ตอนที่ 542
บทที่ 543 สัญญาแต่งงาน
October 22, 2026
แต่ไม่นานเก้าสํานักก็พบว่าแผนปิดประตูตีแมวน่าจะมีปัญหา ตรงไหนสักแห่ง เพราะหลี่มู่จื่อก่อนกลางดึกคืนวันนี้ ซึ่งก็คือหลังจากที่ พวกเขาจากไปไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็บาดเจ็บหนักกลับมารักษาตัวที่ฐานที่ มั่นสํานักกระบี่ค�าฟ้า ว่ากันว่าเป็นยอดฝีมือหนุ่มลึกลับที่มาจากลัทธิมารนอกพิภพคน นั้น ไปแล้วย้อนกลับมาที่ป่าหิน สู้กันศึกใหญ่ หลังจากสามกระบวนท่าก็ โจมตีหลี่มู่จื่อเจ้าสํานักกระบี่ค�าฟ้ากระเด็น ทําให้เขาบาดเจ็บสาหัส “ฮ่าๆ เทียบกับถานหรูซวงแล้ว หินลับดาบก้อนนี้คุณภาพดีกว่านิด หนึ่งแฮะ” นี่คือคําพูดโอหังที่เขารบชนะแล้วพูดทิ้งเอาไว้ ก่อนผู้แข็งแกร่ง ทะลวงสวรรค์คนอื่นๆ จะเข้ามาในป่าหิน เด็กหนุ่มคนนี้ใช้ผู้แข็งแกร่งขั้นทะลวงสวรรค์เป็นหินลับดาบ สําหรับเก้าสํานักแล้วนี่คือความอัปยศอดสู สําหรับผู้แข็งแกร่งทะลวงสวรรค์ทั้งเก้าสํานักนี่เป็นการตบหน้า โต้งๆหลังจากหารือกันรอบหนึ่ง ผู้นําตระกูลจู ตระกูลค่ายกลและผู้นํา ตระกูลกงซุน ตระกูลหุ่นเชิดกลไก ร่วมมือกันวางค่ายกลสังหารสูงสุดไว้ รอบๆ เขตป่าหิน จากนั้นก็ให้ผู้แข็งแกร่งทะลวงสวรรค์คนหนึ่ง รักษาการไว้ เตรียมล่อผู้แข็งแกร่งหนุ่มลึกลับลัทธิมารคนนี้ ทว่า ก็ยังคงเป็นฉากวุ่นวายฉากหนึ่ง ยอดฝีมือลัทธิมารหนุ่มลึกลับคนนั้นแค่ดีดนิ้วค่ายกลก็ถูกทําลายลง ส่วนเจ้าเมืองกลางนภาต้วนเฟิงที่คอยรักษาค่ายกลก็พ่ายแพ้หลบหนีไป หลังจากรับมือได้สามดาบ ไม่กล้าสู้อีก วัสดุบางอย่างที่วางค่ายกลถูกชิง ไป ผู้แข็งแกร่งชั้นยอดของเมืองกลางนภาที่ร่วมมือรักษาค่ายกลก็ถูก สังหารลงทั้งหมด สําหรับขั้วอํานาจทั้งเก้าตกอยู่ในสถานการณ์กระอักกระอ่วนเป็น อย่างยิ่งทันที ศึกประลองใกล้จะเริ่มเต็มที สามผู้แข็งแกร่งทะลวงสวรรค์จาก สํานักใหญ่ทั้งเก้าอันได้แก่ ถานหรูซวง หลี่มู่จื่อและต้วนเฟิงต่างได้รับ บาดเจ็บสาหัสตามลําดับ นี่เป็นการลดทอนพลังของเก้าสํานักอย่าง มหาศาล อีกทั้ง ตอนนี้จะทําอย่างไร? จะล้อมป่าหินหรือไม่?หากปิดล้อม ผู้แข็งแกร่งทะลวงสวรรค์ของสํานักทั้งเก้าจะต้องอยู่ ที่นี่ถึงจะมีความมั่นใจที่จะล้อมยอดฝีมือหนุ่มลึกลับคนนี้ มิฉะนั้นก็จะ กลายเป็น ‘หินลับดาบ’ ของอีกฝ่ายจริงๆ แต่ยอดฝีมือทะลวงสวรรค์ ตรึงกําลังอยู่ที่นี่ทั้งหมด หากผู้แข็งแกร่งลัทธิมารในเมืองไป๋ตี้จู่โจมบุก มาจะทําอย่างไร? หากไม่ปิดล้อม… อืม อันที่จริงไม่ปิดล้อมก็ไม่เป็นไร แต่ประเด็นคือ กลืนความโกรธนี่ไม่ลงน่ะสิ ขี่หลังเสือแล้วยากจะลง สุดท้าย เก้าสํานักก็เลือกที่จะสลายตัว ช่วยไม่ได้ เหล่าเซียนนอกพิภพยังไม่ปรากฏตัว ลงมือ เผชิญหน้า กับผู้แข็งแกร่งที่สามารถเอาชนะผู้แข็งแกร่งทะลวงสวรรค์ซึ่งหน้าได้ พวกเขาก็หมดปัญญาจริงๆ ส่วนหลี่มู่ก็เศร้าใจสุดกําลัง ตั้งแต่ตอนอยู่ที่แผ่นดินใหญ่เสินโจว จิตดาบของเขาก็สามารถ สังหารขั้นทะลวงสวรรค์ได้ในเสียวพริบตา แต่ผู้แข็งแกร่งทะลวงสวรรค์ ขั้นแรกเริ่ม ยังไม่ทันทําขอบเขตให้เสถียร นับว่าเป็นเด็กน้อยของขั้นขอบเขตทะลวงสวรรค์ ทว่าผู้แข็งแกร่งดาวทุรกันดารทั้งเจ็ดล้วนเป็นผู้แข็งแกร่งทะลวงสวรรค์เก่าแก่ที่แท้จริง เป็นชายยิ่งใหญ่ในขั้นนี้ ความแข็งแกร่งของพลังนั้นแตกต่างกันหลี่มู่ที่เห็นการล่าสัตว์จิตใจเบิกบานหวังอยากจะให้สํานักทั้งเก้าปิดล้อมต่อไปใจจะขาดเช่นนี้เขาถึงจะฝึกดาบได้ดีตอนอยู่บนโลก หลี่มู่ก็ได้ศึกษาวิชากระบวนท่าของสํานักในยุทธจักรถึงแม้โลกจะไม่มีพลังฟ้าดิน ผลจากการฝึกฝนน้อยนิด แต่ก็เพราะเหตุนี้ มาตรฐานการเปลี่ยนแปลงของกระบวนท่าและความเลิศล�าของจอมยุทธ์และสํานักบนโลกจึงเหนือกว่านอกพิภพมาก แต่ก็เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงด้านกระบวนท่าเท่านั้น ด้านพลังของวิชาก็ด้อยกว่ามากหลี่มู่ได้ผลเก็บเกี่ยวผ่านจากการศึกษากระบวนท่า วิชาพวกนี้มากจากการเก็บเกี่ยวสะสมความรู้ วันนี้ก็มากพอที่จะสู้กับผู้แข็งแกร่งทะลวงสวรรค์แล้ว สําหรับหลี่มู่เป็นการเบิกปัญญาอย่างมากจริงๆโดยเฉพาะด้านวิชาดาบ ประหนึ่งว่าลอกคราบเกิดใหม่สรรพวิชาล้วนมีต้นกําเนิดเดียวกันวิชาดาบก็ไล่ตามจากการเปลี่ยนแปลงชั้นยอด กลับมายังรูปแบบหกดาบวายุเมฆาหกดาบกลับสู่ดาบเดียว นี่ถึงจะเป็นเป้าหมายสุดท้ายของหลี่มู่เขาสัมผัสกับประตูนี้ได้เลาๆ แล้วแต่เหล่าทะลวงสวรรค์จากสํานักทั้งเก้ากลับไม่มีจิตสํานึกของหินลับดาบเลยแม้แต่น้อย ขี้ขลาดเสียได้นี่จะทําอย่างไรดี?จะไปบุกถึงที่ไม่ได้กระมัง?นั่นรนหาที่ตายเกินไปแล้วจะบอกว่าสํานักใหญ่ไม่มีการคุ้มครองค�าจุนจากผู้ฝึกฝนนอกพิภพหลี่มู่ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดหากเกี่ยวพันกับผู้ฝึกฝนนอกพิภพ เช่นนั้นก็ต้องระวังหน่อยแล้ว“เข้าเมืองไป๋ตี้เถอะ” อาการบาดเจ็บของติงอี้ฟื้ นฟูขึ้นมากหลังจากขบคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ยเสนอ “หากจะรอให้ไอ้พวกสารเลวนอกพิภพมาดักอยู่ในป่าหินพวกเราสองคนคงต้องอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่าตายไปที่นี่นั่นแหละ”พูดก็ถูกอยู่หรอก แต่ทําไมพูดได้น่าขนลุกขนาดนั้นเล่า?หลี่มู่คิดๆ แล้วก็พยักหน้า “ก็ดีเหมือนกัน อย่างไรเสียเรื่องที่ควรทําก็จัดการเรียบร้อยแล้ว”ติงอี้หัวเราะ “พอดีเลย เรื่องที่ข้าต้องทําก็เรียบร้อยแล้วเหมือนกัน”ทั้งสองคนออกจากป่าหินมาอย่างลับๆ ล่อๆ หลังจากสํารวจอย่างละเอียด พบว่าไม่มีกับดักอะไรอยู่แล้วจริงๆ จึงออกเดินทาง แต่ก็ไม่ได้มุ่งหน้าบินตรงไปยังเมืองไป๋ตี้ทันที กลับอ้อมไกล เพื่อป้องกันระหว่างทางจะมีกับดัก จึงได้เปลี่ยนเส้นทางไปเมืองไป๋ตี้ระหว่างทางหลี่มู่ก็พลันคิดถึงปัญหาหนึ่งขึ้นได้ “พวกเราจะเข้าเมืองอย่างไร?”การป้องกันของเมืองไป๋ตี้เข้มงวดเพียงใด?บุ่มบ่ามเข้าไปเกรงว่าจะเข้าไปไม่ได้ แต่จะยืนตะโกนอยู่หน้าประตูก็คงไม่ได้กระมัง ในตัวก็ไม่มีของแสดงตัวอะไรสักอย่างติงอี้เอ่ยอย่างได้ใจ “อย่าลืมสิ ข้าคือผู้สืบทอดของฝืนชะตาเชียวนะ”หลังจากนั้นหนึ่งก้านธูป ทั้งสองก็มาถึงยังข้างล่างเมืองไป๋ตี้เมืองไป๋ตี้ตั้งอยู่ใจกลางภูเขาสู่ อยู่เหนือยอดเขาไป๋ตี้ ทั้งเมือง