ตอนที่ 666
บทที่ 666 ทำทุกวิถีทาง เพื่อความโด่งดัง
October 31, 2026
ดังนั้นศิลปินเขียนพู่กันจีนกับจิตรกรจึงต่างใช้ตราประทับหลายร้อยหยวน มีชื่อเสียงเล็กน้อยก็ใช้ตราประทับหลักพันหยวน ศิลปินที่มีชื่อเสียงสามารถไปถึงตลาดได้ ในมืออย่างน้อยต้องมีตราประทับหยกเพื่อใช้รักษาภาพพจน์
ถ้าสามารถไปถึงระดับปรมาจารย์ได้ ก็ต้องให้ความสำคัญตราประทับตรา
อย่างน้อยก็ต้องใช้หนึ่งในหินสี่ชนิดที่มีชื่อเสียง ตราประทับที่ทำจากหินสีเหลืองทองสมัยนี้หาได้ยากมาก อย่างน้อยก็ต้องมีตราประทับหินเลือดไก่เนื้อแก้ว และต้องมีหินเนื้อแก้วจำพวกหินเฟิงเหมินเนื้อแก้ว หินลิ้นจี่เนื้อแก้วบ้างถึงจะดี
ถ้าหากเป็นศิลปินเขียนพู่กันจีนและจิตรกรที่มีบุคลิกชอบเป็นจุดเด่น ชื่อชอบของใหม่ๆ ตราประทับหินหย่าอานเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมีอย่างหนึ่ง
ต้นกำเนิดของหินหย่าอานลึกลับมาก ผู้คนต่างมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไปในเรื่องที่ว่าเหมืองอยู่ที่ไหน มีบางคนบอกว่าอยู่ในเหมืองที่เกี่ยวกับโลหะบางแห่ง แต่ไม่ได้รับการยืนยัน
โดยสรุปเพราะสีของหินหย่าอานบริสุทธิ์หมดจด พื้นผิวละเอียดและโปร่งใส เนื่องจากมันถูกค้นพบเพื่อใช้เป็นตราประทับ ราคาจึงเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ราคาตราประทับหินหย่าอานชั้นดีจึงสูงถึงหกหลัก
ในบรรดาศิลปินที่เลือกซื้อตราประทับหยก หลี่โม่ได้เห็นศิลปินเขียนพู่กันจีนชราวัยกลางคนลายมือไก่เขี่ยทั้งสามคน ที่เจอกันที่ทางเข้าศูนย์นิทรรศการและการประชุม
ศิลปินเขียนพู่กันจีนชราวัยกลางคนทั้งสามเองก็มองเห็นหลี่โม่เช่นกัน พวกเขามองดูหลี่โม่และสาวสวยที่ขนาบข้างทั้งสองคน ศิลปินเขียนพู่กันจีนชราวัยกลางคนลายมือไก่เขี่ยทั้งสามต่างพากันตกตะลึงเล็กน้อย
หลังจากที่ตกตะลึงแล้ว ศิลปินชราวัยกลางคนก็รู้สึกว่าออกมาครั้งนี้ไม่ได้ควงสาวสวยออกมาด้วย ช่างเป็นความผิดพลาดจริงๆ
“ดูไอ้หมอนี่สิ คนเดียวควงตั้งสอง ไร้ยางอายจริงๆ”
“ตอนนี้โลกเราแย่ลงไปเรื่อยๆจิตใจคนไม่เหมือนอดีต และเรื่องยางอายก็ถูกลืมไปหมดแล้ว มีแค่เราที่ยังรักษาจริยธรรมที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษของเรา”
“อืม เมื่อพูดถึงเรื่องเกียรติศักดิ์ ถือว่าพวกเรายังสืบทอดกันอยู่ รอพวกเราตายไปแล้ว กลัวว่าไอ้คนรุ่นหลังพวกนี้จะถูกพวกเขาทำลายทั้งหมด”
ศิลปินเขียนพู่กันจีนชราวัยกลางคนลายมือไก่เขี่ยมองไปที่หลี่โม่ด้วยสายตาไม่เป็นมิตร ปากของพวกเขาตีวัวกระทบคราด
ในตอนที่ศิลปินเขียนพู่กันจีนชราวัยกลางคนลายมือไก่เขี่ยทั้งสามพูดเสียงดัง เพื่อนร่วมสายอาชีพของพวกเขาที่อยู่ข้างๆ มองตามสายตาของทั้งสามไปยังหลี่โม่
เฉินเสี่ยวถงที่ได้ฟังแล้วรู้สึกหดหู่เล็กน้อย กำลังจะอ้าปากตอกกลับศิลปินเขียนพู่กันจีนชราวัยกลางคนทั้งสาม แต่กลับถูกหลี่โม่ขวางไว้
“สุนัขเห่าคน คนต้องด่ากลับด้วยเหรอ?ทำไมต้องไปถือสากับสุนัขด้วยล่ะ”
หลี่โม่พูดอย่างเรียบเฉย
สีหน้าของศิลปินเขียนพู่กันจีนชราวัยกลางคนลายมือไก่เขี่ยทั้งสามเปลี่ยนไป พวกเขามองไปที่หลี่โม่ด้วยความโกรธ
“นายว่าใครเป็นหมาห้ะ?คนหนุ่มสาวสมัยนี้หยิ่งยโสขนาดนี้เชียวเหรอ!”
“มันมากกว่าความหยิ่งยโส นี่มันคือการโจมตีส่วนบุคคล เป็นการไม่เคารพพวกเรา เป็นสิ่งที่ไม่เคารพศิลปิน ยิ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคารพศิลปะ!”
“ทุกคนดูสิ คนหนุ่มสาวสมัยนี้ทำไมพูดอย่างนี้ พูดกับพวกเราแบบนี้ได้ยังไง บอกว่าพวกเราเป็นหมา ยังมีคุณธรรมอยู่ไหม”
ศิลปินเขียนพู่กันจีนชราวัยกลางต่างพากันตำหนิหลี่โม่ ศิลปินโดยรอบที่ไร้ชื่อเสียง ต่างร่วมแรงร่วมใจกันเกลียดเขา กระทั่งยังมีคนทำเพื่อเพิ่มชื่อเสียง บางคนถึงกับเปิดวิดีโอถ่ายทอดสด โดยไลฟ์สด ณ ที่เกิดเหตุเลย