ตอนที่ 371
บทที่ 371 มาจริง ๆ
October 22, 2026
เหลียงยู่เป็นนินจามาจากประเทศซากุระ ซึ่งท่านแปดจ่ายเงินเป็นจำนวนมาก เพื่อจ้างเหลียงยู่มาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของเขา
ตอนนี้เงาสีเทาประสานกับเงาของท่านแปด มันคือเคล็ดลับของนินจาจากประเทศซากุระ ในช่วงเวลาวิกฤติเงาสีเทาสามารถช่วยให้ท่านแปดรอดพ้นจากการโจมตีได้ เท่ากับว่าท่านแปดมีชีวิตมากขึ้นอีกหนึ่งชีวิต
แต่ว่าการใช้เคล็ดลับวิชานี้ จะทำให้เสียพลังงานมหาศาล จึงทำให้ใบหน้าของเธอซีดลง
เหลียงยู่เดินไปขึ้นรถออฟโรดตรงหัวมุมของคฤหาสน์ จากนั้นเธอก็พักผ่อนสักครู่ แล้วขับรถตามขบวนรถของท่านแปดไป
ท่านแปดหลับตาพักผ่อนอยู่ในรถ ครุ่นคิดเกี่ยวกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น
ตามแผนที่ลูกน้องวางไว้ รอให้ยึดครองจุดยุทธศาสตร์ในโรงงานร้างได้ก่อน หลังจากได้ภูมิประเทศที่เอื้ออำนวยแล้ว ค่อยคุ้มครองท่านแปดเข้าไปในโรงงานร้าง
……
ณ.โรงงานร้าง
ฉิงจี้เย่เหลือบมองเวลา ขณะนี้เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง
“คุณคงไม่ปล่อยให้พวกเรารออยู่ที่นี่เป็นวันมั้ง หนึ่งชั่วโมงกำลังจะผ่านไปแล้ว แต่ทางฝั่งท่านแปดก็ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ”
เย่จงเทียนหัวเราะเยาะเย้ยและกล่าวว่า “ไอ้ปัญญาอ่อนมันกำลังฝันอยู่แน่นอน ถึงแม้จะรอจนถึงเที่ยงคืน ท่านแปดก็ไม่มาที่นี่ คุณรอพ่ายแพ้เถอะ”
หลี่โม่ยิ้มจางๆ และกล่าวอย่างเกียจคร้านว่า “จะรีบทำไม บางทีเขาอาจจะกำลังเตรียมตัวออกเดินทางก็ได้ มีความอดทนหน่อยสิ”
“แม่งฉิบหาย เวลาของฉันมีค่ามาก ฉันไม่มีเวลามาพูดเรื่องไร้สาระกับคุณที่นี่ ฉันจะให้เวลาคุณอีกครึ่งชั่วโมง หากไม่มีข่าวจากท่านแปด หลังจากครึ่งชั่วโมง คุณก็มอบเครื่องควบคุมระเบิดออกมาสักดี ๆ”
ฉิงจี้เย่กล่าวด้วยใบหน้าที่เย็นชา
การเสียเวลาอยู่ที่นี่ ทำให้ทุกคนรู้สึกหงุดหงิด ถ้าไม่ใช่เพราะเครื่องควบคุมระเบิดอยู่ในมือของหลี่โม่ ผู้คนที่อยู่ที่นี่คงจะกระจัดกระจายไปกันหมดแล้ว
หลี่โม่ยิ้มและเขย่าเครื่องควบคุมระเบิดในมือ แล้วยังทำท่าทุบเครื่องควบคุมระเบิด
เปลือกตาของเย่จงเทียน เว่ยหย่งและคนอื่น ๆกระตุกอย่างแรง พวกเขากลั้นหายใจครู่หนึ่ง กังวลว่าหลี่โม่จะทุบมันด้วยความวู่วาม
หลี่โม่มองท่าทางของเย่จงเทียนและคนอื่น ๆ และกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ดูเหมือนว่าพวกคุณจะกลัวความตาย ถ้าพวกคุณกลัวความตายก็รออย่างว่านอนสอนง่ายดีกว่า เพราะยังไงท่านแปดจะต้องมาแน่นอน”
“มาเหี้ยอะไร ถ้าคุณมีความสามารถจริง ท่านแปดมาถึงที่นี่นานแล้ว ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ โอกาสที่ท่านแปดจะมาก็น้อยลงเท่านั้น”
“สมองของไอ้หมอนี้มันเลอะเลือนไปแล้ว ฉันไม่สามารถพูดกับมันตามตรรกะปกติได้ ยังไม่เคยเห็นคนปัญญาอ่อนเช่นนี้มาก่อน”
“มันรู้สึกอับอายจริง ๆ ที่พลาดด้วยน้ำมือของไอ้คนไร้ประโยชน์ แต่ก็ยังโชคดีที่ไอ้คนไร้ประโยชน์คนนี้มันไม่มีสมอง อีกสักครู่หลังจากชนะการเดิมพัน ค่อยจัดการไอ้คนไร้ประโยชน์ปัญญาอ่อนคนนี้”
นักฆ่าและทหารรับจ้างต่างก็รวมตัวกัน เพราะพวกเขาต่างก็มีศัตรูคนเดียวกัน ดังนั้นพวกเขาจึงละทิ้งความรู้สึกก่อนหน้านั้น
เว่ยหย่งนั่งสูบบุหรี่กับเย่จงเทียน พลางจ้องมองไปที่หลี่โม่
ตึ๊ด ๆ ๆ!
โทรศัพท์มือถือของหลี่โม่สั่น เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดรับสาย เฉียนฝูกล่าวด้วยความกังวลว่า “นายน้อย เหล่าปาได้พาคนออกมาแล้ว เขาพาคนทั้งหมดมาด้วยพร้อมกับอาวุธหนัก”
“รู้แล้ว เขามาก็ดีแล้ว”
“นายน้อย ผมได้จัดผู้คุมกันและลูกน้องเตรียมพร้อมแล้ว พวกเขาจะซุ่มอยู่รอบ ๆโรงงานร้าง เมื่อได้ยินเสียงปืน พวกเขาจะรีบเข้าไปคุ้มครองคุณอย่างเร็วที่สุด”
หลี่โม่อยากจะห้ามปรามเฉียนฝู แต่เมื่อนึกถึงความตั้งใจของเฉียนฝู เขาจึงยิ้มและกล่าวว่า “โอเค ทำตามที่คุณบอกเถอะ”
หลี่โม่วางโทรศัพท์ลง มองไปที่ฉิงจี้เย่แล้วกล่าวว่า “คุณแพ้แล้ว มากินระเบิดเถอะ”
“ทำไมผมถึงแพ้ล่ะ แม่งฉิบหายผมแพ้ตอนไหน ท่านแปดล่ะ? ท่านแปดยังไม่มาเข้าใจไหม คุณเกิดเป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีกล่ะ!”
ฉิงจี้เย่กล่าวอย่างหงุดหงิด
“ท่านแปดยังมาไม่ถึง จะถือว่าคุณชนะได้อย่างไร ฉันล่ะยอมคนที่สมองผิดปกติอย่างคุณจริง ๆ”