ตอนที่ 26
บทที่ 26
October 22, 2026
บทที่ 26
พริบพราวที่เห็นว่ารุ่นน้องกำลังจะถูกทำร้าย จึงกระโจนเข้าไปช่วย สองสาวช่วยกันรุมทำร้ายร่างกายคนเลว ทำให้มันยิ่งเกรี้ยวกราด เหวี่ยงแขนแรงๆ จนสองสาวล้มไม่เป็นท่า และก่อนที่มันจะตรงไปกระชากคนใดคนหนึ่งขึ้นมา เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
“…” คนเลวถูกถีบจากทางด้านหลัง และด้วยแรงถีบก็ทำให้มันล้มคว่ำลงไปโดยไม่ทันตั้งตัว
“มึงไม่ยอมจบใช่ไหมไอ้ชาติชั่ว งั้นกูจะเป็นคนจบให้มึงเอง” เจตต์บอกเสียงกร้าว ก่อนจะกระโจนเข้าหาหมายจะกระทืบอีกฝ่ายให้จมธรณี แต่รายนั้นก็หลบอย่างไว มิหนำซ้ำยังลุกขึ้นมาสู้
“คิดว่ามึงมีมือมีตีนคนเดียวรึไง มึงเจอกูแน่ไอ้กระจอก” ตฤณขู่แล้วพุ่งเข้าใส่ แต่เจตต์ก็หลบได้อย่างไว พร้อมกับปล่อยหมัดสวนกลับไปที่โหนกแก้มอีกฝ่ายจนล้มคว่ำไป แต่มันดันล้มตรงที่มีปืนตกอยู่
ตฤณหยิบปืนขึ้นมาขู่พลางแสยะยิ้มอย่างเป็นต่อ ทำเอาเจตต์ถึงกับผงะทันที
“ไม่ต้องกลัว ปืนไม่มีกระสุน” พริบพราวตะโกนบอก และเสียงเธอก็ทำให้เขาต้องเหลือบไปมอง จังหวะนั้นเองที่ตฤณฉวยโอกาสตวัดด้ามปืนฟาดเข้าที่หน้าเขาอย่างจัง กระทั่งหน้าหล่อๆ หันไปตามแรง
เขาหันกลับมานัยน์ตาวาวโรจน์ ก่อนจะเช็ดเลือดตรงมุมปากด้วยใบหน้าถมึงทึงราวกับจะฆ่าคนได้ แน่นอนว่าคนที่ปกติเก่งแต่กร่างแล้วก็ระรานคนไม่มีทางสู้ พอเจอคนจริงที่ไม่เกรงกลัวอำนาจบารมีก็รีบเผ่นหนีไปจากตรงนั้นโดยไว
แต่ดูเหมือนมันจะหนีไปได้ไม่เท่าไร ก็ถูกชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ลากตัวกลับมา แล้วตอนนี้ชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นก็เดินตรงมาทางที่พวกเขายืนอยู่ โดยมีเพลิง มาเฟียหนุ่มหล่อเดินนำอยู่ด้านหน้า
“เจ็บตรงไหนรึเปล่า” เพลิงตรงเข้าไปหาพริบพราว พลางสำรวจเนื้อตัวแฟนสาวด้วยความหวงแหน เช่นเดียวกับเจตต์ที่ตรงเข้ามาดึงแขนมีนาให้ไปยืนหลบที่ด้านหลังตัวเอง ด้วยไม่แน่ใจว่าคนกลุ่มนี้มาดีหรือมาร้าย จึงพยายามจะปกป้องเธอ
“มึงใช่ไหมที่ทำร้ายเมียกู” เพลิงหันขวับไปมองตฤณด้วยสายตาเหี้ยมเกรียมดุดัน ชนิดที่คนถูกมองขนลุกไปทั้งตัว แต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือ
“ปล่อยกู มึงรู้ไหมว่ากูลูกใคร” ตฤณขู่ด้วยประโยคที่ชอบใช้เป็นประจำ
“งั้นมึงก็ไปถามหาพ่อมึงในนรกเองก็แล้วกัน” เพลิงไม่พูดพร่ำทำเพลง ชักปืนที่เหน็บอยู่ที่เอวลูกน้องมาจ่อที่ขมับอีกฝ่ายทันที ทำเอาคนถูกจ่อนัยน์ตาเหลือกลานด้วยความกลัว แต่ก็นับว่าชะตาของอีกฝ่ายยังไม่ถึงคาด เมื่อเสียงของพริบพราวดังขึ้น
“นึกว่าปล่อยหมูปล่อยหมาสักตัวนะคะที่รัก อย่าให้มือคุณต้องเปื้อนเลือดชั่วๆ ของผู้ชายคนนี้เลย คนที่เก่งแต่กับผู้หญิงอย่างมัน ก็ไม่ต่างอะไรจากสุนัขตัวเมียตัวหนึ่ง นี่ถ้าไม่มีบารมีพ่อ แม้แต่หายใจเองมันก็คงทำไม่ได้” ได้ยินเมียด่าได้อย่างเจ็บแสบ เพลิงจึงยอมลดตัวลงแล้วส่งปืนคืนลูกน้องไป อีกทั้งยังหันไปพยักหน้าให้ลูกน้องปล่อยตัวคนสารเลวตามที่เมียบอก แต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้สำนึก ก่อนไปไม่วายขู่อาฆาตไว้อีก
“ระวังตัวให้ดีเถอะ อย่าหวังว่าพวกมึงจะได้อยู่กันอย่างสงบสุข กูจะเอาคืนพวกมึงทุกตัว ทุกตัวเลยจำเอาไว้” ตฤณชี้หน้ากราดใส่ทุกคน แต่พอเห็นเพลิงจะชักปืนอีกครั้งก็รีบเผ่นหนีทันที
“ปากคุณเลือดออกนี่ เจ็บมากไหมคะ คุณต้องมาเจ็บตัวเพราะฉันแท้ๆ เลย ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉันอีกแล้ว” หลังจากที่ทุกอย่างกลับเข้าสู่สภาวะปกติ มีนาก็รีบสำรวจคนข้างๆ ครั้นพอเห็นมุมปากเขาเลือดซึมก็ให้รู้สึกผิด
“ฉันไม่เป็นไร ขอบคุณผู้หญิงคนนั้นเถอะ” ถึงจะไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง แต่ก็พอเดาได้ว่าอีกฝ่ายคงมีส่วนช่วยให้เธอไม่ถูกสารเลวนั่นจับตัวไป
“ขอบคุณนะคะพี่พราว ถ้าไม่ได้พี่ มัดแย่แน่ พี่เลยต้องมาเจ็บตัวเพราะมัดแท้ๆ เลย เจ็บมากไหมคะ” มีนาเชื่อตามที่เขาบอก จึงรีบตรงไปจับมือพริบพราว แต่มือนั้นก็ถูกดึงไปทันทีที่ได้ยินว่าเมียเจ็บ
“ไหนเจ็บตรงไหน บอกฉันมา” มาเฟียหนุ่มจับเมียหมุนซ้ายหมุนขวาอย่างพยายามจะสำรวจ ทำเอามีนาที่ยื่นมือไปเก้อถึงกับทำหน้าแหย
“อานุภาพของความรัก น่ากลัวเหมือนกันแฮะ” เธอพึมพำเบาๆ ก่อนจะกลายเป็นเสียงร้องอุทานแทน