ตอนที่ 294
บทที่ 294 หยุนถิงริเริ่มคารวะสุราด้วยตัวเอง
October 21, 2026
พระราชวัง ตำหนักด้านข้าง
จวินหย่วนโยวกับหยุนถิงคำนับด้วยความเคารพนบนอบ: “ฝ่าบาท ข้านำหัวเชื้อหมักของกากเหล้ามา นี่คือปริมาณของสามเดือนที่ผ่านมา”
ซูกงกงตื่นเต้นอย่างยิ่ง รีบร้อนเข้ามารับไหขนาดใหญ่นั่นทันที และถวายให้กับฝ่าบาทด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง
“หยุนถิง ลำบากเจ้าแล้ว” ฮ่องเต้ปลื้มปิติอย่างมาก
เพราะมีหัวเชื้อหมักที่หยุนถิงนำมาถวาย ดังนั้นยอดขายสุราสองสามเดือนที่ผ่านมาของแคว้นต้าเยียนจึงดีมาก ผลกำไรค่อนข้างสูง เติมเต็มท้องพระคลังได้พอดี
“ได้รับใช้ฝ่าบาท ถือเป็นเกียรติของข้า” หยุนถิงตอบอย่างเคารพนบนอบ
ฮ่องเต้เห็นนางมีท่าทางที่เชื่อฟังเช่นนี้ จู่ๆก็รู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย: “เรื่องของอินทรีทอง ถือว่าข้าผิดต่อเจ้า เจ้ามีอะไรที่อยากได้ เอ่ยปากกับข้ามาได้เลย”
“เหตุใดฝ่าบาทถึงตรัสเช่นนี้ อย่างไรเสียอินทรีทองก็โจมตีคุณหนูว่าน ลงโทษไปแล้วก็แล้วไปเถอะ” หยุนถิงกล่าวอย่างไม่แยแส
“หาได้ยาก นังหนูอย่างเจ้าจะรู้เหตุรู้ผลเช่นนี้”
ทันทีที่หยุนถิงเงยหน้าก็เห็นบนตำหนักด้านข้างมีหนังของพญาอินทรีที่มีขนติดอยู่แขวนอยู่ตัวหนึ่ง รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย: “ฝ่าบาท พญานกอินทรีตัวนี้มีที่มาอย่างไรหรือ?”
“นังหนูอย่างเจ้าช่างตาแหลมจริงๆ นี่เป็นอินทรีที่ข้าล่าได้ด้วยตัวเอง ตอนช่วงเวลาการล่าในฤดูใบไม้ร่วงเมื่อหลายปีก่อน จากนั้นก็ให้คนใช้งานฝีมือพิเศษเก็บรักษาหนังที่มีขนติดนี้เอาไว้ หลายปีแล้วยังดูเหมือนใหม่อยู่เลย” ฮ่องเต้ตรัสอย่างได้ใจ
“เมื่อเป็นเช่นนี้ ฝ่าบาทจะประทานนกอินทรีตัวนี้ให้ข้าได้หรือไม่!” หยุนถิงเสนอแนะ
“ในเมื่อเจ้าเอ่ยปาก ข้าก็จะมอบให้เจ้า!” ฮ่องเต้ตรัสอย่างใจกว้าง
เพียงแค่หัวเชื้อหมักอันนี้ของหยุนถิงก็ทำเงินให้กับท้องพระคลังของแคว้นต้าเยียนไม่น้อยแล้ว เจ้าเมืองของเมืองหนานหยวนก็ส่งจดหมายมาเช่นกัน บอกว่าการเก็บเกี่ยวมันเทศของที่นั่นไม่เลว ขนมมันเทศกับมันเทศอบกรอบก็ทำเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปขายให้กับเมืองที่อยู่รอบๆ ยอดขายดีมาก รายได้ค่อนข้างสูง
หาได้ยากที่หยุนถิงจะมีคำขอหนึ่งอย่าง ฮ่องเต้ย่อมต้องรับปากอยู่แล้ว
