ตอนที่ 780
บทที่ 781 ถึงกับเป็นผู้บำเพ็ญเซียน
October 21, 2026
หลินหยุนไม่ได้เชื่อคำพูดของโม่เฉินเลย
แม้แต่สำนักของผู้บำเพ็ญเซียน ก็ไม่มีใครทำตามกฎระเบียบของสำนักทั้งนั้น
กฎระเบียบของสำนักส่วนใหญ่แล้ว ก็เป็นเพียงแค่ไม้ประดับเท่านั้นเอง
ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นพวกสำนักบู๊บนโลกใบนี้อีกด้วย
กฎระเบียบสำนักของพวกเขา ยิ่งไม่น่าที่จะไปเอ่ยถึงเลย
“ทำตามกฎระเบียบของสำนัก กฎระเบียบของสำนักพวกคุณคืออะไร? คงไม่ใช่ให้คุณมาขวางเส้นทางนี้ของฉันใช่ไหม?” หลินหยุนถามกลับไปอย่างเยาะเย้ย
“กฎระเบียบของสำนักโม่เหมิน มีอยู่สี่ประโยคเท่านั้น” สีหน้าโม่เฉินค่อนข้างสุขุมเคร่งขรึม ท่องเสียงดังออกมาว่า
“มีจิตเมตตาต่อมนุษยชาติ”
“สร้างทางชีวิตใหม่ไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น”
“สืบทอดความรู้นักปราชญ์ในอดีต”
“สร้างความสันติสุขแก่ชาวประชา”
ในขณะที่โม่เฉินท่องสี่ประโยคนี้ น้ำเสียงมุ่งมั่นฮึกเหิม ราวกับคำสาบานที่ให้ไว้เป็นครั้งสุดท้ายของนักรบคนหนึ่ง ที่กำลังเผชิญกับความตายอย่างกล้าหาญ
แม้แต่ผู้บำเพ็ญเซียนที่มีจิตใจมั่นคงอย่างหลินหยุน ก็อดไม่ได้ที่เกิดอารมณ์ร่วมไปด้วย
จะเห็นได้ว่า ในใจของชายหนุ่มที่แปลกประหลาดคนนี้ คำพูดทั้งสี่ประโยคนี้ไม่ใช่เป็นแค่กฎระเบียบของสำนักเท่านั้น แต่เป็นความเชื่อมั่นศรัทธาของเขาตลอดชีวิตไปแล้ว
มีแต่จดจำสี่ประโยคนี้ไว้ในใจอย่างมั่นคง ลึกซึ้งเข้าไปในกระดูกดำ เวลาที่ท่องออกมานั้น จึงจะสามารถทำให้หลินหยุนเกิดความรู้สึกอารมณ์ร่วมขึ้นมาได้
สีหน้าหลินหยุนเปลี่ยนเป็นเข้มงวด “ตอนนี้ฉันรู้สึกแปลกใจเกี่ยวกับความเป็นมาของคุณแล้ว”
“คนที่สามารถพูดสี่ประโยคออกมาได้ ย่อมไม่ใช่เป็นคนธรรมดาอย่างแน่นอน”
“ขอบคุณที่กล่าวชม กฎระเบียบของสำนักโม่เหมิน เป็นกฎระเบียบที่ผู้ก่อตั้งสำนักปรมาจารย์เฉินเป็นคนกำหนดขึ้นมา” โม่เฉินพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ปรมาจารย์เฉินเหรอ?
หลินหยุนนึกถึงคำพูดของหงซานเหอที่เคยพูดกับเขาไว้ ตอนนั้นเขาไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่ว่าคนที่หงซานเหอเอ่ยปากพูดถึงนั้น ก็ได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษเช่นกัน
คนคนนั้นก็คือ ปรมาจารย์เฉินนั่นเอง
“ผู้ก่อตั้งสำนักโม่เหมินถึงกับเป็นปรมาจารย์เฉินคนนี้ ปรมาจารย์เฉินคนนี้เป็นใครกันแน่?” หลินหยุนอดไม่ได้ที่อยากรู้เรื่องเกี่ยวกับปรมาจารย์เฉินแล้ว
“แต่ว่า กฎระเบียบสำนักของคุณ ดูเหมือนไม่มีกฎข้อไหนที่ให้คุณมาขัดขวางเส้นทางของฉันไม่ใช่เหรอ?” ถึงแม้รู้สึกแปลกใจกับปรมาจารย์เฉิน แต่ก็ไม่สามารถขัดขวางหลินหยุนไปเมืองหลวงเพื่อทวงคืนความยุติธรรมจากตระกูลหวางได้เลย
โม่เฉินพูดว่า “ขัดขวางคุณ นั่นก็คือเพื่อความสันติสุขของประชาชนชาวจีนทั้งประเทศ”
หลินหยุนไม่เข้าใจ “คำพูดนี้หมายความว่ายังไง?”
