใกล้เคียงมายังที่นี่ และก็มีน้อยมากที่จะสามารถเดินไปเดินมาภายในค่ายทหารได้อย่างอิสระ ซ่านจินจื๋อก็เลยไม่อยากไปรบกวนทหารที่กำลังรับประทานอาหารเหล่านั้น เขาจึงยังคงถือกล่องใส่อาหารแล้วพากู้อ้าวเวยเดินผ่านไปอย่างสง่าผ่าเผยตลอดทาง
สายตาเหล่านั้นทำให้กู้อ้าวเวยรู้สึกเขินอายขึ้นมาเล็กน้อย จึงพูดเบาๆว่า “เจ้าไม่ได้แคร์สายตาของพวกเขาเลยหรือ?”
“เจ้าเคยแคร์สายตาของคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” ในขณะที่ซ่านจินจื๋อกำลังพูดคำนี้อยู่ ในระหว่างที่พูดก็ยิ้มไปด้วย เพียงเพื่อจะทำให้นางตึงเครียดอีกนิดหน่อย เขาจึงพูดว่า “ในเมื่อนี่เป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของพวกเราสองคน ครั้งนี้เจ้าก็ทำตามความต้องการของข้าก็แล้วกัน”
กู้อ้าวเวยนึกถึงเรื่องที่ยืนยันคิดจะทำด้วยตัวเองเหล่านั้นขึ้นมาได้ นางจึงเกาแก้มไปมาด้วยความประหม่า “ถ้าท่านแม่รู้เรื่องที่ข้าทำทั้งหมดในตอนนี้ ยังไม่รู้เลยว่านางจะลงโทษข้าอย่างไรบ้าง”
“สักสองสามวันข้าจะส่งจดหมายไปหนึ่งครั้ง ท่านแม่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงเจ้า” เมื่อซ่านจินจื๋อเห็นขุนพลสองสามคนเดินตรงมาที่เขา เขาจึงทำใบหน้าที่เย็นชาขึ้นมา
ส่วนกู้อ้าวเวยกลับยิ้มให้กับคนเหล่านั้นที่รู้สถานะของนาง และจับมือของซ่านจินจื๋อเอาไว้แน่น จากนั้นนางก็ยิ้มแล้วพูดว่า “เจ้าไม่เชื่อใจข้ามากเลยหรือ?”
“ความเชื่อใจก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ได้ยินเรื่องราวเหล่านั้นที่เจ้าทำไปทั้งหมดข้าก็อกสั่นขวัญหายไปหมดแล้ว”
“เอาล่ะๆ พูดไปพูดมาเจ้าก็ไม่วางใจในตัวข้าอยู่ดี แต่ถ้าจะพูดว่าความเจ้าชู้หลายใจ ชอบอ่อยคนไปทั่ว เจ้าก็ไม่ได้ต่างอะไรกับข้า ตอนที่อยู่ในเมืองเทียนเหยียนทุกๆวันเจ้าเรียกหาบรรดานักร้องนางรำเหล่านั้น พวกนางก็แทบอยากจะมากลืนกินเจ้าทั้งตัวอย่างอดรนทนไม่ไหวแล้ว” กู้อ้าวเวยทำเสียงฮึดฮัดออกมาจากในจมูก แล้วมองไปที่ใบหน้าอันหล่อเหลาจนเกินคำบรรยายนั้นของซ่านจินจื๋อด้วยความไม่พอใจ
ถ้าหากซ่านจินจื๋อเป็นผู้หญิง เกรงว่าทั้งผู้ชายและผู้หญิงทุกคนในเมืองจะต้องคุกเข่าอยู่ใต้กระโปรงของเขาเป็นแน่
โชคดีที่ซ่านจินจื๋อไม่รู้ความคิดที่อยู่ภายในใจของนาง เขากลับยิ้มแล้วพูดว่า “นั่นก็หาได้มีไม่ เจ้ามีความสามารถ ผู้ชายที่อยู่ข้างกายก็เป็นคนที่มีความสามารถเป็นหนึ่ง”
