ตอนที่ 667
บทที่ 667 โคตรขี้โม้เลย
October 31, 2026
ศิลปินที่ไร้ชื่อเสียงหลายคนอยากมีชื่อเสียงโดยเร็ว พวกเขาได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายเซลฟี่ ทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดในตอนแรก เปลี่ยนเป็นชื่นมื่นขึ้นมาในทันที เหมือนกับกลายเป็นงานถ่ายภาพของเหล่าไอดอล
หลี่โม่มองศิลปินที่ไม่รู้จักพวกนั้นด้วยสายตากลืนไม่เข้าคายไม่ออก แล้วเกาหัวแกรกๆพลางพูดขึ้นมาว่า“พวกคุณเห็นแล้วใช่ไหม คนพวกนี้ไม่มีขีดจำกัด เพื่อจะโด่งดังถึงได้สร้างภาพให้ตัวเองแบบนี้ ไม่ต่างอะไรจากเน็ตไอดอลพวกนั้นเลย”
“พวกเขาเป็นเน็ตไอดอลนั่นแหละ ยังจะมาพูดว่าเป็นศิลปะอะไรอีก ทำลายศิลปะชัดๆ”
กู้หยุนหลันพูดอย่างไม่ลังเล
เฉินเสี่ยวถงขมวดคิ้ว มองดูศิลปินที่ไม่รู้จักพวกนั้นพลางพูดขึ้นมาว่า“นอกจากจะทำลายศิลปะแล้ว พวกเขายังทำความเสียหายให้กับศิลปะ ขืนพวกเขายังทำอย่างนี้ต่อไป ศิลปะดั้งเดิมก็จะเสื่อมโทรมมากขึ้นเรื่อยๆ เลวจริงๆเลย”
“ช่างเถอะ อย่าไปพูดอะไรกับพวกเขาเลยเราไปดูว่ามีตราประทับหยกอะไรดีๆไหมดีกว่า ไม่แน่ผมอาจจะสามารถเป็นศิลปินอะไรสักอย่างก็ได้ ต้องมีตราประทับหลายๆเพื่อรักษาภาพพจน์ ฮ่าๆๆ”
หลังจากที่นึกถึงเรื่องทำผลงานการเขียนต่างๆ แล้วใช้ตราประทับดีๆผนึกไปที่ผลงาน หลี่โม่ก็รู้สึกตั้งหน้าตั้งตารอคอยเล็กน้อย
“ถึงว่าทำไมเฉียนหลงถึงชอบสลักบทกลอนของเขา ลงในตราประทับ เรื่องแบบนี้เพียงแค่คิดๆดู ก็รู้สึกจรรโลงใจแล้ว”หลี่โม่พูดพึมพำ
ผลงานการเขียนตัวหนังสือด้วยพู่กันและภาพวาดในอดีต จะถูกประทับตราด้วยนักสะสมที่มีชื่อเสียง และบางส่วนก็เขียนจารึก เพื่อเน้นรูปแบบที่น่าสนใจของนักสะสม ให้คนรุ่นหลังได้รู้ว่าสิ่งนี้ตัวเองเคยสะสมมา
สำหรับฮ่องเต้เฉียนหลง เขาชอบที่จะประทับตราชื่อของตัวเองลงบนผลงาน จนถึงขั้นบ้าคลั่ง ตราบใดก็ตามที่เป็นภาพวาดที่อยู่ในวังหลวง มันก็จะถูกประทับด้วยตราประทับของเขาเอง และบางส่วนก็ถูกประทับตราด้วยตราประทับที่ไม่รู้จัก
เมื่อเห็นหลี่โม่พาสาวสวยทั้งสองคนไปเที่ยวรอบๆ ศิลปินเขียนพู่กันจีนชราวัยกลางคนลายมือไก่เขี่ยทั้งสามคนยังคงไม่ลดละ
ละครเรื่องนี้พึ่งเริ่มต้นขึ้น เพื่อนร่วมอาชีพจำนวนมากเริ่มใช้สื่อต่างๆในการอุ่นเครื่อง เมื่อเห็นว่าเหตุการณ์สร้างภาพกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว จะปล่อยให้นักแสดงหรือตัวละครที่แสดงบทร้ายหนีไปได้อย่างไร
“ไอ้หนุ่ม จะไปไหนน่ะ!”
ฉีเต๋อหลงตะโกนเสียงดัง กางมือทั้งสองข้างขวางอยู่ตรงหน้าของหลี่โม่
หลี่โม่ขมวดคิ้วเป็นปม แล้วพูดอย่างไม่พอใจ“ผมจะเดินไปด้านใน คุณขวางผมทำไม?มีคำโบราณว่าไว้ หมาที่ดีจะไม่ขวางทาง”
“นาย!นายว่าฉันเป็นหมาอีกแล้วนะ เรื่องวันนี้ฉันไม่จบกับนายแน่ เราต้องได้คำชี้แจง!”
“เพื่อสืบทอดศิลปะ เรายินดีที่จะอุทิศช่วงเวลาหนุ่มสาวของตัวเอง วันนี้เพื่อเอาการปฏิบัติงานให้ถูกต้องกับฐานะและชื่อเสียงของศิลปะ เรายอมที่จะอุทิศชีวิตของตัวเอง อ้าก!ให้เราได้แสดงเสน่ห์ของศิลปะเถอะ”
ราวกับกำลังท่องบทกวี ฟางจือหยูศิลปินเขียนพู่กันจีนชราวัยกลางคนอีกคนหนึ่งที่อยู่ด้านหลังของฉีเต๋อหลง ถ่ายเซลฟี่ไปด้วยพลางเข้ามาขวางอยู่ตรงหน้าของหลี่โม่ไปด้วย
“ผมชื่อหางจือหยู ประธานสมาคมพัฒนาศิลปะการเขียนพู่กันจีนในจักรวาล ศิลปะการเขียนพู่กันจีนของผมเคยขึ้นจรวดไปถึงดวงจันทร์ เคยไปดาวอังคาร ได้แสดงศิลปะของเราต่ออารยธรรมต่างดาว ในกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลมีข้อความที่ฉันเขียน ซึ่งเป็นคำเชื้อเชิญสู่อารยธรรมแห่งจักรวาลอันกว้างใหญ่……”
ฟางจือหยูพูดแนะนำตัวเองอย่างน้ำไหลไฟดับ หลี่โม่ทั้งสามฟังจนอ้าปากตาค้าง