“ขอบพระทัยฝ่าบาท”
“ตอนเย็นข้าจะจัดงานเลี้ยง ถึงเวลานั้นคนของหอเทพเซียนก็จะมาร่วมงานด้วย เจ้ากับจวินหย่วนโยวก็มาร่วมงานเถอะ อันคำว่าเปลี่ยนความขัดแย้งให้เป็นสันติภาพ ข้าจะเป็นทูตไกล่เกลี่ยให้เอง” ฮ่องเต้ทอดถอนใจ
“ฟังคำฝ่าบาททั้งหมด”
ฮ่องเต้ให้จวินหย่วนโยวอยู่พูดคุยต่อ ดังนั้นหยุนถิงจึงหยิบอินทรีตัวนั้นแล้วก็ออกไปเลย นางถามสถานที่จัดงานกับองครักษ์แล้ว หยุนถิงก็เข้าไปเลย
งานเลี้ยงจัดขึ้นที่อุทยาน บรรดาบ่าวรับใช้ในวังยุ่งอยู่กับการจัดวางที่นั่ง ผลไม้อาหารเรียกน้ำย่อย อาหารเลิศรสและสุราชั้นดี--------
หยุนถิงถามตำแหน่งที่คนของหอเทพเซียนนั่งกับบ่าวรับใช้ นางเดินเข้าไปโดยตรง แขวนนกอินทรีที่ฮ่องเต้ประทานให้ตัวนั้นเอาไว้บนเสาตรงข้ามโต๊ะ
“หยุนถิง เจ้ามาทำอะไรที่นี่?” องค์ชายสี่เดินเข้ามาถาม
“ท่านมาได้จังหวะพอดี ช่วยข้าถือนกอินทรีไปทางนั้นหน่อย ข้าจะดูตำแหน่ง” หยุนถิงกล่าวอย่างไม่เกรงใจ
โม่ฉือชิงเข้ามาช่วยทันที ทั้งสองคนทำการทดลองหลายต่อหลายครั้ง ในที่สุดหยุนถิงก็ระบุตำแหน่ง ก็แขวนนกอินทรีตัวนั่นขึ้นไป
“นี่คือนกอินทรีของฝ่าบาท เพื่อเป็นการแสดงถึงการให้ความสำคัญต่อหอเทพเซียนในคืนนี้ จึงให้ข้าแขวนเอาไว้ที่นี่โดยเฉพาะ หากใครกล้าแตะต้องนกอินทรีตัวนี้ ฝ่าบาทจะไม่อภัยให้เด็ดขาด!” หยุนถิงกล่าวขึ้นมาอย่างเย็นชา
“ขอรับ” ทุกคนล้วนคำนับด้วยความเคารพนบนอบ ย่อมไม่มีใครกล้าไปแตะต้องอยู่แล้ว
“เจ้าแขวนนกอินทรีตัวนี้ทำไมกัน?” โม่ฉือชิงงุนงง
“เดี๋ยวคืนนี้ท่านก็รู้เอง”
ไม่ช้าก็ตกกลางคืน ทุกคนของหอเทพเซียนมาที่พระราชวังก่อนเวลา องครักษ์เฝ้าประตูวังพาพวกเขาเข้ามา และกงกงก็เดินนำพวกเขาเข้ามา
ตำแหน่งของทุกคนล้วนถูกกำหนดเอาไว้แล้ว มู่เซียวเซียวและคนอื่นๆนั่งลงไปในที่นั่ง
หยุนถิงมองดูตำแหน่งของมู่ว่านว่านครู่หนึ่ง ดวงตาคู่สวยมีความเฉียบคมแว๊บผ่านไปเล็กน้อย จับมือของจวินหย่วนโยวเอาไว้ และเดินเข้ามาอย่างไม่รีบร้อน
ฮ่องเต้กับเหมยเฟย และหลิ่วเฟยก็มาร่วมงานด้วยเช่นกัน ขันทีตะโกนเสียงดังคำหนึ่ง ทุกคนก็ลุกขึ้นมาคำนับด้วยความเคารพนบนอบทันที
เพราะเป็นงานเลี้ยงกลางคืน ฮ่องเต้ไม่ได้เรียกขุนนางราชสำนัก เรียกเพียงแค่องค์ชายสี่ ซวนอ๋อง หลีอ๋อง สามคนนี้เป็นพยานการแข่งขันคัดเลือกของหอเทพเซียน ถือว่าเป็นงานเลี้ยงในครอบครัว