ตอนที่ 543
บทที่ 544 ยืมดาบใช้หน่อย
October 22, 2026
หลี่มู่มองติงอี้ที่มีความสุขบนทุกข์ของคนอื่น สมองก็แล่นประมวล กดเสียงต�าส่งกระแสจิต “ไม่ถูกสิ ผู้สืบทอดฝืนชะตาที่แท้จริงเป็นท่านนี่ นา?” สีหน้าของติงอี้แข็งค้างไป แต่ไม่นานเขาก็แสยะยิ้ม ส่งกระแสจิตตอบ “ไม่เป็นไร สละให้เจ้า ข้ามีคนรักแล้ว” หลี่มู่ยิ่งไร้คําพูด นี่มันใช่ปัญหาเสียสละหรือไม่ไหม? นี่มันคือคําสัญญาที่ติดตัวมานะ มรดกของลัทธิมาร อีกทั้งข้าก็ฝึกวิชาฝึกคู่ไม่เป็นด้วย ติงอี้เหมือนมองความคิดของหลี่มู่ออก เอ่ยยักคิ้วหลิ่วตา “ข้ารู้ เจ้า จะต้องกังวลเรื่องวิชาฝึกคู่แน่นอนใช่หรือไม่? ไม่เป็นไร กลับไปข้าจะ ถ่ายทอด ‘ต้งเสวียนจื่อวิชาร่วมหอสามสิบหกกระบวนท่า’ ให้กับเจ้าเรื่องนี้ก็สําเร็จตามเงื่อนไข…เชื่อข้า ความรู้สึกต่างๆ นานาสุดยอด แน่นอน” หลี่มู่ยิ่งจนคําพูด เขานับว่ามองออกแล้วว่า ติงอี้ผู้สืบทอดฝืนชะตาคนนี้อยู่ชายขอบ ระหว่างพึ่งได้กับพึ่งไม่ได้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะพึ่งพาไม่ได้ มีบางครั้ง เท่านั้นที่พอจะพึ่งพาได้ ในตัวของเจ้าคนคนนี้แผ่กระจายกลิ่นอายพึ่งพาไม่ได้อันเป็น เอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างซินแสเฒ่าอย่างชัดเจน แต่ว่า เวลานี้ไม่ใช่เรื่องที่จะมาคิดเล็กคิดน้อย หลี่มู่รู้สึกว่าพาตัวเยี่ยอู๋เหินกลับมาให้ได้ก่อน ค่อยไปอธิบายกับ ท่านย่าสํานักชําระดาบให้ชัดเจนก็แล้วกัน “ข้าไปครู่เดียวเดี๋ยวกลับมา” หลี่มู่ตัดสินใจไปช่วยคนก่อน …… เยี่ยอู๋เหินกําดาบชําระจันทร์ คุกเข่าข้างเดียวอยู่กับพื้น เลือดไหล มาตามแขนของนางย้อมดาบโค้งขาวราวแสงจันทร์จนแดงฉานนางหอบหายใจฮัก หลัง เอว ขาซ้าย…ล้วนแต่มีรอยแผลลึกถึงกระดูก ตรงหน้า เจ้าเมืองธารเหมันต์ชวีอี้ใบหน้าชั่วร้ายและเหี้ยมโหด “ถึงแม้จะเป็นแค่ปลาตัวเล็กๆ แต่ก็ถือว่ามีน�าหนักอยู่บ้าง เหอะๆ ธิดาเทพสํานักชําระดาบเยี่ยอู๋เหิน สาวงามอันดับหนึ่งของลัทธิมาร ฮี่ๆ เยี่ยม เยี่ยมมาก ใช้เลือดเนื้อของเจ้ามาเซ่นสังเวยวิญญาณบนสรวง สวรรค์ของลูกชายข้าก็แล้วกัน” บุคคลระดับเจ้าสํานักแห่งสํานักทั้งเก้าคนนี้ น�าเสียง สีหน้าท่าทาง เหี้ยมโหดประหนึ่งคนชั่วช้า ยอดฝีมือเมืองธารเหมันต์ที่อยู่รอบๆ มือถืออาวุธต่างๆ ล้อมเยี่ยอู๋ เหินเอาไว้ เยี่ยอู๋เหินสีหน้าเรียบนิ่ง เลือดย้อมผมยาวสีเขียวอ่อนแดงฉาน ผม ที่เปียกชุ่มสยายลงมาบังตาของนางเอาไว้ นางจ้องเจ้าเมืองธาร เหมันต์ชวีอี้ พลางเอ่ยถาม “ผู้สืบทอดฝืนชะตาอยู่ที่ไหน?” ตอนมาก็รู้อยู่แล้วว่านี่อาจจะเป็นกับดัก แต่นางก็ยังเหมือนกับ แมลงเม่าบินเข้ากองไฟ ไม่ลังเลใดๆ ทั้งสิ้น นางมาเพื่อช่วยคน หากตายไปเช่นนี้นางเจ็บใจนักก่อนตายได้เห็นเจ้าบ้าแกล้งทําตัวบ้าบออีกครั้งหนึ่งถึงจะวางใจ “อ้อ ข้านึกออกแล้ว ระหว่างธิดาเทพสํานักชําระดาบและผู้สืบ ทอดฝืนชะตามีสัญญาแต่งงานที่ติดตัวมา มิน่าเล่าถึงได้พยายามสุด ชีวิตขนาดนี้ ที่แท้ก็เพื่อจะช่วยหนุ่มชายคนรักนี่เอง เหอะๆ” ในแววตาของชวีอี้ฉายประกายเหี้ยมโหด เอ่ยอย่างเย็นยะเยือกน่าขนลุก “อยากเจอมันหรือ? หึๆ เจ้าตายแล้วก็จะได้เจอ ข้าจะส่งเจ้าไปเป็นคู่นกเป็ดน�าแห่งความตายเอง ฮ่าๆๆๆ!”