ตอนที่ 969
บทที่ 969 เขารักเจ้าอย่างลึกซึ้งมาก
October 21, 2026
“ว่าที่แม่สามีของใครกัน ข้าไม่รู้จักนางสักหน่อย!” จ้าวเม่ยเอ๋อร์พึมพำเสียงเย็นขึ้นมาประโยคหนึ่ง
“งั้นข้าวของด้านนอกประตูล่ะ แถมยังมีหมอตำแยกับแม่นมอีก จะทำยังไง?” หยุนถิงถามขึ้นมา
“ข้าวของก็โยนทิ้งไป ส่วนคนก็ไสหัวไปซะ!” จ้าวเม่ยเอ๋อร์พูดทิ้งไว้ประโยคหนึ่งอย่างโกรธเคือง แล้วก็ขึ้นชั้นบนไปเลย
หยุนถิงรู้ว่านางเป็นคนอารมณ์ร้อน จึงสั่งให้คนสลายตัว แล้วข้าวของก็ให้ขนกลับไปคืนให้กัวฮูหยิน
จ้าวเม่ยเอ๋อร์ที่กลับเข้ามาในห้องแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ นอนลงไปก็สบายใจ นั่งก็ไม่สบายตัว พอกลัดกลุ้มไปประมาณเวลาหนึ่งก้านธูปแล้ว สุดท้ายก็ไปที่จวนตระกูลกัว
แต่ว่านางไม่ได้เข้าทางประตูหน้า แต่มาหาหลงซาน แล้วให้เขาพาตัวเองปีนขึ้นไปบนกำแพง
ผลปรากฏว่าพอขึ้นไปก็มองเห็นภาพในลาน ตรงหน้าอกและแผ่นหลังของกัวมู่ไป๋เต็มไปด้วยรอยเลือดนับไม่ถ้วน ส่วนนายท่านกัวก็กำลังถือแส้ไว้แล้วเฆี่ยนเขาสุดกำลังอยู่
“ทำไมเจ้าต้องถอนหมั้นด้วย?” นายท่านกัวตะคอกขึ้นมาอย่างโกรธเคือง
“ท่านพ่อ ชีวิตนี้ข้าจะรักแค่เม่ยเอ๋อร์คนเดียว ข้าไม่มีทางแต่งงานกับไป๋หลานรั่วเด็ดขาด!” กัวมู่ไป๋กัดฟันตอบกลับไป
“งั้นทำไมเจ้าต้องหมั้นกับนางด้วย?”
“เป็นเพราะว่าข้าเลอะเลือนไปชั่วขณะ และตกกับของไป๋หลานรั่ว!” กัวมู่ไป๋ยอมรับผิด
“เจ้าบอกว่าจะหมั้นก็หมั้น จะถอนหมั้นก็ถอนหมั้นงั้นหรือ เรื่องแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะ” แส้ของนายท่านกัวเฆี่ยนลงไปอีกครั้ง
กัวฮูหยินเดินเข้ามา แย่งแส้ไปก็เฆี่ยนใส่เลย “เจ้าลูกชั่ว ทำไมถึงไม่รีบพาเม่ยเอ๋อร์กลับมาที่จวนโดยเร็ว นางท้องโย้ตัวคนเดียวมันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยนะ นางตั้งครรภ์ลูกของเจ้าแล้ว เจ้ากลับยังมาหมั้นกับนังขี้โรคไป๋หลานรั่วอีก เป็นลูกผู้ชายยังไงกัน!”
