ตอนที่ 545
บทที่ 546 คนคลั่งดาบคลั่งกว่า
October 22, 2026
เด็ดศีรษะของเจ้า จริงๆ ไม่ได้ยากเลย ขณะที่หลี่มู่หิ้วศีรษะเจ้าเมืองธารเหมันต์ชวีอี้แล้วพูดประโยคนี้ เสียงต่างๆ เงียบลงอย่างน่ากลัว ผู้แข็งแกร่งแห่งเก้าสํานัก จ้องมองฉากนี้อย่างตะลึงงัน ในหัวสมอง ขาวโพลนไปหมด ภายใต้การคุ้มครองอย่างแน่นหนาและการล้อมโจมตีหลายต่อ หลายชั้น เจ้าเมืองธารเหมันต์ผุ้บําเพ็ญขั้นทะลวงสวรรค์ กลับถูกบั่น ศีรษะออกหลายต่อหลายครั้ง ก่อนหน้านี้เป็นเรื่องที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ เลย ทว่าตอนนี้กลับโจ่งแจ้งต่อหน้าคนทั้งหมด พริบตานี้เอง ฐานะอันสูงส่งแห่งเก้าสํานัก ถูกเหยียบไปใต้ฝ่าเท้า อย่างหมดจด “อ๊าๆ…” คลื่นวิญญาณอันแสนทรมาณของชวีอี้ลอยมา ปราณเลือดตลบฟุ้ง เขาคิดที่จะผสานร่างอีกครั้ง แต่ว่าเปลวไฟสี แดงชาดกลุ่มหนึ่ง เผาไหม้อยู่ในหมอกเลือด คอยแผดเผาพลังของ ปราณเลือดอย่างไม่หยุด ร่างของเขาทุกครั้งพอกําลังจะผสานกันได้ ยังไม่ทันจะต่อเป็นร่าง ก็ถูกเปลวไฟสีแดงนี้เผาทําลาย นี่ทําให้เขาไม่อาจ ระงับยับยั้งจนต้องกรีดร้องออกมา ไม่สามารถผสานร่างได้ใหม่ ก็เท่ากับว่าตายไปแล้ว “ไม่….” เขาเปล่งเสียงอันหวาดกลัวออกมา “ปล่อยข้าไป” ชวีอี้ร้องขอความปราณีจากหลี่มู่ หลี่มู่ไม่แม้แต่จะเห็นใจ ตอนที่เร่งตามมา เขาได้ยินสิ่งที่ชวีอี้จะปฏิบัติต่อเยี่ยอู๋เหิน เป็นวิธี ที่เลวยิ่งกว่าเดรัจฉาน ไร้ยางอายอย่างถึงที่สุด เห็นได้ชัดว่านิสัยของเขา เลวร้ายไปถึงระดับไหน คนเช่นนี้พลังยิ่งแข็งแกร่งอันตรายก็ยิ่งมาก สมควรที่จะส่งเขาไปสู่ความตาย จะมีความสงสารหรือเห็นใจแม้แต่ น้อยไม่ได้ เปลวไฟจักรพรรดิสีแดงฉานที่แผดเผา หลังจากหลี่มู่ฝึกฝนเอาปราณแท้บริสุทธิ์ออกมาได้ พลานุภาพของ ไฟจักรพรรดิได้เพิ่มขึ้นหลายเท่า สามารถคุกคามผู้แข็งแกร่งขั้นทะลวง สวรรค์ได้อย่างสมบูรณ์ ภายใต้การแผดเผาของเปลวไฟ ไม่ว่าจะเป็นปราณเลือดหรือว่า กายเนื้อ หรือไม้แต่จิรวิญญาณล้วนกําลังสูญสลาย“ช่วยข้าด้วย…” ดวงตาบนศีรษะของชวีอี้ จ้องมองผู้แข็งแกร่งเก้า สํานักรอบด้าน อ้อนวอนขอชีวิต แต่ทว่า