“ฆ่า!”ชวีอี้โบกมือผู้แข็งแกร่งยอดฝีมือเมืองธารเหมันต์บุกรุมไปทันทีเงาดาบแสงกระบี่ส่องประกายวาบร่างของเยี่ยอู๋เหินพลันลุกขึ้น ตวัดดาบรับมือศัตรูท่ามกลางเสียงตะโกน แสงเลือดสาดกระจาย มีลูกศิษย์สํานักธารเหมันต์ร้องน่าสังเวชกระเด็นออกไปไม่ขาดสาย ส่วนร่างของเยี่ยอู๋เหินก็มีรอยแผลเพิ่มไม่หยุดเช่นกัน เลือดไหลรินออกมาจากเนื้อที่ถูกฟันชวีอี้เอ่ยเสียงเย็น “อย่าให้นางได้ตายสบาย”ความโกรธและเคียดแค้นในใจของเขาเหมือนกับน�าป่าที่สะสมมาทั้งคืนที่ใกล้จะโหมทะลัก ค่อยๆ กลืนกินสติของเขาท่ามกลางท้องฟ้า เมฆดําคล้อยเคลื่อนชั้นเมฆที่ประดุจสัตว์ร้ายสีดํากําลังอ้าปากตวัดกรงเล็บ ฉีกทึ้งจันทร์กระจ่างดวงนั้นเป็นชิ้นๆ มีเพียงแสงจันทร์ไม่กี่กลุ่มที่เล็ดลอดส่องแสงผ่านรอยแยกของเมฆมายังรอบๆ เยี่ยอู๋เหิน สภาพยับเยินสะบักสะบอมเยี่ยอู๋เหินสะบัดดาบ แสงจันทร์กับดาบชําระจันทร์ก่อเป็นเสียงขับขานแปลกประหลาดนางไม่ได้เลือกที่จะหนีสายตาของนางทั้งสุกสว่างทั้งมุ่งมั่น เหมือนอัญมณีที่สมบูรณ์แบบกําลังส่องประกาย ไร้ราคีไร้มลทิน นางมองไปทางเขาจัวเฟิงที่อยู่ห่างไกล หากเขาถูกขังจริงๆ ล่ะก็ เช่นนั้นจะต้องอยู่ที่เขาจัวเฟิงแน่นอนในสมองฉายภาพที่ได้สัมผัสกับเด็กหนุ่มไม่กี่ครั้งนั่นไม่หยุดที่แอ่งน�าลึกในหุบเขามังกรโฉด เขาที่ถูกฟ้าผ่าเหมือนกับลิงตัวใหญ่สีดํา จู่ๆ ก็มาปรากฏในแอ่งน�าที่นางซ่อนตัวอยู่ หลังจากเจอนางกลับเสี่ยงอันตราย หลอกทหารของเมืองธารเหมันต์ไปอีกทาง จากนั้นก็อุ้มนางไปจากเขามังกรโฉด รักษาบาดแผลให้นาง ริมฝั่ งทะเลสาบที่แสงจันทร์ทอแสง กลิ่นหอมของปลาตัวโตย่างบนกองไฟ ลอยอวลท่ามกลางแสงจันทร์ และเมื่อได้พบกันอีกครั้ง เขาก็รับดาบชําระจันทร์เอาไว้ได้สบายๆ เอ่ยว่าตัวเองเป็นผู้สืบทอดของฝืนชะตาอย่างไม่สนใจ…“ก่อนหลังก็แค่ได้เจอสองครั้งเท่านั้น ข้าคงบ้าไปแล้ว”เยี่ยอู๋เหินปะทุพลังที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา แปลงเป็นแสงจันทร์ฝ่าวงล้อมบินพุ่งไปทางยอดเขาจัวเฟิงบ้าก็ดี จะตายก็ช่างสรุปแล้ว จะต้องได้พบเขาชวีอี้หัวเราะเสียงเย็น ร่างเพียงกะพริบก็มาขวางอยู่ข้างหน้าเยี่ยอู๋เหิน ฝ่ามือหนึ่งซัดออกมา คลื่นเย็นเยือกโหมมา พลังของผู้แข็งแกร่งทะลวงสวรรค์ประหนึ่งคลื่นยักษ์ถาโถม ขยี้แสงจันทร์แหลกละเอียดและสะเทือนผืนฟ้าแหลกร้าว“อั้ก!”เยี่ยอู๋เหินกระอักเลือดเป็นสาย สะเทือนจนกระเด็นกลับไปแต่ถอยหลังไปสามจั้ง ร่างกายชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็ปะทุพลังน่าเหลือเชื่อออกมาในเสี้ยวพริบตา นางเหมือนกับคนบ้าที่รู้ว่าบนภูเขามีเสือแต่ก็ยังรั้นจะขึ้นไป พุ่งไปยังยอดเขาจัวเฟิงด้วยร่างกายบอบช�าสะบักสะบอม ผมสีเขียวที่ย้อมไปด้วยเลือดจนแดงปลิวสยาย“ไสหัวกลับไปเสีย”