ตอนที่ 968
บทที่ 968 ไม่ได้ชนท่านจนเป็นอะไรไปใช่ไหม
October 21, 2026
หยุนถิงรู้สึกตกใจ “ตระกูลเวินจะต่อกรกับจวนซื่อจื่อหรือ ทำไมล่ะ?”
กัวมู่ไป๋ส่ายหน้าเล็กน้อย “เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่ชัดเจน ยังไงก็แล้วแต่ในจดหมายลับมันเขียนมาแบบนี้ ทีแรกข้าอยากไปตรวจสอบให้ชัดเจนแล้วค่อยมาบอกเม่ยเอ๋อร์ ด้วยนิสัยของนางจะต้องไม่มีทางทนอยู่เฉย ๆ แน่
ข้ากลัวนางจะเป็นอันตราย ก็เลยไม่ได้บอกเรื่องนี้กับนาง แต่จากเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้ ข้าไม่อยากรออีกแล้ว แล้วก็ยิ่งไม่อยากให้เม่ยเอ๋อร์เข้าใจผิด เพราะคำพูดของไป๋หลานรั่วได้เตือนให้รู้ตัวแล้ว
ผู้หญิงบ้าคลั่งอย่างนาง แม้แต่ร่างกายตัวเองยังสามารถทรยศได้ แล้วยังจะมีเรื่องอะไรที่ทำไม่ได้อีก
ข้าจะใช้ชีวิตมาปกป้องความปลอดภัยของสองแม่ลูกเม่ยเอ๋อร์ แต่ยังไงข้าก็ตัวคนเดียว ถ้าเกิดมีอะไรขึ้นมา ข้าเสี่ยงไม่ได้ แล้วก็ไม่อาจเสี่ยงด้วย เพราะว่านั่นคือชีวิตของเม่ยเอ๋อร์กับลูก
ดังนั้น ข้าก็เลยเอาเรื่องนี้มาบอกกับจวินซื่อจื่อและซื่อจื่อเฟย จะจัดการกับตระกูลไป๋ยังไง ท่านทั้งสองก็ตัดสินใจกันเองเถอะ ข้าแค่อยากให้เม่ยเอ๋อร์กับลูกปลอดภัยเท่านั้น”
จวินหย่วนโยวมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา “ถ้าพวกเขาคิดไม่ดีต่อจวนซื่อจื่อจริง ๆ ข้าจะต้องทำให้พวกเขาเสียใจที่มาถึงโลกใบนี้แน่นอน วันนี้ต้องขอบใจท่านมากที่มาบอกข่าวเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าก็ป้องกันไว้ดีกว่า”
“จวินซื่อจื่อเกรงใจเกินไปแล้ว”
“ถิงเอ๋อร์ ข้าออกไปครู่หนึ่งเดี๋ยวกลับมานะ” จวินหย่วนโยวพูดขึ้นมา
“ท่านพี่ ท่านไปทำงานเถอะเจ้าค่ะ”
พอจวินหย่วนโยวจากไปแล้ว หยุนถิงถึงมองไปที่กัวมู่ไป๋ “ตั้งแต่เด็ก เม่ยเอ๋อร์ก็ต้องลำบากมามาก นางจึงทำตัวเหมือนเม่นตัวหนึ่ง เอาหัวใจของตัวเองไปซ่อนไว้ในเปลือกที่แข็งกระด้าง”
“อย่ามองว่านางเป็นคนสบาย ๆ ไม่สนใจอะไรเลย แต่จริง ๆ แล้วนางเป็นคนโดดเดี่ยวมาก และเป็นเรื่องยากที่กว่าท่านจะทำให้นางเปิดใจยอมรับตัวท่านได้ ดังนั้นก็ไปคุยกับนางให้ชัดเจน และคลี่คลายความเข้าใจผิดกันเถอะ”
“ข้ามีข้อเรียกร้องเพียงอย่างเดียว คือดีต่อเม่ยเอ๋อร์ และดีต่อลูกให้มาก ๆ จวนซื่อจื่อจะเป็นบ้านแม่ของนางเสมอ ถ้าใครกล้ารังแกนาง ข้าจะไม่มีทางปล่อยไปง่าย ๆ แน่!”