จ้าวเม่ยเอ๋อร์ที่อยู่บนกำแพงนิ่งอึ้งไปเลย นางไม่รู้จักกัวฮูหยิน ซึ่งก็เคยเจอแค่ในงานหมั้นครั้งเดียวเท่านั้น และที่สำคัญก็ไม่ได้เป็นมิตรกันเท่าไหร่ด้วย แต่ทำไมอยู่ ๆ นางถึงมาช่วยพูดแทนตัวเองเช่นนี้
“ท่านแม่ ทำไมท่านถึง?” กัวมู่ไป๋เองก็มีสีหน้าตกตะลึง
“ตอนนั้นข้าก็ท้องเจ้าอยู่ ไปแย่งงานแต่งแบบท้องโย้ ถึงได้ไม่ให้พ่อของเจ้าแต่งงานกับนางหลิว ถึงได้แย่งตำแหน่งลูกคนโตมาให้เจ้าได้ ตอนนี้เม่ยเอ๋อร์ก็เป็นกับข้าในอดีต ในเมื่อข้ารู้เรื่องแล้วจึงจะทำเป็นไม่สนใจไม่ได้” แส้ในมือกัวฮูหยินเฆี่ยนไปอีกครั้ง
กัวมู่ไป๋เจ็บจนกัดกรอก บนหน้าอกมีเลือดสด ๆ ไหลออกมาอีกระลอก แล้วกระอักเลือดออกมาจากปากคำหนึ่ง แล้วก็หน้ามืดหมดสติไปเลย
คราวนี้กัวฮูหยินลนลานขึ้นมาเลย “ลูก ลูก ใครก็ได้รีบไปตามหมอมา ท่านกัว ท่านนี่จริง ๆ เลย มู่ไป๋เป็นลูกชายแท้ ๆ ของท่านนะ ท่านกลับลงมือหนักขนาดนี้ เฆี่ยนลูกจนหมดสติไปเลย”
นายท่านกัวมีสีหน้าถูกปรักปรำ “ฮูหยิน หลายแส้ที่เฆี่ยนตอนหลังนั้น เจ้าเป็นคนเฆี่ยนเองนะ”
“งั้นที่เฆี่ยนตอนแรก ท่านไม่ได้เป็นคนเฆี่ยนหรือ”
นายท่านกัวไม่มีคำพูดจะเถียง พวกบ่าวรีบมายกตัวกัวมู่ไป๋กลับห้องไป
จ้าวเม่ยเอ๋อร์มองเห็นเขาเลือดเนื้อเละเทะไปทั้งตัว ในใจก็รู้สึกหงุดหงิดมาก แล้วรู้สึกปวดใจเล็กน้อย ก็เลยบอกให้หลงซานพาตัวเองกลับไปเลย
หยุนถิงเห็นนางกลับมาแล้วก็สีหน้าไม่สู้ดีนัก จึงตรวจชีพจรให้นางดูด้วยความเป็นห่วง แล้วก็บอกความจริงเรื่องที่กัวมู่ไป๋กลัวว่านางจะตกอยู่อันตรายกับนางไป
พอจ้าวเม่ยเอ๋อร์ได้ยินก็ไม่อาจสงบนิ่งต่อไปได้อีก “ทำไมมีเรื่องถึงเผชิญหน้าไปด้วยกันไม่ได้?”
“เขากลัวว่าเจ้ากับลูกจะได้รับอันตราย ในเมื่อตอนนี้เจ้าเป็นสองชีวิต และใกล้จะคลอดแล้ว เขาจึงไม่กล้าให้เจ้ามาเสี่ยงอันตราย ตอนนี้เขาก็ถอนหมั้นไปแล้ว และเจ้าก็รู้ความลำบากใจของเขาแล้ว จะตัดสินใจยังไงก็แล้วแต่เจ้าละกัน” หยุนถิงพูดปลอบโยนขึ้นมา
“ทำไมเจ้าต้องบอกเรื่องพวกนี้กับข้าด้วย” จ้าวเม่ยเอ๋อร์พูดขึ้นมาอย่างกลัดกลุ้ม แล้วก็นอนลงไปเลย
พอนางตื่นขึ้นมา ฟ้าก็มืดไปแล้ว พอออกนอกประตูไปก็เห็นกัวมู่ไป๋ที่มาคุกเข่าอยู่หน้าประตู ใบหน้าขาวซีด ริมฝีปากไม่มีสีเลือดเลย เสื้อผ้าบนตัวเขาถูกเลือดสด ๆ ย้อมจนแดงไปหมด เห็นแล้วทำให้รู้สึกหวาดกลัวมาก
ใจทั้งดวงของจ้าวเม่ยเอ๋อร์เจ็บจี๊ดขึ้นมา ใบหน้ายังแสร้งทำเป็นเย็นชา “ท่านมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”