ตอนที่ 5
ตอนที่ 5 นับตั้งแต่นั้น
September 30, 2026
“คุณชายเกา”
ทุกคนต่างรู้ดีว่าเการุ่ยเฉียงเอ็นดูแม่นางน้อยผู้นี้มากเพียงใด หากเผลอล่วงเกินนางให้เขาเห็นเข้า คงไม่ได้อยู่ดีในสกุลเกาเป็นแน่
“พ่อครัวใหญ่เตรียมของว่างอยู่หรือ? ให้ซีเอ๋อร์ช่วยนะเจ้าคะ” นางเอ่ยน้ำเสียงออดอ้อน หวังปล้นเอาวิชาความรู้การปรุงอาหารอันแสนอร่อยของพ่อครัวหลี่เจี๋ย
เการุ่ยเฉียงได้แต่ส่ายหน้าไปมา เขาหวังใจปกป้องดูแลเสิ่นฉางซีไปทั้งชีวิต ไม่คิดให้นางไปใช้ชีวิตข้างนอกรั้วสกุลเกา แต่นางแสร้งทำเป็นไม่เห็นความตั้งใจจริงของเขา นางพยายามทำหลายสิ่งหลายอย่าง เพียงเพื่อจะได้ใช้ชีวิตคนเดียวโดยไม่ต้องพึ่งพาผู้ใด
เขาจะต้องทำอย่างไรถึงจะรั้งนางผู้มีรอยยิ้มดุจสายลมฤดูใบไม้ผลิไว้ข้างกายตลอดทั้งชีวิต
ทั้งชีวิต.
บุรุษผู้หนึ่งอายุเพียงสิบเก้าปีก็ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งแม่ทัพแล้ว
ชาวบ้านต่างพากันหลีกทางขบวนทหารกล้าที่กำลังผ่านถนนสายหลักมุ่งหน้าสู่วังหลวง บุรุษในชุดศึกสีดำขรึมขลังบนอาชาศึกงามสง่าสะกดทุกสายตาให้หยุดมองเพียงเขา ใบหน้านั้นหล่อเหลา สุขุมและเยือกเย็นประหนึ่งเทพเซียน ดวงตาคมคู่นั้นเป็นสีนิลดุจเดียวกับบ่อน้ำลึกไร้รอยไหวกระเพื่อม เขาเป็นบุรุษที่หญิงสาวหลงใหลคลั่งไคล้หวังจะได้นั่งตำแหน่งฮูหยิน
ทว่าเจ้าของดวงตาคมดุจเหยี่ยวคู่นั้นหาได้ใส่ใจเรื่องเหล่านี้ไม่
แต่ไหนแต่ไร สมองของเขาคิดเพียงเรื่องการรบ ตั้งแต่กลับเข้าตระกูล เขาก็เข้าสู่การเป็นทหาร และเป็นทหารชั้นผู้น้อยที่ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงเขาเป็นใคร ยามนั้นเขาไม่ได้โกรธเคืองที่บิดาทำเช่นนั้น คล้ายยอมรับโชคชะตา คล้ายขัดขืนอยู่ในที แต่ไหนแต่ไรเขาเป็นคนมั่นใจในตัวเองยิ่ง ใช้เวลาห้าปีสร้างผลงาน ในค่ายทหาร ไม่มีใครรู้ว่าเขาคือบุตรชายคนโตของตระกูลสวินผู้เป็นนักรบมาหลายชั่วอายุคน
สวินเย่ว์ ได้กลับจวนอย่างสง่าผ่าเผย ผิดกับทุกครั้งที่ เขามักลอบเข้าไปพบบิดามารดาโดยที่ไม่มีผู้อื่นรู้ การกลับเข้าจวนครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นการประกาศตัวตนที่แท้จริงของเขา
หญิงสาวประคองตะกร้าที่คล้องแขนไว้ด้วยความระมัดระวังมิให้ถูกผู้คนเบียด นางระวังของในตะกร้ามากกว่าตนเองเสียอีก ผู้คนมากมายโห่ร้องต้อนรับแม่ทัพหนุ่มบนหลังอาชาที่กำลังเคลื่อนผ่านพวกเขาไป ร่างเล็กถูกเบียดไปมาจนผ้าคลุมศีรษะเลื่อนหล่น นางแหงนหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าของบุรุษผู้นั้นที่สายตายังคงมองตรงไปด้านหน้าไม่เหลียวมองรอบข้างเลยสักนิด เสิ่นฉางซีเผลอยิ้มบางเบา มองจนเห็นแผ่นหลังของเขาผ่านไปลับตาแล้วจึงยกมือจับผ้าคลุมศีรษะให้มิดชิดอีกครั้ง แล้วค่อยๆ แทรกตัวออกจากฝูงชนเดินลัดเลาะในถนนเส้นรองมาจนมาถึงตรอกด้านหลังจวนสกุลสวิน บ่าวชายที่เฝ้าประตูด้านหลังเห็นหญิงสาวจึงเอ่ยทักด้วยความคุ้นเคย
“พี่ชาย รบกวนขอพบแม่ครัวหนวนเจ้าค่ะ”
“แม่นางฉางซี” คนเฝ้าประตูส่งยิ้มให้ “เจ้าเข้าไปได้เลย แม่ครัวได้แจ้งกับพวกเราไว้แล้ว”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ” นางยิ้มเล็กน้อยแล้วล้วงหยิบเอาห่อสมุนไพรส่งให้คนเฝ้าประตูคนละห่อ “นี่เป็นสมุนไพรบำรุงข้อและกระดูก พี่ชายยืนทั้งวันจะปวดเข่าได้ ต้มดื่มในตอนเช้าจะช่วยบำรุงเจ้าค่ะ”
“พวกข้าไม่เกรงใจละนะ ขอบใจแม่นางเสิ่นมาก”
หญิงสาวก้มศีรษะให้เล็กน้อยแล้วเดินไปตามเส้นทางที่คุ้นเคย สองปีมานี้ นางมาส่งสมุนไพรและของป่าหายากให้จวนสกุลสวินมาตลอด เดือนละหนึ่งถึงสองครั้ง แรกทีเดียวนางรู้จักแม่ครัวหนวนเพราะนางเอาสมุนไพรป่ามาขายที่ร้านขายยา บังเอิญได้พบแม่ครัวหนวนที่มาซื้อสมุนไพรนำไปทำอาหาร นางถูกคำว่า ‘สกุลสวิน’ ดึงดูด จึงเข้าไปพูดคุยและแนะนำเรื่องรายการอาหารเพื่อบำรุงสุขภาพ
สำหรับเสิ่นฉางซีแล้ว สิ่งที่นางทำอยู่เพื่อ ‘ตอบแทน’ ผู้มีพระคุณของนาง