“นั่นก็ใช่ ไม่อย่างนั้นจะเห็นหรือว่าข้างกายข้ามีพระพุทธรูปองค์ใหญ่อย่างเจ้าอยู่ ถึงผู้ชายเหล่านั้นจะมีความกล้าขึ้นมา ก็กลัวว่าพอข้ามีเจ้าแล้วก็จะไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตา แล้วทำไมจะต้องยั่วให้ไม่ชอบด้วยล่ะ?” กู้อ้าวเวยพูดหยอกล้อ
ตามที่กล่าวมานั้น กลับเป็นว่าเป็นเพราะเขา ผู้ชายที่กู้อ้าวเวยดึงให้มาอยู่ข้างกายนั้นจึงมีความปราดเปรื่องมากเช่นนี้
นางพูดเรื่องไร้สาระเหล่านี้ไม่หยุด แต่ซ่านจินจื๋อกลับรู้สึกโล่งใจขึ้นมาไม่น้อย
ในชีวิตนี้ไม่มีสิ่งใดที่กู้อ้าวเวยยึดมั่นถือมั่นมากเกินไป เรื่องที่สามารถจำได้ก็มีเล็กน้อยราวกับฝุ่นละอองขนาดเล็ก และนางก็สามารถจดจำเรื่องสำคัญที่เป็นความลับทางการทหารเอาไว้ได้อีกด้วย ถ้าอยากได้ยินคำพูดที่เต็มไปด้วยน้ำใสใจจริงเหล่านี้จากปากของนาง ช่างยากยิ่งนัก
ตอไม้ไม่สูงมากนัก กู้อ้าวเวยจึงถือโอกาสนั่งไขว่ห้างไปซะเลย แล้วหยิบอาหารที่อยู่ข้างในออกมากินอย่างสง่าผ่าเผย มันไม่ใช่อาหารเลิศรสอะไร เป็นเพียงอาหารที่เหล่าคนในโรงครัวได้ผัดออกมาด้วยกระทะใบใหญ่ แม้แต่น้ำมันก็มีน้อยจนน่าสงสาร แต่กู้อ้าวเวยก็ยังกินอย่างสบายอกสบายใจ พร้อมทั้งพูดออกมาว่า “พวกเรามาลองพูดถึงเงื่อนไขหลังจากนี้กันไม่ดีกว่าหรือ?”
“เวลารับประทานอาหาร ไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดเรื่องเหล่านั้นนะ” ซ่านจินจื๋อเลือกเอาเนื้อบางส่วนใส่ลงไปในชามของนาง และพูดต่อไปว่า “เรื่องในตำหนักฮุยเฟยวันนั้น...”
ก็แค่ลูกไม้ที่ซ่านเซิ่งหานต้องการจะแยกเราสองคนออกจากกัน ตอนนั้นข้าก็แค่แสดงละครทำเป็นตกกระไดพลอยโจนต่อไป ประจวบเหมาะกับการแต่งงานครั้งนี้ถูกยกเลิกไปแล้ว เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว คนที่มีนิสัยที่โฉดชั่วเหมือนหมาป่าเหล่านั้นก็เลยแสดงสติปัญญาอันโดดเด่นออกมาให้เห็นอย่างไรล่ะ” ในขณะที่กู้อ้าวเวยกำลังพูดเช่นนี้ออกมา มือข้างหนึ่งก็วางไว้บนโต๊ะนี้อย่างเหนื่อยหน่าย แล้วพูดว่า “อีกทั้งก่อนหน้านี้ข้านึกว่าเรื่องชีวิตอมตะไม่แก่เฒ่าจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับราชสำนักเสียอีก แต่ตอนนี้กลับดูเหมือนว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสียแล้ว”