“ซื่อจื่อเฟยวางใจเถอะ เม่ยเอ๋อร์เป็นผู้หญิงที่ข้ารักจริง ๆ และเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ข้าจะรักในชีวิตนี้ ข้าจะไม่มีทางยอมให้ใครมาทำร้ายนางแน่นอน!” กัวมู่ไป๋รับประกันขึ้นมา
“งั้นก็ดี”
จากนั้นสีหน้าของกัวมู่ไป๋ก็ดูกลัดกลุ้มขึ้นมา “แต่เมื่อกลางวันนางบอกว่าจะตัดขาดกับข้า เกรงว่าคงจะไม่มีทางยอมให้อภัยข้าง่าย ๆ แน่”
“ทำร้ายเมียสะใจแค่ชั่วคราว แต่ง้อเมียนั้นเป็นงานใหญ่เท่ากับฟ้าผ่าเลย คำพูดประโยคนี้ว่าไว้ไม่มีผิดเลย ในเมื่อท่านต้องมาอดทนกับความอัปยศอดสูเพราะจวนซื่อจื่อ งั้นข้าก็จะช่วยเจ้าสักครั้ง เจ้าไปทำตามที่ข้าบอกก็แล้วกัน” หยุนถิงกระซิบเสียงเบาบอกไปสองสามประโยค
“ได้ ข้าจะทำตามที่ซื่อจื่อเฟยบอก” กัวมู่ไป๋ไม่คิดเลยสักนิด ก็ตอบตกลงไปอย่างไม่อิดออดเลย
เช้าวันที่สอง ข่าวเรื่องการยกเลิกการหมั้นหมายของตระกูลกัวและตระกูลไป๋ก็แพร่สะพัดไปทั่ว หนังสือถอนหมั้นถูกแขวนไว้ในจุดที่คึกคักที่สุดของถนนในเมือง เป็นหนังสือที่กัวมู่ไป๋เขียนเองกับมือ
พวกชาวบ้านต่างพากันถกเถียง เพราะว่าเรื่องที่เพิ่งหมั้นหมายกันเมื่อวาน มาวันนี้ก็มาถอนหมั้นกันแล้ว มันไม่ได้มีกันบ่อย ๆ ผู้คนต่างพากันคาดเดาว่าต้องเป็นเพราะผู้หญิงชุดแดงคนนั้นแน่
ที่เทียนเหอโหลว
จ้าวเม่ยเอ๋อร์นอนจนใกล้เที่ยงแล้วเพิ่งจะตื่น ช่วงนี้นางท้องโตมากแล้ว จึงยิ่งชอบนอนมากยิ่งขึ้น พอตื่นมาก็ลงไปกินอาหารข้างล่าง
“เจ้าได้ยินหรือยัง ตระกูลกัวกับตระกูลไป๋ถอนหมั้นกันแล้วนะ คิดไม่ถึงเลยว่าคุณชายกัวจะเป็นคนแบบนี้ นี่มันเกินไปแล้วจริง ๆ” ชาวบ้านที่มากินข้างข้าง ๆ พูดขึ้นมา
“คาดว่าคุณชายกัวน่าจะชอบผู้หญิงคนที่มาก่อกวนในงานหมั้น ผู้หญิงคนนั้นตั้งครรภ์ลูกของเขาอยู่ด้วยนะ”
“ได้ยินมาว่าเป็นคู่หมั้นตั้งแต่เด็กที่นายท่านกัวเคยหมั้นหมายไว้ให้ แบบนั้นคนก็เหมาะสมแล้ว ถ้าพูดตามหลักก่อนหลังแล้ว คุณหนูตระกูลไป๋ก็ควรเป็นน้อยนะซิ”
“ได้ยินมาถูกนายท่านกัวเฆี่ยนด้วยนะ บนร่างกายนี่มีแต่เลือดเต็มไปหมดเลย ดูน่าอนาถมากเลย”
จ้าวเม่ยเอ๋อร์ที่กำลังกินอาหารอยู่ ตอนแรกนึกว่าทำไมจู่ ๆ กัวมู่ไป๋ก็ถอนหมั้นกะทันหัน ในใจยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้าง แต่พอได้ยินคำพูดประโยคสุดท้ายแล้ว อยู่ ๆ ก็รู้สึกว่าน่องไก่ในมือไม่อร่อยแล้ว
“จะไม่ไปดูที่บ้านตระกูลกัวสักหน่อยหรือ กัวมู่ไป๋ทำเพื่อเจ้าเช่นนี้ คิดว่าคงจะลำบากอยู่ที่บ้านตระกูลกัวไม่น้อยแน่เลย” หยุนถิงพูดเรียบ ๆ ขึ้นมาประโยคหนึ่ง