ตอนที่ 124
บทที่ 124 ศิษย์พี่หญิงยิ่งโหด ศัตรูยิ่งหวาดกลัว
October 22, 2026
บทที่ 124 ศิษย์พี่หญิงยิ่งโหด ศัตรูยิ่งหวาดกลัว เมื่อฟังคำพูดของฉินอวิ๋นตี๋จบ จางอวิ๋นซีตาเป็นประกายขึ้นมาทันที
นางพยักหน้าพูดว่า “ผู้ฝึกบำเพ็ญรุ่นเดียวกับข้าก็ควรจะออกไปฝึกฝนบ่อยๆ จริงๆ ใช้ธุลีแดงขัดเกลาจิตใจ ในเมื่อศิษย์น้องทะลวงระดับสร้างฐานแล้ว ก็ถึงเวลาออกไปฝึกฝนบ้าง ทำให้พลังบำเพ็ญของตัวเองมั่นคง”
แต่สิ่งที่จางอวิ๋นซีแปลกใจคือเสิ่นเทียนทะลวงระดับพลังบำเพ็ญแล้วออกไปฝึกฝน จะมีคนตามไปด้วยเยอะขนาดนี้ทำไมกัน ก่อตั้งกลุ่มหรือ
และที่สำคัญกว่านั้นคือกุ้ยกงกงกับฉินเกาไม่เท่าไร ถึงอย่างไรตอนแรกก็เป็นขันทีรับใช้อยู่ข้างกายเสิ่นเทียน แต่ฉินอวิ๋นตี๋จะตามไปเพื่ออะไรกัน เจ้าเด็กนี่เกลียดการออกไปฝึกฝนมากที่สุดไม่ใช่หรือ
แน่นอน เป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องฝ่ายเดียวกัน ฉินอวิ๋นตี๋ตามไปก็ดีเหมือนกัน
เมื่อคิดได้ดังนั้น จางอวิ๋นซีก็เอ่ยขึ้น “ศิษย์น้องเตรียมจะออกเดินทางเมื่อไรกัน”
เสิ่นเทียนขบคิด โชคลิขิตบนศีรษะของฟางฉางน่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ แต่ตอนนี้ฟางฉางถูกเจ้าแดนศักดิ์สิทธิ์เทพสวรรค์ลงโทษให้คัดกฎสำนัก เดาว่าคงจะออกไปข้างนอกไม่ได้อีกสักระยะ
ทว่าโชคลิขิตเป็นสิ่งที่ลึกลับและอธิบายได้ยากมาก ถึงอย่างไรในชั่วพริบตาเดียวก็อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้เป็นหมื่นอย่าง
ดังนั้นเสิ่นเทียนจึงตัดสินใจว่าจะรีบไปยังจุดที่ปรากฏโชคลิขิตให้เร็วที่สุด ดูว่าจะวางหมากก่อนได้หรือไม่
เมื่อคิดได้ดังนั้น เสิ่นเทียนจึงพูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้าศิษย์พี่หญิงสะดวก ยิ่งเร็วเท่าไรยิ่งดี”
จางอวิ๋นซีฟังเสิ่นเทียนพูดจบก็อึ้งไปเล็กน้อย ยิ่งเร็วเท่าไรยิ่งดีหรือ
ศิษย์น้องอยากออกไปฝึกฝนด้วยกันกับข้า ยิ่งเร็วเท่าไรยิ่งดีหรือ
พอนึกถึงตรงนี้แล้ว จางอวิ๋นซีก็พยักหน้า “ในเมื่อศิษย์น้องรีบร้อนเช่นนี้ เจ้าก็รอสักเดี๋ยว ข้าจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”
กล่าวจบนางก็กลายเป็นแสงสีเงินสายหนึ่งพุ่งไปยังยอดเขาสตรีศักดิ์สิทธิ์ ความเร็วสูงจนคนตกตะลึง
ขณะเดียวกันบนยอดเขาทองคำ ศิษย์ชุดคลุมดำคนหนึ่งเดินกะเผลกเหมือนคนขาเป๋ลงมา ใบหน้าเขาบวมจนเห็นใบหน้าไม่ชัด “กอบกุนกี้ศิษย์พี่กู้ก้าไก้ กดกำไว้ใกไกแก๊ว”
พอได้ฟังคำพูดเจ้านี่ เสิ่นเทียนพลันหน้าดำขึ้นมา “เจ้าพูดอะไร”
