ตอนที่ 501
บทที่ 501 การเตรียมตัวจากสายลมตะวันออก
October 22, 2026
เช้าตรู่ สายการบินต่างชาติได้เทียบท่าอากาศยานเมืองฮ่าน
โอวหยางจื้อเดินออกจากสนามบินด้วยการโบกสะพัดธงของลูกศิษย์ลูกหา คางหย่งเฉียนที่มารับเครื่องถือป้ายยืนแกว่งไปแกว่งมา แล้วเดินนำลิ่วไปหาโอวหยางจื้อ
“ปรมาจารย์โอหยาง ในที่สุดท่านก็มา สองสามวันนี้ศิษย์พี่เกิ่งบ่นหาท่านตลอด”
คางหย่งเฉียนพูดด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม
โอวหยางจื้อสีหน้าไม่ดีเลย การเปลี่ยนไฟลท์ทำให้เขารู้สึกอ่อนล้า
“ไปโรงพยาบาลดูเขากันก่อนเถอะ อาการป่วยเป็นอย่างไรบ้าง”
“ศิษย์พี่เกิ่งผ่าตัดเรียบร้อยแล้วครับ พอฟื้นตัวก็สามารถนั่งเก้าอี้รถเข็นได้แล้วครับ คุณหมอที่โรงพยาบาลทางนี้แนะนำว่าให้ผ่าตัดเปลี่ยนข้อต่อหลังจากนี้ครับ พอเปลี่ยนข้อต่อแล้ว ศิษย์พี่เกิ่งก็จะเคลื่อนไหวได้ไม่มีปัญหาแล้วครับ แต่จะทำกิจกรรมผาดโผนไม่ได้”
คางหย่งเฉียนอธิบายอาการป่วยของศิษย์พี่เกิ่ง พอโอวหยางจื้อได้ฟังก็มีสีหน้าลำบากใจ
“ตกลงเกิดเรื่องอะไรกันแน่”
โอวหยางจื้อถามด้วยสีหน้านิ่งขรึม
“เป็นเพราะผมแท้ๆ ผมหาคฤหาสน์ฮวงจุ้ยชั้นเลิศไว้ให้อาจารย์ แต่จู่ๆหลานชายผมก็พาคนไป จะเอาคฤหาสน์หลังนั้นให้ได้ พวกเราก็เลยเกิดเรื่องขัดแย้งกัน ศิษย์พี่เกิ่งระเบิดอารมณ์ ก็เลยลงไม้ลงมือ ปรากฏว่าโดนฝ่ายตรงข้ามซัดมาหมัดเดียว จอดสนิท”
“แค่หมัดเดียวเหรอ”
โอวหยางจื้อพูดอย่างประหลาดใจ
ศิษย์พี่เกิ่งเป็นลูกศิษย์ที่ติดตามโอวหยางจื้อมาเป็นสิบปี ศิษย์พี่เกิ่งมีความสามารถเท่าไหร่ โอวหยางจื้อรู้ชัด
โอวหยางจื้อดูท่า ความสามารถศิษย์พี่เกิ่ง แม้ว่าจะไม่ใช่อันดับหนึ่งของโลก ก็ถือว่าอยู่ในอันดับต้นๆนั่นแหละ เป็นไปไม่ได้ที่จะโดนไปแค่หมัดเดียวแล้วขาหัก
“ไอ้นั่นมันชื่อหลี่โม่ มันใช้แค่หมัดเดียวจริงๆครับ ทุกคนเห็นเหตุการณ์หมด”
โอวหยางจื้อขมวดคิ้ว รู้สึกคันไม้คันมือ
คางหย่งเฉียนเห็นโอวหยางจื้อจมดิ่งลงในความคิด จึงแอบนำทางอยู่ด้านหน้าเงียบๆ ไม่กล้าถามอะไรมาก
คนกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาล โอวหยางจื้อเพิ่งจะเข้าห้องผู้ป่วย ก็ได้ยินเสียงคร่ำครวญของศิษย์พี่เกิ่ง“อาจารย์ครับ!อาจารย์ต้องแก้แค้นให้ผมนะครับ!”
“ต้องแก้แค้นให้แกแน่นอนอยู่แล้ว แกว่ามาว่าตกลงเกิดอะไรขึ้น ฝ่ายตรงข้ามมันหักขาแกยังไง”
โอวหยางจื้อสงสัยเต็มประดา คิดยังไงก็คิดไม่ตกว่าลูกศิษย์ตัวเองจะล้มลงด้วยหมัดๆเดียว
ศิษย์พี่เกิ่งหลับตา พยายามนึกถึงเหตุการณ์วันนั้น
“ผมว่ามันดูชิวมากเลย แค่ปล่อยหมัดออกมาเฉยๆ ขาผมก็หักละ จริงสิ ท่าทีมันดูเอื่อยมาก แต่ความเป็นจริงแล้วเร็วมาก เร็วจนผมรู้สึกเหมือนฝันไป”
“อ่อ”โอวหยางจื้อขานรับเสียงเบา จากนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
บรรยากาศห้องผู้ป่วยแปลกขึ้นเรื่อยๆ ลูกศิษย์ลูกหามองโอวหยางจื้อโดยไม่เอื้อนเอ่ยอะไร ไม่รู้ว่าโอวหยางจื้อเป็นอะไรกันแน่ เป็นนานกว่าจะเอ่ยขึ้น“ใครติดต่อฝ่ายตรงข้ามได้”
“หลาน หลานผมอยู่กับไอ้บ้าหลี่โม่”
คางหย่งเฉียนพูดด้วยใจที่เต้นตุ้มๆต่อมๆ
“งั้นวานแกติดต่อที ให้พวกเขามาที่โรงพยาบาลหน่อย ทุกคนมาคุยกันต่อหน้า”
โอวหยางจื้อพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“ได้ ได้ครับ”
คางหย่งเฉียนเดินสองก้าวออกจากห้องผู้ป่วย ควักมือถือออกมาต่อสายคางเหวินซิง
“เหวินซิง อยู่ที่ไหน อยู่กับหลี่โม่หรือเปล่า”
“มีสิ ผมเพิ่งส่งอาจารย์ไปที่บริษัท มีไร จะมาคิดบัญชีกับอาจารย์ผมเหรอ”