ตอนที่ 1
ตอนที่ 1 เปลี่ยนคู่วิวาห์
September 30, 2026
“อวิ๋นชิง หากยังไม่ตาย ก็จงลืมตาขึ้นมา แต่ถ้าตายแล้ว ข้าจะโยนเจ้าทิ้งที่สุสานไร้ญาติให้สุนัขกัดกิน!”
คำพูดนี้กระแทกกระทั้นให้อวิ๋นชิงรู้สึกปวดหนึบๆ ในสมอง นางลืมตาขึ้นด้วยความมึนงง แต่แล้วกลับพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียง ข้อมือทั้งสองถูกพันธนาการไว้แน่น บนร่างกายเหลือเพียงตู้โตว[1]ตัวน้อยและกางเกงชั้นใน
หน้าเตียงมีบุรุษผู้หนึ่งยืนอยู่ สีหน้าเย็นชาดำทะมึน ในมือยังถือแส้หนังเส้นหนึ่งอีกด้วย!
ภาพตรงหน้านี้ชวนให้อวิ๋นชิงจินตนาการไปถึงเรื่องชั่วร้ายสารพัด แต่แล้วความทรงจำก็หลั่งไหลเข้าสู่สมอง เมื่อจำได้ว่าชายตรงหน้านี้คือใคร อวิ๋นชิงก็ลุกพรวดขึ้นนั่งทันที
ท่ามกลางความตื่นตระหนกที่ยังไม่คลาย บุรุษตรงหน้าก็เริ่มก่นด่า...
“คิดไม่ถึงเลยว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลอวิ๋นจะชื่นชอบการเสพกามากลางวันแสกๆ!”
“พรุ่งนี้ข้ากำลังจะหมั้นหมายกับอวิ๋นเจียวแล้วแท้ๆ แต่ดันเกือบถูกเจ้าจับแก้ผ้าแบบนี้”
อวิ๋นเจียวคือใคร? นางคือน้องสาวแท้ๆ ของอวิ๋นชิงยังไงล่ะ
ส่วนบุรุษตรงหน้า หากนับตามลำดับญาติแล้ว เขาก็คือว่าที่น้องเขยของนาง…ฉินซิว
หน้าตานับว่าหล่อเหลาเลยทีเดียว แต่วาจาเวลาด่าทอนั้น ช่างไม่น่าฟังเอาเสียเลย
หลังจากกระหน่ำถ้อยคำใส่นางเสร็จแล้ว ฉินซิวก็เดินไปที่ประตู ตะโกนเรียกเด็กรับใช้เข้ามา “ไป เอาเรื่องที่คุณหนูใหญ่อวิ๋นล่วงเกินข้าไปป่าวประกาศให้ทั่วเมืองหลวง ตีฆ้องร้องป่าวให้คนทั้งเมืองและตระกูลอวิ๋นได้รับรู้กันให้ถ้วนหน้า!”
“น้องเขย ใจเย็น ใจเย็นๆ ก่อน!”
“ไฟในอย่านำออก เรื่องในบ้านไม่ควรแพร่งพรายให้คนนอกรู้ พวกเราทำเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นได้หรือเปล่า”
ฉินซิวยิ้มเยาะ “ขาของเจ้าเกี่ยวเอวข้าไปแล้วด้วยซ้ำ ย่ำยีข้าถึงเพียงนี้ ยังจะให้ข้าทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกน่ะหรือ ฝันไปเถอะ!”
เขาทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านี้ ไม่เปิดโอกาสให้อวิ๋นชิงได้ต่อรอง สุดท้ายเขาก็จัดการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาดไม่มีไว้หน้านางเลย
เขาตีฆ้องร้องป่าวประกาศ ‘วีรกรรม’ ของนางไปทั่วเมืองหลวง ได้ยินมาว่าขบวนประกาศจัดเต็มยิ่งกว่าขบวนแห่จอหงวนเสียอีก
ฉินซิวลงมือได้แสบสันถึงทรวง จนอวิ๋นชิงรู้สึกว่าชื่อของนางคงไม่ได้ดังกระฉ่อนแค่ทั่วทั้งเมืองหลวง แต่อาจจะสะท้านไปถึงสี่คาบสมุทรเลยก็เป็นได้
ไม่นาน ตระกูลอวิ๋นก็ได้รู้เรื่องราวและรุดมาถึง...
