ตอนที่ 600
บทที่ 600 คาดการณ์ไม่ถึง
October 22, 2026
ไม่นานชุยเซิ่งจุนก็เดินไปถึงเวทีการประมูลแล้ว จับมือกับเซียวเลี่ยอย่างเรียบง่ายตามมารยาท แล้วก็เดินไปดูที่ด้านหน้ารูปวาด
ที่น่าสนใจคือ พนักงานยื่นแว่นขยายแท่งหนึ่งให้กับเขา ชุยเซิ่งจุนกลับปฏิเสธ……
บนแท่นแข่งขัน ชุยเซิ่งจุนกำลังตรวจสอบดูรูปวาดหมึกดำ “ม้าวิ่ง” อย่างละเอียด
โดยปกติแล้วที่จะแยกแยะความแท้หรือปลอมของรูปวาด ต่างก็ต้องใช้แว่นขยายดูสัมผัสของผ้าวาดภาพและลวดลายเส้นของจิตรกรอย่างละเอียด ถึงจะสามารถสรุปออกมาได้ดียิ่งขึ้น
แต่นายน้อยแห่งโรงรับจำนำจู้ติ่งคนนี้ กลับไม่รับแว่นขยายที่พนักงานเตรียมไว้ให้ก่อนขึ้นเวที แต่กลับตรงขึ้นไปบนเวทีโดยใช้ตาเปล่าตรวจสอบดู
รายละเอียดพวกนี้ก็ทำให้ผู้คนที่อยู่ด้านล่างเวทีต่างก็ซุบซิบกัน มีคนไม่น้อยที่คิดว่าหนุ่มคนนี้อวดเก่ง และแกล้งทำเป็นเข้าใจ
หลี่โม่เองก็ไม่เข้าใจวิธีการนี้ของชุยเซิ่งจุนมากเท่าไหร่นัก นั่งรอผลสรุปด้วยสีหน้าสงสัย
ผ่านไปสักพัก เหมือนว่าชุยเซิ่งจุนจะมีผลสรุปแล้ว
เห็นเพียงแค่ว่าเขาล้วงเอาเครื่องเสนอราคาออกมาจากกระเป๋าแล้วกดแป้นพิมพ์ หน้าจอบนเวทีปรากฏตัวเลข “200000” ขึ้นมาในทันที
เมื่อเห็นที่ชุยเซิ่งจุนเสนอราคา ด้านล่างเวทีก็ส่งเสียงวุ่นวายดัง “ซ่า” ในทันที เสียงผู้คนหารือกันยิ่งอยู่ยิ่งดังมากขึ้น
แต่ชุยเซิ่งจุนกลับดูท่าทางนิ่งเฉยมาก ไม่ได้พูดอะไร เดินลงจากเวทีด้วยสีหน้านิ่งเฉย แล้วกลับมานั่งที่นั่งของตัวเอง
สองแสน? นั่นมันราคาเดียวกับที่เซียวเลี่ยซื้อรูปนี้มาไม่ใช่หรอ?
เดิมทีหลี่โม่คิดว่าชุยเซิ่งจุนจะให้คำตอบที่พิเศษอะไรสักอย่าง ไม่คิดเลยว่าเขาจะทำแบบนี้ ในเวลานี้หลี่โม่ยิ่งงงหนักมากกว่าเดิมแล้ว
“ไอ้หนุ่มคนนี้เข้าใจคำว่าการประมูลมั้ยเนี่ย!”
“มีการเสนอราคาแบบนี้ที่ไหนกัน เมื่อกี้เซียวเลี่ยเพิ่งพูดว่าซื้อภาพนี้มาสองแสนไม่ใช่หรอ คนๆนี้เป็นคนของเซียวเลี่ยรึเปล่าเนี่ย!”
“ไอ้หนุ่มอย่ามาแกล้งทำเป็นรู้ดีสิ…..”
เสียงที่มีการคัดค้านต่อการเสนอราคาของชุยเซิ่งจุนนั้นมีอยู่มาก……
หลี่โม่มองดูชุยเซิ่งจุน เห็นเพียงใบหน้าเขายิ้มแย้ม และมองดูภาพวาดบนเวทีด้วยสีหน้าปกติ เหมือนกับว่ามั่นใจในผลสรุปของตัวเองเป็นอย่างมาก ดูแล้วไม่มีความรู้สึกสำนึกผิดอะไรเลยสักนิด
จะพิสูจน์ว่าราคาที่เขาเสนอนั้นจะจริงหรือปลอม มีเพียงแค่วิธีเดียว นั่นก็คือตัวเขาเองก็ไปทำการวิเคราะห์รูปภาพนั้น
เผชิญหน้ากับผู้คนด้านล่างเวทีที่เสียงดังวุ่นวายมากขึ้น เซียวเลี่ยยกไมค์ขึ้นโบกมือพูดว่า
“ทุกท่านกรุณาเงียบครับ ทุกท่านกรุณาเงียบครับ ขอขอบคุณการสนับสนุนของนายน้อยแห่งโรงรับจำนำจู้ติ่งเป็นอย่างมาก เสนอราคาขายออกมาถึงสองแสนในทีเดียว ให้เกียรติกับกระผมเซียวโม่วเป็นอย่างมากเลยครับ แต่ว่าต่อจากนี้ผมหวังว่าหลังจากที่ทุกท่านดูสินค้าประมูลเสร็จแล้วอย่าเพิ่งเสนอราคา รอให้ทุกคนดูเสร็จแล้ว พวกเราถึงจะเข้าสู่การประมูลกัน เพื่อความเป็นระเบียบของสถานที่ ขอรบกวนทุกท่านให้ความร่วมมือด้วยครับ!”
เมื่อมีการเริ่มนำของชุยเซิ่งจุนแล้ว ผู้คนต่างก็แย่งกันขึ้นไปดูรูปวาดหมึกดำนี้ให้ชัดเจน ไม่นานด้านล่างเวทีก็ต่อคิวยาวแล้ว
หลี่โม่ที่ถูกทำให้อยากรู้อยากเห็นก็ไม่ทิ้งท้ายอยู่แล้ว จึงได้ลุกขึ้นเข้าร่วมคิวด้วย
หลี่โม่ที่ยืนอยู่ในแถวก็ไม่ได้ว่าง แต่ได้ทำการสำรวจดูสีหน้าของผู้คนที่ได้ดูรูปวาดแล้ว เขาพบว่าบุคคลที่ดูแล้วต่างก็ทำหน้าพอใจ ดูแล้วภาพวาดนี้ก็พอมีมูลค่าอยู่บ้าง
รอคอยอยู่นานในที่สุดก็ถึงคิวหลี่โม่ขึ้นเวทีแล้ว
หลี่โม่รับเอาแว่นขยายจากมือของพนักงาน แล้วก้าวเท้าเดินไปตรงหน้ารูปวาดหมึกดำ
วิธีที่ไม่เหมือนกับผู้อื่นก็คือ หลี่โม่ไม่ได้ใช้แว่นขยายสำรวจดูในทันที แต่กลับทำอย่างชุยเซิ่งจุน นั่นก็คือยืนอยู่กับที่ดูรูปวาดแบบนี้
หลี่โม่มองดูรูปวาดรงหน้าอย่างใส่ใจ จำท่าทางของม้าในรูปวาดไว้ในใจอย่างละเอียด จากนั้นก็หลับตาลง