กุ้ยกงกงข้างหลังเอ่ยด้วยความจำใจ “เขาน่าจะบอกว่าขอบคุณที่ศิษย์พี่กู้หน้าให้ จดจำไว้ในใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ศิษย์ชุดคลุมดำคนนั้นพยักหน้าด้วยความตื่นเต้น “ก้าก้อยกี่กิ๋นเกิงกิตกอดเก๋าโกการ กิดานามกี่กิงเก๋อ”
เสิ่นเทียนมองกุ้ยกงกง กุ้ยกงกงพูดด้วยความจนปัญญา “ข้าน้อยหลี่อวิ๋นเฟิง ลูกศิษย์แห่งยอดเขาโอฬาร บิดานามหลี่ชิงเหอ”
เสิ่นเทียนมุมปากกระตุก ศิษย์พี่หญิงอวิ๋นซีทุบตีคนไม่มีความเห็นใจสักนิด อัดศิษย์น้องอวิ๋นเฟิงเสียจนเป็นสภาพนี้
รอเดี๋ยว เจ้านี่คือหลี่อวิ๋นเฟิงหรือ
เสิ่นเทียนหน้าดำมืดขึ้นมา “ศิษย์น้อง เจ้าคือหลี่อวิ๋นเฟิงรึ”
หลี่อวิ๋นเฟิงพยักใบหน้าที่โดนตบจนปูดบวมอย่างบ้าคลั่ง “ก้าเกง กิดกี้ก้าเกง”
ประโยคนี้ไม่ต้องให้กุ้ยกงกงอธิบาย เสิ่นเทียนก็ฟังเข้าใจ ‘ข้าเอง ศิษย์พี่ข้าเอง’
เป็นเจ้าก็ดี เสิ่นเทียนพลันชี้ไปที่ยอดเขาสตรีศักดิ์สิทธิ์ “ศิษย์น้องดูนั่น ศิษย์พี่หญิงอวิ๋นซี”
หลี่อวิ๋นเฟิงพลันตัวสั่น ก่อนจะมองไปบนยอดเขาสตรีศักดิ์สิทธิ์ “กงไก๋ กิดกี้ขิงกู่ไก๋”
เขายังพูดไม่จบก็รู้สึกเจ็บปวดที่หลังศีรษะอย่างรุนแรง จากนั้นฟ้าดินหมุนคว้าง
เสิ่นเทียนมองหลี่อวิ๋นเฟิงที่ตาเหลือกหมดสติไปแล้วพลางเก็บค้อนม่วงทองด้วยใบหน้ามืดทะมึน “หาเจ้าเจอสักที ลุงกุ้ย รบกวนท่านไปหาเถ้าแก่ซ่งที ขอโอสถลบความจำมาสักเม็ด มันมีประโยชน์!”
จากนั้นก็เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนมีความสุข บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความรื่นรมย์
…….
หลังจากระบายกับหลี่อวิ๋นเฟิงอย่างถึงอกถึงใจแล้ว ก็ป้อนโอสถลบความจำให้เขา
ตอนนี้หนึ่งชั่วยามผ่านไป ในที่สุดจางอวิ๋นซีก็ลงมาจากยอดเขาสตรีศักดิ์สิทธิ์
นางในตอนนี้ถอดชุดเกราะแสงพยัคฆ์ขาวออกแล้ว เปลี่ยนเป็นชุดคลุมขาวดั่งหิมะ
จากตอนแรกที่มัดรวบผมไว้ข้างหลัง ตอนนี้พาดบ่าสยายไปตามสายลม ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ
ถ้าบอกว่าจางอวิ๋นซีก่อนหน้านี้เหมือนกับเทพีสงคราม เช่นนั้นตอนนี้นางก็เหมือนดอกบัวหิมะสีขาวบริสุทธิ์
เงียบสงัด ราบเรียบ งดงามเพียบพร้อม กระฉับกระเฉงดั่งเซียน
จางอวิ๋นซีเดินลงมาจากยอดเขาสตรีศักดิ์สิทธิ์ช้าๆ เดิมทีคิดว่ากลุ่มผู้ชายพวกนี้จะสยบต่อเสน่ห์ของตน แต่เมื่อนางเดินมาอยู่หน้าทุกคน ใบหน้างดงามเป็นเลิศก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำ