ตอนที่ 548
บทที่ 549 ค่ายกลกระบี่จริยะบุรุษ
October 22, 2026
“เกิดอะไรขึ้น?” เสียงหัวหน้าเขาราชันมังกรหลงอู่และเสียงของแม่เฒ่าสํานักชําระ ดาบ ดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน หลี่มู่รีบร้อนเอ่ยขึ้น “ข้าไม่ได้ทํานะ” สองเจ้าสํานักงงงันขึ้นพร้อมกัน หัวเราะพรืดออกมาทันที พวกเขาไม่ได้มาหาคนรับผิดชอบเสียหน่อย สระบัวครามเกิดสถานการณ์ประหลาดขึ้นเช่นนี้เป็นครั้งแรก เพียง ไม่นาน เจ้าสํานักสายอื่นๆ ผู้สืบทอดรวมถึงยอดฝีมือก็ล้วนเข้ามา ล้อมรอบอยู่รอบสระบัวครามที่หลี่มู่อยู่ และเทพธิดาชําระดาบเยี่ยอู๋ เหินที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วก็ได้มายืนอยู่ข้างๆ ย่าของนาง….คนนับ ร้อยกําลังยืนล้อมสระอยู่ “เอ่อ…” หลี่มู่อยู่ในปราณหมอกบัวครามที่พันรัดขึ้นมา ตั้งใจคิดดู และเอ่ยขึ้นว่า “พวกท่านหลบไปก่อนได้ไหม ให้ข้าได้ใส่เสื้อผ้าก่อน” คนตั้งมากมายมายืนล้อมดูข้า ‘แช่น�าร้อน’ เนี่ยนะความรู้สึกนี้มันน่าอดสูสุดๆ เลยไม่ใช่หรือไรกัน “น้องต้วน เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง?” เสียงโหวกเหวกอันเป็น สัญลักษณ์ของหัวหน้าเขาราชันมังกรหลงอู่ดังขึ้น หลี่มู่ “ข้ารู้สึก…เอาอย่างนี้ดีกว่า ให้ข้าใส่เสื้อผ้าเสียก่อน” ติงอี้ก็วิ่งมาอย่างกระหืดกระหอบ เอ่ยขึ้นว่า “เกิดอะไรขึ้น? เกิด อะไรขึ้น? ต้งเสวียนจื่อวิชาร่วมหอสามสิบหกท่าห้ามใช้พร�าเพรื่อ เด็ดขาด…” เขามองเห็นเยี่ยอู๋เหินที่ใส่ชุดเรียบร้อยข้างกายยายเฒ่า สํานักชําระดาบ จากนั้นจึงรีบหุบปากลง ดูท่าจะไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด เอาไว้ ตึกตึก! กระแสวิญญาณในสระบัวคราม ปะทุขึ้นราวน�าเดือด ปราณหมอก กระแสวิญญาณก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น หลี่มู่รู้สึกเพียงกระแสวิญญาณร้อนขึ้นเรื่อยๆ เหมือนหินลาวาก็มิ ปาน อุณหภูมิที่ทําให้หลี่มู่ยากจะทานทน จินตนาการออกเลยว่ากระแส วิญญาณร้อนขึ้นไปจนถึงระดับไหนผู้คนที่ยืนล้อมรอบสระบัวคราม รู้สึกได้ถึงความร้อนที่ผ่าวออกมา ต่อให้เป็นพวกเจ้าสํานักอย่างหัวหน้าเขาราชันมังกร ก็ยังต้องถอย ออกมาอย่างเสียมิได้ “เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” เยี่ยอู๋เหินในที่สุดก็ทนไม่ไหว เลิกคิ้ว ถามขึ้น “หรือไม่ก็…เจ้าควรออกมาก่อน” หลี่มู่ก็รู้สึกว่าสถานการณ์มันแปลกประหลาด ตอนที่เขากําลังจะออกจากสถานการณ์โป๊เปลือยนี่ โดยการ กระโดดออกมาจากสระบัวคราม จู่ๆ ได้เกิดเสียงดังสนั่น เสียงคําราม ของมังกรดังขึ้นมาจากในร่างหลี่มู่ จากนั้นมังกรสีเงินตัวหนึ่งได้ลอย ขึ้นมาในสระบัวคราม แหวกว่ายอยู่ในกระแสวิญญาณ ร่างกายอัน ใหญ่โตของมังกรเงิน แทบจะกินพื้นที่ทั้งหมดของสระบัวคราม มันอ้า ปากคําราม จากนั้นได้พันรัดอยู่บนร่างของหลี่มู่ การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ ทําเอาหลี่มู่ตาโตลิ้นพัน พริบตาต่อมา หลี่มู่รู้สึกแค่เลือดในกายของตนเองราวกับหินลาวา ที่เดือดปะทุ ร่างกายไม่ฟังคําสั่งขึ้นฉับพลัน ขยับเขยื้อนได้อย่างลําบาก แต่สําหรับคนที่อยู่นอกสระ กลับเห็นภาพอีกแบบหนึ่งเสียงคํารามของมังกรได้ยินอย่างชัดเจน แต่หลังจากมังกรคําราม แล้ว ปราณหมอกกระแสวิญญาณได้แผ่ขยายออกมา แฝงไว้ด้วยพลัง แปลกประหลาดอย่างหนึ่ง สั่นสะเทือนเอาคนทั้งหมดรวมถึงพวกเจ้า สํานักสายต่างๆ กระเด็นลอยออกไป จากนั้นสัญลักษณ์จารึกประหลาด สีเงิน ได้ส่องสว่างขึ้นในปราณหมอกกระแสวิญญาณ รวมกันจน กลายเป็นค่ายกลเกราะคุ้มกันแสงวิญญาณสีคราม ปิดผนึกสระบัว ครามที่หลี่มู่อยู่ด้านในเอาไว้“นี่เกิดอะไรขึ้น?”