ตอนที่ 1029
บทที่ 1029 ข้าชอบเจ้าเข้าให้แล้ว
October 21, 2026
คนทั้งคนของหยุนถิงตกตะลึงไป มองไปทางฮ่องเต้ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “ฝ่าบาท นี่พระองค์จะฝากฝังลูกกำพร้าให้แก่ข้านี่นา ไม่ นี่คือจะฝากฝังแผ่นดินของแคว้นต้าเยียนเอาไว้ให้ข้าเลย ทำเช่นนี้ไม่ได้เด็ดขาด ข้าเป็นเพียงคนนอกคนหนึ่งเท่านั้น”
“เจ้าคือองค์หญิงแห่งแคว้นต้าเยียนที่ข้าแต่งตั้งด้วยตัวเอง ยิ่งเป็นซื่อจื่อเฟยของจวินหย่วนโยว ฐานะสูงส่งไร้ที่เปรียบ สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือความสามารถของเจ้าทั่วทั้งสี่แคว้นไม่มีผู้ใดสามารถเทียบเคียง หากในอนาคตฮ่องเต้องค์ใหม่ประสบปัญหาหรือไม่สามารถแก้ไขได้ ข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถให้ความช่วยเหลือ เช่นเดียวกับที่ช่วยข้า”
“สิ่งสำคัญคือเจ้ามีจิตใจเมตตา มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ไม่เกรงกลัวอำนาจ ยิ่งประจบประแจงเอาใจไม่เป็น ต่อหน้าข้าเจ้าก็ยังกล้าสั่งสอนองค์ชายองค์หญิง หากฮ่องเต้องค์ใหม่ทำผิดเจ้าก็ไม่ต้องเกรงใจ มีคนกำกับดูแลฮ่องเต้องค์ใหม่อย่างเข้มงวด ข้าก็สามารถวางใจได้แล้ว หลีอ๋องซวนอ๋องและคนอื่นๆจะคำนึงถึงฐานะของฮ่องเต้องค์ใหม่ แต่เจ้าไม่ใช่ ดังนั้นเจ้าจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด!” ฮ่องเต้วิเคราะห์อย่างละเอียด
หยุนถิงหมดคำพูด “ฝ่าบาทนี่พระองค์ทรงชมข้า หรือว่ากำลังด่าข้ากัน”
“ย่อมต้องชมเจ้าอยู่แล้ว กล้าสั่งสอนฮ่องเต้องค์ใหม่ใช่ว่าใครก็สามารถทำได้” ฮ่องเต้หัวเราะออกมา
“เป็นครั้งแรกที่ข้าได้ยินการชมคนเช่นนี้ ฝ่าบาทพระองค์ไม่กลัวว่าในอนาคตข้าจะสร้างความวุ่นวายในราชสำนัก แย่งแผ่นดินของตระกูลท่านหรือ?” หยุนถิงจงใจถามออกมา
“หากเจ้าต้องการ สามารถอาศัยตอนที่ข้าประสบกับปัญหา ไม่ให้ความช่วยเหลือก็พอ แต่คำพูดไม่กี่คำของเจ้าก็สามารถแก้ไขปัญหาที่เหล่าขุนนางราชสำนักยังไม่สามารถแก้ไขได้ ยิ่งช่วยข้าเสนอยุทธศาสตร์การปกครองแคว้นอีกด้วย ดังนั้นข้ารู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมาก ข้าจะทิ้งพระพินัยกรรมเอาไว้ แต่งตั้งให้เจ้าเป็นองค์หญิงใหญ่ ช่วยฮ่องเต้องค์ใหม่กำกับดูแลราชสำนักในอนาคต” ในน้ำเสียงของฮ่องเต้มีความสลดใจเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย
หยุนถิงมองมาด้วยความเห็นใจ “ฝ่าบาทก็ไม่ต้องสิ้นหวังเกินไป ในหนึ่งปีนี้ถ้าหากข้าหาวิธีรักษาพระองค์ได้ล่ะ”
“ข้าก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น แต่ในฐานะที่เป็นราชาแห่งแคว้นย่อมต้องนึกถึงอนาคตของต้าเยียนเป็นธรรมดา เจ้าไปฝนหมึกให้ข้าเถอะ” ฮ่องเต้ตรัสด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
“ตกลง” หยุนถิงเดินไปทางโต๊ะที่อยู่ด้านข้างก็เริ่มฝนหมึกขึ้นมา
ฮ่องเต้เดินเข้ามาหยิบกระดาษพู่กันก็เริ่มเขียนขึ้นมา หยุนถิงอดที่จะถามขึ้นมาคำหนึ่งไม่ได้ “ฝ่าบาท ข้าปฏิเสธได้ไหม?”