ตอนนี้ก็ไม่มีใครลงมืออะไร เมื่อครู่ที่หลี่มู่ใช้วิชา ‘รวบหางยูง’ วิชากระบวนท่าที่ดูดซับเอาการ โจมตีทั่วฟ้าแล้วดีดกลับไป มันน่ากลัวอย่างมาก ทําเอาวิธีการล้อม โจมตีที่ได้ผลมาโดยตลอดของเก้าสํานัก กลับกลายมาเป็นสิ่งที่ไม่ส่งผล ดีต่อพวกเขาถึงที่สุด และแสงดาบที่ราวกับจะถล่มฟ้านั่น กระทั่งผู้ แข็งแกร่งขั้นทะลวงสวรรค์ก็ยังต้านทานไม่ได้ แล้วคนอื่นจะเอาอะไร เข้าไปช่วยชวีอี้กัน? เอาชีวิตเข้าไปช่วยหรือ? จะเป็นไปได้อย่างไร สําหรับคนส่วนใหญ่ ชีวิตของตนเองล้วนเป็นสิ่งที่มีค่ากว่าชีวิตคน อื่นนัก สายตามากมายจับจ้องมาทางหลี่มู่ เต็มไปด้วยความหวาดกลัว และประหวั่นพรั่นพรึง ต่อให้ผู้แข็งแกร่งขั้นทะลวงสวรรค์อย่างถานหรูซวง หลี่มู่จื่อ หร่า นกวงเย่า ลู่เทียนหวาก็ไม่มียกเว้นพวกเขาสูญเสียความกล้าที่จะสู้ต่อไปจนหมดแล้ว ส่วนเยี่ยอู๋เหินที่เกาะอยู่บนหลังของหลี่มู่ ความลิงโลดในใจมันยาก ที่จะบรรยายออกมาได้จริงๆ ก่อนหน้านี้ นางมองออกว่าหลี่มู่แข็งแกร่ง แกร่งกว่าตัวนาง แต่ไม่ คิดเลยว่าจะแกร่งจนถึงขั้นไม่น่าเชื่อเช่นนี้ ผู้สืบทอดฝืนชะตาทําไมจึงฝึกฝนได้ถึงระดับนี้กัน?นางจินตนาการไม่ออกเลยจริงๆ“ไม่ๆๆ ไว้ชีวิตข้าด้วย เจ้าปล่อยข้าไปเถิด เมืองธารเหมันต์ของข้ายอมกลับไปอยู่ฝั่ งลัทธิเทพ นับจากนี้จะเป็นสุนัขรับใช้ของลัทธิเทพ จะรับฟังคําสั่งจากเจ้าทุกเรื่อง อย่าสังหารข้า อย่า….” เจ้าเมืองธารเหมันต์ชวีอี้โยนทิ้งศักดิ์ศรีตนเองจนหมดสิ้น เมื่ออยู่ภายใต้การคุกคามของความตาย เขาทําได้ทุกอย่างที่ไร้ยางอายเพื่อที่จะเอาตัวรอด อะไรเขาก็พูดออกมาได้ทั้งหมดเหล่าศิษย์ยอดฝีมือเมืองธารเหมันต์รอบๆ รู้สึกใบหน้าร้อนฉ่าเจ้าเมืองของพวกเขา เจ้าสํานักของพวกเขา กลับพูดคําพูดเช่นนี้ออกมาได้?พวกเขาทุกคนล้วนเงยหน้ากันไม่ขึ้นแต่หลี่มู่ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแม้แต่น้อยท่ามกลางเสียงกรีดร้องและร้องขอชีวิต ผู้ยิ่งใหญ่แห่งดาวทุรกันดาร เจ้าเมืองธารเหมันต์ชวีอี้ ท้ายสุดได้ตายลงอย่างหมดจดภายใต้สายตาของผู้แข็งแกร่งมากมายจากเก้าสํานักขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาถึงหนึ่งถ้วยชา คนที่อยู่รอบๆ ไม่มีใครกล้าขยับเขยื้อนหลี่มู่ไม่ได้หนีไปด้วยเหตุนี้ แต่ยกดาบชําระจันทร์ในมือขึ้น คมดาบชี้ไปยังเจ้าสํานักของสํานักต่างๆ“ยังมีใครไม่ยอมอีก จะสู้อีกครั้งไหม?”