“ข้าเหมือนได้เห็นมังกรเทพสีเงิน”“สระบัวถูกปิดผนึกหรือ?”“รีบทําลายผนึกช่วยคนเร็ว”“ให้ข้าลองดู” หัวหน้าเขาราชันมังกรหลงอู่คลื่นพลังโหมขึ้นทั่วร่างชุดคลุมยาวสีม่วงสั่นกระเพื่อมไร้แรงลม ฝ่ามือขวามีอักขระมังกรส่องสว่าง แปรเป็นกรงเล็บมังกรสีม่วงทอง ฟาดลงไปที่เกราะคุ้มกันแสงสีครามนั้นตูม!แรงดีดย้อนกลับอันน่ากลัวทะลักออกมาหัวหน้าเขาราชันมังกรหลงอู่ถูกดีดกระเด็นลอยหวือไปกลายเป็นจุดดํา หายวับไปกลางอากาศกลุ่มคน “….”“ผลลัพธ์เป็นที่เห็นได้ชัด” ยายเฒ่าสํานักชําระดาบเอ่ยขึ้น “พลังของพวกเราไม่สามารถทําลายเกราะคุ้มกันนี้ได้ นี่มันแปลกประหลาดจริง สระบัวทําไมจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นเช่นนี้?” นางไม่ได้รู้สึกร้อนรน เพราะที่นี่คือเมืองไป๋ตี้ คือสระบัวคราม พื้นที่ของภูเขาสู่แห่งลัทธิเทพ ไม่มีทางเกิดเรื่องที่จะทําให้หลี่มู่บาดเจ็บ สถานการณ์ตรงหน้านี้เพียงแค่แปลกประหลาดเท่านั้นเหล่าผู้แข็งแกร่งแห่งลัทธิเทพภูเขาสู่รอบๆ ก็ล้วนวิพากษ์วิจารณ์กันต่างๆ นาๆตอนนี้เอง หัวหน้าเขาราชันมังกรหลงอู่ได้บินกลับมาแล้ว“พวกเจ้าจํากันได้ไหม ตอนที่จ้าวลัทธิยังอยู่ ทุกครั้งที่ปิดด่านก็มักจะเกิดปรากฏการณ์แสงกระบี่ลอยขึ้นฟ้า ค่ายกลขนาดใหญ่ขึ้นมาปิดผนึกสระ” หัวหน้าเขาราชันมังกรหลงอู่ร่อนลงบนพื้น ลูบเคราม่วงเอ่ยต่อว่า “ลักษณะเช่นนี้ดูคล้ายๆ อยู่นะ”ในดวงตาของคนเฒ่าคนแก่แห่งลัทธิเทพล้วนมีประกายตกตะลึง“พอฟังตาแก่นี่พูด ข้าก็คิดขึ้นมาได้ ทุกท่าน พวกท่านลองดูอย่างละเอียด ฉากตรงหน้านี้เหมือนกับความลับที่สืบทอดกันมาของลัทธิเทพอย่าง ‘ปรากฏการณ์มังกรทะยาน’ หรือไม่?” จ้าวศาลาเหนือฟ้าโอวหยางฮ่วนอวี่เอ่ยขึ้นอย่างตกตะลึง“เจ้าจะบอกว่า” คุณชายเงาจันทร์อีกด้านก็คิดออกมาขึ้นเช่นกัน“แต่ว่า มังกรทะยานเป็นเพียงแค่ทฤษฎีเท่านั้นนี่ ต่อให้จ้าวลัทธิเมื่อครานั้นก็ยัง…” เขาพูดได้ครึ่งเดียว จู่ๆ คิดขึ้นมาได้ว่าเรื่องนี้เป็นความลับของลัทธิเทพ ไม่สามารถพูดอย่างละเอียดต่อหน้าคนมากมายได้ ทว่าความตกตะลึงในดวงตากลับปิดบังเอาไว้ไม่มิดในดวงตาเยี่ยอู๋เหิน มีความแปลกประหลาดอยู่ด้านใน จ้องมองไปยังสระบัวที่ถูกอักขระสีเงินและเกราะคุ้มกันสีครามคลุมอยู่ ลมพัดเส้นผมสีเขียวอันสวยงามของนางปลิวไสว“ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง…” หัวหน้าเขาราชันมังกรกับเจ้าสํานักคนอื่นมองตากัน เพียงพริบตาได้เกิดสัญญาณลับที่รู้ระหว่างกันขึ้นทั่วสระบัวครามทั้งหมดถูกทําให้โล่งคนทั้งหมดล้วนถอยออกมา ห้ามเข้าใกล้“หวังว่าน้องต้วนสุ่ยหลิว จะกลายเป็นมังกรและออกจากสระบัวในเร็ววัน”ในดวงตาเจ้าสํานักหลายคนมีทั้งการเฝ้ารอดและความกังวลเรื่องราวที่มีตัวตนในทฤษฎีที่เฝ้ารอได้เกิดขึ้นแล้วขอแค่กลายเป็นมังกรสําเร็จ ก็จะได้ครอบครองพลังที่ไม่น่าเชื่อการกําเนิดของจ้าวลัทธิคนใหม่จะกลายเป็นเรื่องที่ไม่ต้องโต้แย้งถกเถียงกันสิ่งที่กังวลก็คือ สงครามใหญ่บนเวทีสิบสนาม เหลืออีกสองวันก็จะเริ่มแล้ว ในเก้าสํานักฝ่ายธรรมะได้มีการลงมาเยือนของผู้บําเพ็ญนอก