ตอนที่ 544
บทที่ 545 จริงๆ แล้วไม่ได้ยากเลย
October 22, 2026
ในใจของพวกเขา เจ้าเมืองเป็นตัวตนตํานานวิถียุทธ์ของดาว ทุรกันดาร และเป็นเสาเอกที่ค�าจุนความภาคภูมิใจและเกียรติอันสูงส่ง ของทั้งเมืองธารเหมันต์ แต่ทั้งหมดนี้ได้เริ่มพังทลายลงจากการหนีรบ ราวกับสุนัขไร้บ้านของชวีอี้ ศิษย์มากมายไม่อยากจะเชื่อภาพที่พวกเขาได้เห็น “สกัดเขาไว้” ชวีอี้หนีไปด้วย ตะโกนคํารามไปด้วย เขาไม่ได้สนใจอะไรเลย ตอนที่เขาเห็นหลี่มู่รีบพุ่งเข้ามาก็ตระหนักได้ว่าท่าไม่ดีแล้ว แต่ว่าความภาคภูมิส่วนลึกในใจ และความมั่นใจในตนเองของ ตัวตนเจ้าเมืองธารเหมันต์ก็ยังทําให้เขารู้สึกว่า ตนเองอาจจะสามารถ รับมือกับหลี่มู่ได้หลายกระบวน ไม่เหมือนพวกถานหรูซวง หลี่มู่จื่อ ต้วน เฟิงที่พ่ายแพ้อย่างรวดเร็ว แต่ทว่า เขาก็พบว่าตนเองคิดผิดผิดอย่างมหันต์ ดาบที่ราวกับแสงจันทร์สาดทะลักดาบนั้น เรียบง่าย แต่กลับมีพลัง มาร เพียงแค่ดาบเดียวฟาดฟันความเชื่อมั่นของเขาลงจนหมดสิ้น พริบตาที่คมมีดบั่นคอของเขา ความโกรธแค้นของชวีอี้ได้พังทลาย ลง จิตใจในการรบก็พังทลายลงเช่นกัน “รีบสกัดเขาไว้ให้ข้าที” ชวีอี้ไม่แม้แต่จะหันศีรษะ ตะโกนสั่งศิษย์เมืองธารเหมันต์ให้เข้ามา สกัดหลี่มู่ ที่เรียกว่าสกัด จริงๆ แล้วไม่ได้แตกต่างจากมอบความตายเลย แม้แต่น้อย ดาบชําระจันทร์เมื่ออยู่ในมือหลี่มู่ ถึงแม้จะไม่ได้แสดงวิชาดาบ ชําระจันทร์ออกมา กระบวนท่าเป็นเพียงฟาดขวางฟันลงอย่าง ตรงไปตรงมา แต่พลานุภาพไม่รู้แข็งแกร่งกว่ากี่เท่า เพียงแค่ฟาดดาบ ออกมาก็กลายเป็นจิตดาบปราณดาบประดุจทางช้างเผือกร่วงหล่น ฉีก แหวกอากาศพร้อมกับกลุ่มร่างของศิษย์เมืองเหมันต์ที่พุ่งเข้ามา เข่นฆ่าอยู่ฝ่ายเดียวตอนแรกสุด ยังมีศิษย์ธารเหมันต์ที่พุ่งเข้ามาอย่างไม่สนอะไร เพื่อ ยื้อเวลาให้เจ้าเมืองชวีอี้หลบหนี แต่เพียงไม่นาน ศิษย์ที่แม้จะซื่อสัตย์ สักเพียงไหนก็ไม่สามารถทนกับความน่ากลัวนี้ หนีกระเจิงไปสี่ทิศรอบ ด้าน “เจ้าพวกภูตผีสัตว์ประหลาด หนึ่งเดียวก็รอดไปไม่ได้…ตายเสีย” หลี่มู่ใช้วิชาขี่เมฆาเหินฟ้า ร่างไหววูบ บนอากาศปรากฏร่างของหลี่มู่ขึ้นมาอีกสี่ร่าง กระทั่งเยี่ยอู๋เหินที่ถูก กอดเอาไว้ และดาบชําระจันทร์ในมือก็มีเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน พุ่งสว่าง วาบไปทั้งสี่ทิศ ไล่กวดโจมตี แสงดาบไหลเวียนจากนั้นสลายไปกลับมา อยู่ยังที่เดิม ร่างทั้งสี่รวมเป็นหนึ่งอีกครั้ง นี่ไม่ใช่วิชาแยกร่าง แต่เป็นความเร็วที่เหลือเชื่อจนเหลือเงาค้างอยู่ในอากาศ ศิษย์ธารเหมันต์ที่หนีกระเจิงไปทั้งสี่ทิศ ร่างค้างแข็งในอากาศ จากนั้นจึงแยกเป็นชิ้นๆ ราวกับนกบินที่ชีวิตดับลงอย่างกะทันหัน ร่วง หล่นลงสู่พื้นดิน ไม่มีใครหนีไปได้แม้แต่คนเดียว ไม่เว้นแม้เพียงคนเดียว ถูกสังหารจนสิ้น หลี่มู่กอดเยี่ยอู๋เหิน ไล่ตามชวีอี้ไปเยี่ยอู๋เหินรู้สึกว่าฝ่ามือของหลี่มู่มีพลังอบอุ่นไหลเวียน กรอกเข้าใน ร่างกายของตนเองอย่างไม่หยุดเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ ความ เจ็บปวดในร่างกายไม่ได้สําคัญอะไรอีกแล้ว การถูกผู้ชายแปลกหน้าคน หนึ่งกอดเอาไว้เช่นนี้ มันช่างรู้สึกแปลกประหลาดอย่างมาก เทพธิดาสํานักชําระดาบลัทธิมารที่เลื่องชื่อฟ้าดิน ไม่เคยรู้สึกตึง เครียดขนาดนี้มาก่อน ยังเครียดเสียยิ่งกว่าตอนที่นางจับดาบสังหารคนครั้งแรกเสียอีก ตรงหน้า มีแสงดาบอีกสายสว่างขึ้นอีก ร่างของชวีอี้ถูกตัดขาดกลางเอวเป็นสองท่อน แต่ว่าเลือดที่ซาดกระเซ็น แสงสว่างวาบขึ้นได้รวมกลับเข้ามา ติดกันอย่างรวดเร็ว“สหายทุกท่าน รีบมาช่วยข้าที” ชวีอี้หวาดกลัวเหลือประมาณ ทิ้งศักดิ์ศรีหน้าตากระตุ้นปราณแท้ แผดเสียงขอความช่วยเหลืออย่างสุดกําลังเสียงกระหึ่มราวสายฟ้าฟาด ดังก้องสะท้านไปทางยอดเขาโต๊ะ“ไม่ต้องไล่ตามแล้ว รีบกลับเถอะ” เยี่ยอู๋เหินได้สติกลับมาบ้างแล้วรีบร้อนเอ่ยเตือนขึ้น “เจ้าสํานักทั้งเก้าล้วนอยู่กันหมด ถ้าตามต่อไปจะถูกล้อมโจมตีเอา”หลี่มู่ใช้วิชาดาบเหินหาว เอียงศีรษะมามองใบหน้างามหมดจดในอ้อมกอด มองเห็นว่าบาดแผลและรอยเลือดบนตัวของนาง ความอ่อนไหวในใจบางส่วนเกิดความสะเทือนใจ เอ่ยตอบว่า “ไม่ได้ ข้าจะสังหารเขา เพื่อล้างแค้นให้เจ้า”เยี่ยอู่เหินเอียงศีรษะ “เจ้าจะไปตายเอานะ”หลี่มู่มองนาง “เจ้าก่อนหน้าก็ไม่ใช่ว่ามาตายหรือ?”เยี่ยอู๋เหินมองตาของหลี่มู่ เอ่ยต่อว่า “แต่ตอนนี้ข้าไม่อยากตายแล้ว พาข้ากลับเถอะ”หลี่มู่ยิ้ม “กลัวข้าจะตายในนั้นหรือ? วางใจเถอะ ข้าเก่งอยู่”เยี่ยอู๋เหินร้องเชอะขึ้น ไม่พูดอะไรอีกพลังของหลี่มู่ นางมองไม่ออกอีกต่อไปแล้วหนึ่งดาบบดขยี้ผู้แข็งแกร่งระดับชวีอี้ได้ แน่นอนว่าต้องอยู่เหนือขั้นทะลวงสวรรค์ขึ้นไปอีกผู้สืบทอดฝืนชะตา มีพลังแข็งแกร่งระดับนี้เลยหรือ?