โม่เฉินพูดว่า “ฉันรู้ว่าคุณไปคราวนี้ ก็เพื่อจะไปลงมือกับตระกูลหวาง แต่ว่า คุณเคยรู้บ้างไหมว่าคนที่อยู่เบื้องหลังของตระกูลหวางคือใคร?”
ตระกูลหวางมีคนหนุนหลังอยู่ ประเด็นนี้หลินหยุนก็เคยคาดเดามาก่อนแล้ว แต่ว่าเขาเดาไม่ออกว่าเบื้องหลังตระกูลหวางเป็นพลังอำนาจจากฝ่ายไหนกันแน่
“แล้วคุณรู้เหรอว่าคนที่อยู่เบื้องหลังตระกูลหวางเป็นใคร?”
โม่เฉินพูดว่า “ฉันรู้ แต่ฉันไม่สามารถบอกคุณได้ ถ้าอยากรู้ก็ต้องไปสืบเอาเอง”
“แต่ว่า ฉันจะบอกให้เธอรู้ไว้ว่า เมื่อไหร่ที่คุณแตะต้องตระกูลหวาง ก็จะทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นภายในประเทศจีนทันที”
“อีกทั้ง ด้วยพลังความสามารถของคุณตอนนี้ ไม่มีทางที่จะสามารถต่อกรกับพลังอำนาจที่อยู่เบื้องหลังตระกูลหวางได้เลย”
หลินหยุนเชิดหน้าเล็กน้อย ความรู้สึกเย่อหยิ่งเกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว “ยังไม่ทันได้ลองเลย คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันสู้อำนาจอิทธิพลเบื้องหลังของตระกูลหวางไม่ได้?”
โม่เฉินพูดว่า “ง่ายนิดเดียว ถ้าคุณสามารถผ่านด่านฉันตรงนี้ไปได้ละก็ อาจไม่แน่ยังสามารถสู้รบตบมือกับพลังอำนาจที่อยู่เบื้องหลังตระกูลหวางก็ได้”
“แต่ถ้าคุณไม่สามารถผ่านแม้แต่ด่านนี้ของฉันได้ละก็ ฉันขอเตือนคุณให้เลิกล้มความตั้งใจนี้เสียดีกว่า ไว้รอให้พลังความสามารถของคุณแข็งแกร่งเพียงพอก่อน แล้วค่อยไปหาตระกูลหวางก็ยังไม่สาย”
“ได้” หลินหยุนพูดอย่างเรียบๆ
“เชิญ!” โม่เฉินถอยหลังออกไปหลายก้าว ตั้งท่าเตรียมรับมือต่อสู้
“เชิญ!”
ทั้งสองฝ่ายกลับไม่ได้ลงมือทันที แต่ต่างฝ่ายต่างจ้องมองกันและกัน ดูราวกับว่ากำลังหาจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้ามอยู่
ทั้งสองคนต่างก็มีสีหน้าเรียบเฉย ดูราวกับว่ามีความเชื่อมั่นในพลังความสามารถของตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม
บริเวณเชิงเขาเงียบสงบมาก หลังจากที่มีข่าวลือว่ามีปีศาจปรากฏขึ้นทะเลสาบเย่หยาแห่งนี้แล้ว ที่นี่จึงไม่ค่อยมีผู้คนไปมาสักเท่าไร
ทั้งสองคนต่างจ้องมองซึ่งกันและกันอย่างเงียบๆ เป็นเช่นนี้ผ่านไปหลายนาที
ทันใดนั้น ก็มีลมภูเขาพัดผ่านมา
ชั่วพริบตาเดียว เงาร่างของทั้งสองคนก็หายวาบไป
ดูราวกับในเวลาเดียวกันนั้นเอง ทั้งสองคนต่างก็ลงมือพร้อมกัน
“ท่าสยบเขา!”
“ฝ่าบรรพต!”
กระบวนท่าของทั้งสองคน ถึงกับค่อนข้างเหมือนกันทีเดียว
โป้ง!
ล้วนแต่เป็นการปะทะของพลังแรงทั้งนั้น ไม่มีเล่ห์กลใดๆทั้งสิ้น