นางกู้ มารดาแท้ๆ ของอวิ๋นชิงตื่นตระหนกและโกรธแค้นกว่าผู้ใด “จับนางกดลงในถังอาจมให้ขาดอากาศตายไปเสีย เอาให้ตายไปเลย!”
เดิมคิดว่านี่เป็นเพียงคำพูดเพราะความเดือดดาล แต่สุดท้ายกลับไม่ใช่!
อวิ๋นชิงที่อ่อนเปลี้ยเพลียแรงเพราะฤทธิ์ยายังไม่สิ้น เกือบจะถูกมารดาแท้ๆ กดหัวให้จมถังอาจมตายจริงๆ
‘โชคดี’ ที่อวิ๋นเจียว น้องสาวผู้มี ‘จิตใจเมตตา’ ช่วยรั้งไว้อย่างสุดกำลัง
ในสายตาของทุกคน ไม่มีผู้ใดรู้สึกแปลกใจเลยที่นางกู้โกรธขึ้งถึงเพียงนี้
เพราะการหมั้นหมายระหว่างอวิ๋นชิงกับตระกูลเซี่ยกำลังจะเป็นมั่นเหมาะ ในขณะที่งานวิวาห์ของอวิ๋นเจียวน้องสาวกับฉินซิวได้กำหนดฤกษ์งามยามดีเอาไว้แล้ว เดิมทีควรจะเป็นงานมงคลซ้อนมงคล
คราวนี้ดีเลย ทุกอย่างพังพินาศ!
นึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น อวิ๋นชิงลูบก้อนนูนคั่งเลือดบนศีรษะที่ถูกนางกู้ใช้ไม้ฟาด แววตาสีดำขลับดูมืดมน นางเกือบจะถูกตีจนกลายเป็นป้ายวิญญาณไปแล้ว แต่นั่นก็ทำให้นางได้สติแจ่มชัดขึ้นเช่นกัน
“คุณหนู ทานข้าวเจ้าค่ะ!”
อวิ๋นชิงหันไปตามเสียง ประตูห้องเก็บฟืนถูกเปิดออก ฮั่วเหมยสาวใช้คนสนิทถือจานผักดองและหมั่นโถวแห้งๆ สองลูกเดินเข้ามา
แลเห็นหมั่นโถวแข็งกระด้าง อวิ๋นชิงไม่ได้เอ่ยสิ่งใด หยิบขึ้นมากินทันที
ฮั่วเหมยอดไม่ได้ที่จะคับแค้นใจแทนคุณหนู “คุณหนู ทั้งๆ ที่วันนั้นเป็นคุณหนูรองที่ลวงท่านไปที่นั่น ท่านไม่ได้ไปเองเสียหน่อย ท่านไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าท่านกั๋วกงน้อยอยู่ข้างใน”
อวิ๋นชิงคิดในใจ ‘ไม่ใช่แค่ลวง แต่ยังวางยา ทำให้นางควบคุมตัวเองไม่อยู่ เห็นฉินซิวแล้วก็แทบจะแก้ผ้าโผเข้าหาทันที’
สุดท้ายเนื้อแกะก็ไม่ได้กิน ชื่อเสียงยังเหม็นโฉ่อีกต่างหาก
“แต่บ่าวไม่เข้าใจเลยจริงๆ คุณหนูรองจะทำเช่นนั้นไปทำไม ในเมื่อนางชอบท่านกั๋วกงน้อยที่สุดไม่ใช่หรือ”
ตอนนี้สถานการณ์ของคุณหนูใหญ่กับท่านกั๋วกงน้อยเป็นเช่นนี้ การหมั้นหมายระหว่างนางกับกั๋วกงน้อยย่อมเป็นอันต้องยกเลิกไปโดยปริยาย
“นั่นสิ ข้าเองก็ไม่เข้าใจ”
ใบหน้าแสร้งทำเป็นงุนงง แต่ในใจกระจ่างแจ้งยิ่งกว่าสิ่งใด
อวิ๋นชิงทะลุมิติเข้ามาในนิยาย เรื่องราวบางอย่าง นางจึงรู้ดีเป็นที่สุด อาทิเช่น ชีวิตสมรสของอวิ๋นเจียวและฉินซิว…