ตอนที่ 780
บทที่780 บีบบังคับถึงชีวิต
October 31, 2026
บทที่780 บีบบังคับถึงชีวิต
ขนมร้านอาหารป่ายเว่ย งานเลี้ยงของไท่ไป่จู คนรับใช้ทั้งสองทำความเคารพ บนโต๊ะเต็มไปด้วยคนที่น่ารังเกียจ
มันเหมือนตอนที่ถูกกักขังในตำหนักอ๋องจิ้ง แต่ในตอนนี้กลับรู้สึกเฉยชา ก่อนที่จะหยิบขนมดอกบัว พลางยิ้มแล้วหันไปถามหญิงสาวที่กำลังเก็บกล่องอาหารของร้านอาหานป่ายเว่ย “ที่นี่ยังมีหม่านเทียนซิงหรือไม่?”
“ตอนนี้แทบจะไม่ค่อยได้ทำ องค์หญิงรู้ด้วยหรือเจ้าคะ?” นางมองกลับไปยังประหลาดใจ
นางจำไม่ได้ว่าตัวเองไม่ใช่พระชายาอ๋องจิ้งตั้งนานแล้ว
เมื่อนางกำลังตกตะลึง เด็กสาวคนนั้นก็ถูกเร่งให้นำกล่องอาหารออกไป จากนั้นกู้เฉิงก็ข่มขู่ไม่ให้นางพูดมากจนเกินไป ขนมดอกบัวที่อยู่ในปากกลับไร้รสชาติขึ้นมาทันที จากนั้นก็หยิบเค้กพุทราที่อยู่ด้านข้างใส่ปากโดยไม่ได้ เงยหน้าขึ้น “ไปเอาหนังสือซักสองสามเล่มมาให้ข้า”
ซ่านต้วนเฟิงกำถ้วยแน่น ไม่รู้ว่ากู้อ้าวเวยต้องการทำอะไร
คนใช้ที่อยู่ข้างข้างถามอย่างละเอียดว่านางต้องการอ่านหนังสือประเภทใด ทว่ากู้อ้าวเวยกลับเลิกคิ้ว จากนั้นก็กินเค้กพุทราพลางคิดสักครู่แล้วส่ายหน้า “ ไม่ต้องแล้ว เจ้าช่วยไปซื้อท่อนไม้ให้ข้าหน่อย”
“ท่อนไม้?”
“เป็นไม้ที่ง่ายต่อการขัดเงาและทำเป็นของเล่นเด็ก” กู้อ้าวเวยครุ่นคิดแล้วให้คำตอบ
นางและซ่านจินจื๋อควรทำหน้าที่ของตอนเอง แต่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องความเป็นอมตะของเมืองเทียนเหยียน ไม่ต้องคำนึงถึงชีวิตและโชคชะตาของญาติพี่น้องได้มากกว่ากว่านี้ แต่เมื่อมีเวลาว่างไม่สู้ทำของเล่นให้ชิงจือดีกว่า
สาวใช้มีเหงื่อที่หน้าผาก ทว่าใบหน้ากลับยังมีรอยยิ้ม “ทาสจะไปหาผ้าไหมกับด้ายไหมให้ท่าน สามารถทำกระเป๋าเงินใบเล็กๆของเด็กได้.......”
“แม้ว่าจะหามาให้นาง แต่เกรงว่ามันจะไม่มีประโยชน์” เสียงที่คุ้นเคยดังมาจากทางประตู
สายตาของซ่านต้วนเฟิงและกู้เฉิงมองไปยังชายที่เพิ่งจะกล่าวโทษซ่านจวนฮ่าวและซ่านเซิ่งหาน แต่ชายตรงหน้าก็ยังมีทีท่าเย่อหยิ่งและก้าวร้าว ที่ผ่านมาเขาไม่เคยมองคนอื่นเลย เช่นเดียวกันกับไม่กี่วันที่ผ่านมา เขานั่งลงข้างๆกู้อ้าวเวยอย่างรวดเร็วแล้วพูดว่า “ไม่ว่าจะเป็นการเล่นพินกู่ฉิน หมากล้อมเขียนพู่กัน วาดภาพหรือการเย็บปักถักร้อยเจ้าเคยทำได้ด้วยรึ?”
กู้อ้าวเวยมองเขาอย่างเย็นชา พลางกินเค้กพุทราที่เหลือลงท้องไป จากนั้นนางก็กำลังจะกินขนมอื่นๆแต่ทว่าชายที่มีใบหน้าเยือกเย็นกลับยื่นมือมาห้าม และมองนางอย่าเงียบๆ “ขนมไม่ควรกินเยอะยังคิดว่าตัวเองเป็นเด็กอายุสิบเจ็ดสิบแปดงั้นรึ?”
“เจ้าร่วมมือกับกู้เฉิง” กู้อ้าวเวยดึงมือกลับมา พลางมองซ่านจินจื๋อที่ตักซุปวางไว้ด้านหน้าตนเอง
“ซ่านเซิ่งหายและซ่านจวนฮ่าวถูกชี้ขาดในข้อกล่าวหาแล้ว เพราะจุดอ่อนของพวกเขา ข้าจึงไม่ยอมแพ้ มีเพียงหยวนเอ๋อที่คิดว่าตระบัดสัตย์คืนคำ.....”
“เรื่องอายุยืนยาวข้าก็แก้ปัญหาอย่างดีแล้ว” กู้อ้าวเวยพูดขัดซ่านจินจื๋อ พลางยกชามตรงหน้าขึ้น ทว่าสายตากลับจ้องไปที่ซ่านจินจื๋อ “ดังนั้นครั้งนี้ที่จะเจ้ามาก็เพื่อโยนข้าทิ้ง?”
เหมือนถูกตอกหน้าหงาย
ซ่านจินจื๋อมองกู้อ้าวเวยด้วยความแปลกใจ เขาไม่เคยคิดว่ากู้อ้าวเวยจะเป็นคนที่ใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง
ทว่าดวงตาที่งดงามกลับปนเปื้อนไปด้วยไอน้ำบางอย่างแม้กระทั่งหัวใจของเขาที่ถูกปิดผนึกด้วยน้ำแข็งยังประเปื้อนไปด้วยความชื้น
“ขอโทษ” ซ่านจินจื๋อยกมือขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ จากนั้นปลายนิ้วก็เลื่อนจากหางตาไปที่หูของนาง “ข้ายังคิดว่าเจ้าเป็นคนใจอ่อน”