“ไม่ได้ นี่คือความไว้วางใจที่ข้ามีต่อเจ้า และเป็นความมั่นใจที่มีต่อเจ้าเช่นกัน เจ้าจะทนดูข้านอนตายตาไม่หลับได้อย่างไรกัน” ฮ่องเต้จงใจตรัสด้วยใบหน้าบึ้งตึง
“ก็ได้ ถ้าหากในอนาคตแคว้นต้าเยียนเกิดเหตุไม่คาดฝันอะไรขึ้นมา พระองค์จะโทษมาถึงตัวข้าไม่ได้นะ” หยุนถิงกล่าวอย่างจนใจ
กำกับดูแลช่วยเหลือฮ่องเต้องค์ใหม่ ชื่อเสียงบารมีขององค์หญิงใหญ่ฟังดูดี แต่ความรับผิดชอบใหญ่หลวง ทำได้ดีนั่นคือความดีความชอบของฮ่องเต้ ทำได้ไม่ดีก็เจ้าให้ความช่วยเหลือได้ไม่ดี ได้รับความเหนื่อยยากแต่ไม่คุ้มค่า
“มีเจ้าอยู่ แคว้นต้าเยียนต้องสามารถเจริญรุ่งเรืองไม่เสื่อมคลายแน่นอน ไม่มีเหตุไม่คาดฝันหรอก!” ฮ่องเต้ตรัสด้วยความจริงจังเคร่งขรึมอย่างยิ่ง
เขาย่อมดูออกว่าหยุนถิงไม่อยากรับภาระนี้ แต่เมื่อมองไปที่แคว้นต้าเยียน ไม่มีใครเหมาะสมยิ่งกว่าหยุนถิงแล้ว ดังนั้นฮ่องเต้ไม่ยอมให้หยุนถิงปฏิเสธอยู่แล้ว
ฮ่องเต้เขียนพระพินัยกรรมเสร็จ ก็ทรงเหนื่อยแล้ว “เจ้าเอาพระพินัยกรรมกลับไปเถอะ ไม่ถึงเวลาที่จำเป็นจริงๆก็อย่าเอามันออกมา ตัวเจ้าเองก็ต้องระวังความปลอดภัยเอาไว้ด้วย”
“เพคะ”
ฮ่องเต้มองไปทางแผ่นหลังของหยุนถิง นัยน์ตาสีดำที่ลึกล้ำมีความพอใจแว๊บผ่านไปเล็กน้อย
ซูกงกงที่รออยู่ที่หน้าประตูเห็นซื่อจื่อเฟยออกมา ก็เดินเข้าไปปรนนิบัติ “ฝ่าบาท พระองค์ทรงไว้ใจซื่อจื่อเฟยจริงหรือ”
“หยุนถิงรับปากแล้ว อนาคตของต้าเหยียนก็มีหลักประกันแล้ว นางเป็นคนเดียวที่สามารถควบคุมหลีอ๋องกับซวนอ๋องได้ ทีนี้ข้าก็วางใจแล้ว พระพินัยกรรมมีเพียงฉบับเดียวไม่ปลอดภัย หากในอนาคตซวนอ๋องมีใจเป็นอื่นหรือเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่นนั้นแผ่นดินของข้าจะไม่ไร้หลักประกันหรอกหรือ อันคำว่ากองกำลังย่อมไม่สามารถกระจุกอยู่ที่เดียวควรเตรียมการไว้หลายๆมือก็คือเหตุผลข้อนี้แหละ” ฮ่องเต้ตอบ
ซูกงกงชูนิ้วโป้งขึ้นมาด้วยความนับถือ “ฝ่าบาททรงปราดเปรื่องยิ่งนัก”
และชายแดนแคว้นต้าเยียน หลังจากที่หลีอ๋องโม่ฉือหานถูกผู้หญิงคนนั้นพาตัวไป ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ถึงได้ตื่นขึ้นมา เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า คนทั้งคนตะลึงงันไป
ด้านในเรือนประดับประดาไปด้วยผ้าไหมสีแดง บนหน้าต่างยังมีอักษรสี่สีแดงสดติดเอาไว้ และบนร่างกายของเขาสวมชุดแต่งงานสีแดง ประตูห้องปิดแน่นหนา ด้านนอกมีเสียงจอแจตลอดเวลา
โม่ฉือหานต้องการจะลุกขึ้นมา กลับพบว่ามือเท้าล้วนถูกมัดเอาไว้ไม่สามารถดิ้นหลุดได้เลย เขาโกรธจนสีหน้ายิ่งดำมืดมากขึ้น