ดาบวางพาดขวาง ท้าดวลตามอําเภอใจอย่าว่าแต่ผู้แข็งแกร่งเก้าสํานักรอบๆ เลย กระทั่งเยี่ยอู๋เหินบนหลังหลี่มู่ก็ยังหน้าถอดสีแกร่งได้ขนาดนี้เชียวหรือ?ยังคิดจะสู้อีก?ก่อนหน้ามีผู้แข็งแกร่งเก้าสํานักบางส่วนที่มีความคิดคล่องแคล่วเคยคิดอยู่ว่าหลี่มู่ที่ผ่านศึกหนักเช่นนี้ไปควรที่จะกลายเป็นธนูแผ่วปลายได้แล้ว ทว่าตอนนี้หลี่มู่ไม่ใช่เพียงไม่เดินหนี แต่ยังยกดาบขึ้นท้าดวลอีก ทําลายความคิดเหล่านี้ของพวกเขาลงในพริบตา คนที่อยู่ในระดับธนูแผ่วปลาย จะต้องใช้โอกาสนี้หลบหนีเป็นแน่ ไม่มีทางกล้าท้าดวลอย่างไม่กลัวความตายเช่นนี้แน่นอนทางที่คมดาบชี้ กลุ่มคนล้วนหน้าถอดสีถอยฉาก“ขยะฝูงหนึ่ง” หลี่มู่หัวเราะ “เก้าสํานักมันก็แค่นี้”ผู้แข็งแกร่งจากเก้าสํานักมีใบหน้าโกรธแค้น แต่ยังคงไม่กล้าที่จะลงมือความบ้าคลั่งของหลี่มู่ มีอํานาจอันแสนจะหนาวเหน็บคนคลั่งแล้ว ดาบยิ่งคลั่งกว่าต่อหน้าดาบคลั่ง เหล่าเทพยังต้องขยาดไม่มีคนท้าดวลต่อ หลี่มู่ลากดาบโค้งกลางอากาศ หันหลังเดินไปทางเมืองไป๋ตี้ทว่าตอนนี้เอง อู๋เยี่ยเหินจู่ๆ สัมผัสขึ้นมาได้ กล้ามเนื้อของหลี่มู่มีส่วนเล็กๆ ที่กําลังสั่นเบาๆนางตกตะลึงในใจ ตระหนักขึ้นมาได้ว่าสภาพของหลี่มู่ ไม่ใช่สมบูรณ์ดีเหมือนที่เห็นผิวเผินนี่ แต่ได้รับบาดเจ็บแล้ว อาจจะอยู่ในช่วงที่หมดสิ้นกําลังแล้วก็ได้ และการท้าดวลอย่างเอาแต่ใจนี้ไม่ใช่เพราะหลงระเริง แต่เป็นการเขียนเสือให้วัวกลัวต่างหากเยี่ยอู๋เหินใช้ศีรษะซบลงที่หลังคอของหลี่มู่อย่างเงียบงัน ไม่พูดไม่จาหลี่มู่ก็เหมือนจะสัมผัสได้ถึงจิตใจของเยี่ยอู๋เหิน หันกลับมายิ้มให้นาง ไม่พูดอะไรเช่นกันฉากนี้เมื่ออยู่ในสายตาของเหล่าผู้แข็งแกร่งเก้าสํานักรอบๆ ก็เหมือนจะเป็นความอ่อนหวานของชายหญิงคู่หนึ่ง เป็นการยั่วยุอย่างหนึ่งแต่ว่าในความคิดของพวกเขา การยั่วยุยิ่งชัดเจนเพียงใดก็ยิ่ง