ตอนที่ 27
บทที่ 27
October 22, 2026
บทที่ 27
“ผมเองก็ชอบไปกินมื้อค่ำที่โรงแรมคุณบ่อยๆ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน…คุณเจตต์” ในขณะที่สองหนุ่มยื่นมือไปจับทำความรู้จัก สองสาวอีกฟากก็กำลังกระซิบกระซาบบางอย่าง
“ผู้ชายคนนั้นดูเข้าทีนะว่าไหม ถ้าปล่อยไปคงเสียดายแย่” พริบพราวเปรยขึ้นมาลอยๆ แต่มันก็ทำให้คนฟังได้คิด
“แล้วถ้าหนูไม่อยากปล่อย หนูต้องทำยังไงคะ” เธอเหลือบไปมองที่เจตต์อย่างกำลังคิดหนัก
“ก็จับเขาไว้แน่นๆ สิ แต่เรื่องแบบนี้พี่ก็แนะนำอะไรมากไม่ได้หรอก เธอต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง เพราะยังไงๆ คนอื่นก็ไม่เข้าใจหัวใจเราเท่าตัวเราเองหรอก ฮ่าๆๆ ไม่ต้องเครียด วันไหนถ้าเธอรู้สึกว่าหัวใจเปลี่ยนเป็นสีชมพู วันนั้นเธอจะเข้าใจทุกอย่างเอง” เห็นรุ่นน้องทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างพยายามใช้ความคิด พริบพราวจึงอดขำไม่ได้ ก็ได้แต่หวังว่าหัวใจของเธอจะเปลี่ยนสีในเร็ววัน อย่างน้อยก็ให้ทันหัวใจของอีกคนที่เริ่มจะเห็นสีชัดเจนขึ้นทุกทีๆ
หลังจากแยกกัน เจตต์และมีนาก็พากันขึ้นมาเก็บของบนห้อง แต่ก่อนจะได้เก็บ เธอก็รบเร้าให้เขาทำแผลที่มุมปากเสียก่อน
“อยู่นิ่งๆ ได้ไหมเนี่ย คุณเล่นขยับไปขยับมาแบบนี้ แล้วเมื่อไหร่ฉันจะทำเสร็จสักทีเล่า” ทั้งคู่นั่งทำแผลกันบนโซฟา โดยมีเธอเป็นพยาบาลจำเป็น
“แผลแค่นี้ไกลหัวใจ ไม่เห็นต้องทำเลย” เขาว่าพลางเบี่ยงหน้าหลบไม่ยอมให้เธอล้างแผล
“พูดออกมาได้ แล้วไอ้แผลที่เล็กกว่ารอยยุงกัดเนี่ย ไม่ไกลกว่ารึไง เหอะ! อย่ามาทำเป็นอ้างโน่นอ้างนี่ ไอ้ที่กำลังอิดออดเป็นเพราะคุณกลัวใช่ไหมล่ะ” เธอหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างกำลังจับผิด
“ฉันเนี่ยนะกลัว แผลใหญ่กว่านี้ฉันยังไม่รู้สึกอะไร กะอีแค่ทำแผลแค่นี้ทำไมฉันต้องกลัว” ใช่! เขาไม่ได้กลัวเรื่องทำแผลอะไรนั่นหรอก แต่กลัวที่ต้องใกล้ชิดเธอมากเกินไปต่างหาก ก็ทำแผลทีหนึ่ง แม่คุณทำราวกับจะปีนขึ้นมาบนตัวเขาเสียให้ได้อย่างนั้นแหละ
“ถ้าไม่กลัว งั้นก็อยู่นิ่งๆ” เธอสั่งเสียงเข้มพร้อมกับตรึงหน้าเขาไว้ แต่นั่นก็ยังไม่น่าตกใจเท่ากับการที่แม่คุณกระโดดขึ้นมานั่งคร่อมอยู่บนตักเขาตอนนี้ จากที่พยายามขืนตัวในทีแรก ก็กลายเป็นชะงักนิ่งตัวแข็งทื่อ ก่อนจะเผลอกลืนน้ำลายดังเอื๊อกเพราะไอ้ท่านั่งหวาดเสียวของเธอ
“โอเค! เสร็จละ” เธอบอกอย่างภาคภูมิหลังทำแผลให้เขาเสร็จ แต่พอเห็นว่าพ่อคุณยังนั่งนิ่งไม่ขยับก็นึกเอะใจ
“เฮ้ย! ขอโทษค่ะ” เธออุทานก่อนจะรีบผละออกมาด้วยความตกใจ พลันบรรยากาศในห้องก็กลายเป็นเงียบสงัด เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมปริปาก มิหนำซ้ำยังเอาแต่ทำหน้ากระอักกระอ่วน กระทั่งเป็นเธอเองที่เป็นฝ่ายทนไม่ไหวกับสถานการณ์น่าอึดอัดนี้
“อะ เอ่อ…ฉันไปเก็บของก่อนนะ” สิ้นเสียงเธอก็รีบเผ่นเข้าห้องทันที
“เฮ้ย! ทำไมใจเต้นแรงขนาดนี้วะเนี่ย” เธอยืนพิงประตูพลางจับที่อกซ้ายของตัวเอง ราวกับกลัวว่าหัวใจมันจะหลุดออกมา
“หรือหัวใจเราจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูอย่างที่พี่พราวบอก ไม่มั้ง…กะอีแค่นั่งตัก หัวใจเปลี่ยนสีไม่ได้หรอก เลิกเพ้อเจ้อได้แล้วมีนา” เธอตบแก้มตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติ จากนั้นก็รีบไปเก็บของทันที
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงที่เธอง่วนอยู่กับการเก็บของภายในห้อง จนลืมไปเลยว่ามีคนรออยู่ด้านนอก กระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เสร็จรึยัง” เขายืนตะโกนอยู่ที่หน้าประตู ในขณะที่เธอก็รีบวิ่งมาเปิดประตู ชะโงกหน้าออกไปหมายจะตอบ