ตอนที่ 4
ตอนที่ 4 เติบโต
September 30, 2026
“น้องฉางซี”
เสียงเรียกเกรงใจอยู่หน้าห้องทำให้เสิ่นฉางซีงะงักมือ นางวางชุดกระโปรงสีแดงสดสวยไว้บนเตียง เดินลากขาข้างขวามาถึงหน้าประตู เจ้าของเสียงยืนรอด้วยท่าทีกระวนกระวาย เด็กสาวส่งยิ้มอ่อนหวานแล้วเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง
“คุณชายกลับมาเมื่อไหร่เจ้าคะ”
คำทักทายของนางมิได้สร้างรอยยิ้มให้เการุ่ยเฉียงนัก มุมปากที่กำลังยกยิ้มกลับกลายเป็นบึ้งตึง
“ข้าบอกกี่ครั้งแล้ว เหตุใดเจ้ายังเรียกข้าว่าคุณชายอีก” ชายหนุ่มวัยสิบเจ็ดก้มหน้าลงจ้องเขม็งที่ใบหน้าของเด็กสาวที่ยังเผยรอยยิ้มสดใสไม่มีแววหวาดกลัวเขาเลยสักนิด แม้ปากจะเรียกเขาว่าคุณชายก็ตาม แต่นางไร้กิริยาของหญิงรับใช้ และเขาเองก็ไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น
“แต่ว่า...” นางอยู่อย่างเจียมตัวมาตลอด แม้ทุกคนรักใคร่นางมากแต่นางไม่ลืมฐานะของตนเอง และไม่ลืมบุญคุณที่ช่วยเหลือทั้งรักษานางด้วยยาราคาแพงและยังให้ที่อยู่อาศัยอาหารสามมื้อในแต่ละวัน ร่างกายนางไม่แข็งแรง ฝึกยุทธ์เช่นเด็กคนอื่นไม่ได้ สิ่งที่นางทำได้ก็มีเพียงงานจิปาถะทั่วไปเช่นบ่าวไพร่ควรทำ
“ไม่มีแต่ หากข้ายังได้ยินเจ้าเรียกข้าว่าคุณชายอีก ข้าจะโกรธเจ้าแล้วจริงๆ” เขาขึงตาใส่อย่างดุดัน
‘อย่างนี้ไม่เรียกว่าโกรธแล้วอยู่หรอกหรือ’
เสิ่นฉางซีผ่านเรื่องร้ายมามาก เผชิญการสูญเสียและความเจ็บปวดทั้งกายใจ ได้คำสอนสั่งของไต้ซือซูและการอบรมของนายท่านรอง นางจึงค่อนข้างมีความคิดอ่านเกินวัย นางมีความสุขุมใจเย็นพอๆ กับชอบหยอกล้อผู้อื่น ทว่าหลายปีที่ผ่านมา ใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นน่ากลัวนี้ทำให้เด็กในวัยเดียวกันไม่กล้าเข้าใกล้ เว้นแต่บุตรชายนายท่านใหญ่นาม เการุ่ยเฉียง ที่อายุมากกว่านางสองปีให้ความใกล้ชิดสนิทสนมและออกหน้าปกป้องนางเสมอ
นางผู้ถูกมารดาและบิดาอบรมเลี้ยงดูเติบโตมาอย่างสมถะเรียบง่าย ไม่ว่าอย่างไรก็มองว่าสกุลเกาเป็นผู้มีพระคุณของนาง มิอาจตีตนเสมอเท่าเทียมได้ สิ่งใดหยิบจับทำงานเพื่อทดแทนบุญคุณที่ช่วยเหลือและยังให้ที่อยู่อาศัยพร้อมเสื้อผ้าและอาหารการกิน นางจึงทำทั้งสิ้น
“ข้าออกไปทำธุระนอกเมืองให้บิดา คิดว่าจะกลับมาทันพิธีปักปิ่นของเจ้าแท้ๆ แต่กลับดินถล่มจึงเดินทางล่าช้า” เการุ่ยเฉียงคร้านจะใส่ใจท่าทีของนางอีก พูดพลางหยิบกล่องขนาดเล็กออกมาจากอกเสื้อแล้วยื่นให้นาง
“ข้ารู้ว่าเจ้าปักปิ่นปักผมมิได้ แต่ข้าอยากให้เจ้า” เขาผลักกล่องไม้เล็กใส่มือนาง สายตาของเขาเป็นประกายมุ่งหวังให้นางเปิดออก เสิ่นฉางซีไม่อาจขัดใจได้จึงเปิดกล่องไม้ออก พบปิ่นหยกสีเขียวงดงามสลักลายดอกเหมย ข้างกันมีหวีหยกวางคู่กัน นางเบิกตากว้างไม่คิดว่าเการุ่ยเฉียงจะให้ของขวัญล้ำค่าเช่นนี้