นางรู้สึกยากที่จะเชื่อได้แต่ท่าทีที่หลี่มู่ยังคงยืดหยัดไล่สังหารชวีอี้ กลับทําให้ในใจนางรับรู้ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่าง ยากที่จะพูดออกมาได้ พูดมาก็ไม่ชัดเจน ทําเอาตัวนางรู้สึกสับสน และรู้สึกถึงการคาดหวัง และยังมีความซาบซึ้งที่ไม่เกิดขึ้นมานานแล้ว“สังหาร”หลี่มู่เหมือนแมวจับหนูอย่างไรอย่างนั้น เพียงพริบตาก็ลดระยะห่างระหว่างตัวชวีอี้ลง และฟาดฟันออกไปอีกหนึ่งดาบชวีอี้ไม่มีแรงที่จะต้านทานอีก ถูกฟันขาดเหมือนตุ๊กตาไม้ตุ๊กตาดินอีกครั้งแต่เขาก็กระตุ้นพลังต้นกําเนิดอย่างไม่เสียดาย ทิ้งระยะห่างประกอบร่างเข้าอีกครั้งหมอกเลือดซ่านกระเซ็นพลังกําเนิดใหม่ของผู้แข็งแกร่งขั้นทะลวงสวรรค์ อยู่ในระดับขั้นที่ไม่น่าเชื่อจริงๆ เกี่ยวข้องไปถึงเขตแดนกฎแห่งมรรคคา ต่อให้เป็นจิตดาบของหลี่มู่ฟาดฟันลงไปร่างกายของเขาอย่างไม่หยุด เขาก็ยังคงฟื้ นคืนร่างกายมาใหม่อย่างต่อเนื่องเช่นกันผ่านไปหลายดาบ ยอดเขาโต๊ะปรากฏขึ้นแสงนับร้อยสาย พุ่งทะยานออกมาจากยอดเขาโต๊ะ ระยิบระยับราวหมู่ดารา บาดจ้าราวดาวหางแหวกอากาศนั่นเป็นเหล่าผู้แข็งแกร่งเก้าสํานัก ที่แทบจะออกโรงมาพร้อมกันหมดในพริบตาเห็นได้ชัดเจน ว่าข่าวได้ส่งไปถึงยังยอดเขาโต๊ะแล้ว“เป็นเขา ถือหอกขี่ม้าบุกสังหารเข้ามา คิดว่าเก้าสํานักทางนี้ไม่มีคนอยู่หรือไรกัน?” ‘หนึ่งกระบี่ทะเลประจิม’ ถานหรูซวงแค่มองเห็นหลี่มู่ ความโกรธแค้นและหวาดกลัวในใจได้ตีกันขึ้นเขาถูกหลี่มู่ฟาดฟันจิตแห่งวิถียุทธ์ลงในดาบเดียว ยังทําใจให้สงบไม่ได้มีเพียงสังหารหลี่มู่เท่านั้น จึงจะฟื้ นคืนกลับมาดีดังเดิมเดิมทีเรื่องนี้สําหรับเขาแล้ว แทบจะเป็นเส้นทางที่พบกับทางตันทว่าตอนนี้ เมื่อเห็นหลี่มู่พาหญิงสาวที่เจ็บหนักมาอีกหนึ่งคน ไล่ล่าสังหารชวีอี้ราวกับราชสีห์ที่โกรธจนสูญสิ้นสติไตร่ตรอง ถานหรูซวงก็ตระหนักได้ทันที ว่าโอกาสที่ดีที่สุดในการสังหารหลี่มู่ได้มาอยู่ตรงหน้าแล้วคนที่มีความคิดเดียวกับถานหรูซวง ยังมีผู้แข็งแกร่งขั้นทะลวงสวรรค์อย่างหลี่มู่จื่อ ต้วนเฟิงอีกด้วยก่อนหน้านี้หลี่มู่หลบอยู่ในป่าหิน สามารถหลบหนีมาเวลาไหนก็ได้อยู่ในตําแหน่งไร้พ่ายที่พวกเขาทําอะไรไม่ได้ ทว่าตอนนี้ หลี่มู่ออกจาก