ตอนที่ 60
บทที่ 60 หินแร่จากสนามรบบรรพกาล
October 22, 2026
บทที่ 60 หินแร่จากสนามรบบรรพกาล “ท่านเซียน เราคิดถึงท่านมาก!”
“ท่านมาเหตุใดไม่แจ้งข้าก่อนล่ะขอรับ!”
ครั้นเห็นเสิ่นเทียน สี่คนก็รีบตรงเข้ามาต้อนรับเขา
เสิ่นเทียนมุมปากกระตุกเล็กน้อย รีบพูดว่า “ห้ามมากอดขาอีก!”
สี่คนมองหน้ากันแล้วพยักหน้าเงียบๆ
เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ ผลสรุปของการวิเคราะห์ร่วมกันไม่ผิด
จะประจบท่านเซียนเหมือนเดิมเป็นครั้งที่สองไม่ได้
สยงเหมิ่งมีนิสัยตรงไปตรงมาจึงพูดออกมาทันที
“ท่านเซียนรู้อนาคตจริงๆ ท่านมาไขข้อสงสัยให้เราใช่หรือไม่”
เสิ่นเทียนงุนงงเล็กน้อย “ไขข้อสงสัยรึ ไขข้อสงสัยอะไร”
หลิวไท่อี่กล่าว “ท่านเซียนเอ้าเทียนอยู่สูงสุด เราอยากให้เถ้าแก่ซ่งรับตำแหน่งผู้อาวุโสใหญ่ของลัทธิขอรับ”
เถ้าแก่ซ่งรีบส่ายหน้า “มิกล้าๆ ท่านเซียน นะ…นี่มันไม่เหมาะสมเลย!”
เสิ่นเทียนฟังสี่คนเถียงกันพลางรู้สึกว่าเจ้าพวกนี้คงไม่ใช่คนโง่หรอกกระมัง!
ลัทธิปรมาจารย์เซียนอะไร ก็แค่กลุ่มผู้คลั่งไคล้อย่างไม่เป็นทางการข้าไม่ใช่รึ!
ก็แค่ตำแหน่งผู้อาวุโสกลุ่มผู้คลั่งไคล้คนเดียว ควรค่าให้พวกเจ้าแย่งชิงกันรึ
เสิ่นเทียนขบคิดแล้วก็ว่า “ตอนนี้ผู้อาวุโสใหญ่คือใคร”
หลิวไท่อี่ยกมือขึ้นช้าๆ “ตอนนี้ข้ารับหน้าที่อยู่ขอรับ”
เสิ่นเทียนถามอีก “แล้วเหตุใดต้องให้เถ้าแก่ซ่งล่ะ”
หลิวไท่อี่ตอบอย่างจริงจัง “ข้าน้อยไร้คุณธรรมไร้ความสามารถ ไม่มีหน้าครองตำแหน่งเป็นหมาหวงก้างจริงๆ เถ้าแก่ซ่งเป็นเถ้าแก่น้ำดีที่มีชื่อเสียงของสวนหมื่นวิญญาณเรา
ถ้าเขารับตำแหน่งผู้อาวุโสใหญ่ ภายภาคหน้าลัทธิปรมาจารย์เซียนเราก็จะมีเงินทุน อีกอย่าง พี่น้องในลัทธิซื้อแร่วิญญาณยังได้ลดราคาด้วย แบบนี้จะดึงดูดให้พี่น้องมาร่วมลัทธิเรามากขึ้นไปอีก”
หลิวไท่อี่พูดจบ เถ้าแก่ซ่งหน้าดำขึ้นหลายระดับ
‘เหอะๆ ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้ามันต้องมีเจตนาไม่ดี บอกจะให้ข้าเป็นผู้มีอำนาจของลัทธิปรมาจารย์เซียน มันก็แค่อยากให้ข้าเป็นคนโดนเอาเปรียบไม่ใช่รึ
คอยหมุนเวียนเงินทุนให้ลัทธิปรมาจารย์เซียนหรือ?’
เถ้าแก่ซ่งสื่อว่าต้องการให้เสิ่นเทียนพูดบ้าง
ไม่ว่าจะศิลาวิญญาณกี่ก้อนเขาก็ยินดีประเคนให้ เพราะนั่นคือการขอวาสนา
ปัญหาคือ สมาชิกพวกนั้นในลัทธิปรมาจารย์เซียนเป็นเพียงผู้มีวาสนาของท่านเซียนเท่านั้น
พวกเขาไม่ได้สนิทสนมกับเถ้าแก่ซ่ง มีสิทธิ์อะไรจะได้ลดราคา
เห็นกันอยู่ทนโท่ว่าเจ้าพวกนี้อยากจะเอาเปรียบข้า!
……
เสิ่นเทียนพยักหน้าเล็กน้อย “มันก็มีเหตุผลอยู่บ้าง เถ้าแก่ซ่งเจ้าคิดว่าอย่างไร!”
ถ้าเสิ่นเทียนไม่อยู่ เถ้าแก่ซ่งจะปฏิเสธอย่างไม่ลังเลแน่นอน ปัญหาคือท่านเซียนเหมือนจะรู้อนาคตถึงได้มาถามด้วยตนเอง นี่ทำให้เถ้าแก่ซ่งอดเกิดความคิดบางอย่างขึ้นในใจมิได้
หรือท่านเซียนกำลังทดสอบความซื่อสัตย์ของข้าอยู่ ว่ายินดีจะถวายตัวเองเพื่อลัทธิปรมาจารย์เซียนหรือไม่?
พอนึกถึงตรงนี้ เถ้าแก่ซ่งก็กัดฟัน
ขอแค่ได้ต่อวาสนากับท่านเซียน ข้าขอสู้สุดใจ!
เขาพยักหน้าว่า “ข้ายินดีสร้างคุณูปการเพื่อลัทธิเรา ถ้าข้าเป็นผู้อาวุโสใหญ่ของลัทธิ ก็ยินดีจะแบกรับเงินทุนทั้งหมดของลัทธิ อย่างเช่นสาวกลัทธิค้นวิญญาณประเมินแร่ในร้านข้า จะได้สิทธิพิเศษแปดจุดแปด!
อย่างเช่นสาวกลัทธิเปิดได้ของดีในร้านข้า จะลดค่าผ่าหินให้ครึ่งหนึ่ง”
…..
พอได้ฟังปณิธานอันยิ่งใหญ่ของเถ้าแก่ซ่งแล้ว
เสิ่นเทียนอึ้งไปเลย
ใช้ได้เลย!
ตาแก่นี่ไม่เสียดายเลยหรือ!
แม้กำไรของร้านแร่วิญญาณจะมากน่าดูจริงๆ แต่การลดราคาอย่างเถ้าแก่ซ่งคงมีรายได้ลดน้อยลงมากในช่วงเวลาสั้นๆ แน่นอนถ้าลัทธิปรมาจารย์เซียนยิ่งใหญ่ก็จะมีลูกค้ามาร้านวิญญาณสวรรค์จำนวนมาก
ส่วนได้ส่วนเสียในนั้น ต้องดูว่าจากนี้ลัทธิปรมาจารย์เซียนจะพัฒนาไปเป็นอย่างไร
ไม่ว่าอย่างไร สำหรับเถ้าแก่ซ่งแล้วนี่คือการเดิมพันกล้าได้กล้าเสีย
มีความเด็ดขาดแบบนี้ได้ ตาแก่นี่ไม่ธรรมดาเลย!