ตอนที่ 691
บทที่ 691 ฉันก็เป็นคนมีเมตตาคนหนึ่งเหมือนกัน
October 31, 2026
“ที่แกพูดมันหมายความว่ายังไง? เกิดเป็นคนอย่าโหดร้ายให้มันมากนัก หัดรู้จักเหลือทางถอยไว้บ้างนะโว้ย ถ้าแกคิดจะกำจัดกันทิ้งให้สิ้นซากจริง ๆ ล่ะก็ ฉันก็จะไม่ใช่ว่าจะไม่มีไพ่ตายหรอกนะ!”
มังกรดำเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก หรี่ตามองไปทางหลี่โม่ ค่อย ๆ เดินถอยหลังไปสองก้าว จนกลับไปอยู่ข้าง ๆ เจินจาหนาน
เจินจาหนานยื่นมือออกไปคว้าเสื้อของมังกรดำ แล้วพูดอย่างวิตกจริตสุดขีด “มังกรดำ รีบขึ้นไปซัดมันเร็ว ๆ สิวะ ฆ่ามันซะ! จะปล่อยให้มันมีชีวิตอยู่ไม่ได้นะโว้ย! ถ้าวันนี้ฆ่ามันไม่ได้ วันหลังจะต้องถูกมันไล่ตามฆ่าแน่!”
“ขอโทษด้วยคุณชายเจิน!” ประกายโหดเหี้ยมปรากฏวาบขึ้นในดวงตาของมังกรดำ มือซ้ายคว้าเข้าที่แขนของเจินจาหนาน ออกแรงกระแทกเจินจาหนานออกไปเหมือนซัดอาวุธลับไปทาง หลี่โม่ จากนั้นก็หันหลังแล้วชักเท้าวิ่งหนีไปทันที
มังกรดำคิดจะใช้เจินจาหนานเป็นตัวช่วยประวิงเวลา เพื่อที่ตัวเองจะได้หนีไปได้
เจินจาหนานผู้ซึ่งถูกกระแทกจนลอยละลิ่วออกไป ในใจมีแต่คำด่าพ่อล่อแม่วิ่งพล่านอยู่ในหัวนับไม่ถ้วนที่อยากจะส่งออกไปให้มังกรดำ
“มังกรดำ! f*ck...โคตรพ่อโคตรแม่มึงเอ๊ย! ไอ้หมาเนรคุณเลี้ยงไม่เชื่อง! นี่มึงกำลังขุดหลุมดักกูชัด ๆ ! "เจินจาหนานแหกปากร้องตะโกนดังลั่น
“ถ้าคิดจะหนีก็พูดมาตรงๆ สิ ฉันก็ไม่ได้จะห้ามไม่ให้แกไปซะหน่อย ในเมื่อเล่นไปแบบไม่บอกไม่กล่าวอย่างนี้ เห็นทีฉันคงต้องให้ของขวัญแกซักหน่อยแล้ว”
หลี่โม่พูดพึมพำเบา ๆ ประโยคหนึ่ง แล้วเตะก้อนหินที่อยู่ข้างเท้าของเขาขึ้นไป หินก้อนนั้นพุ่งทะยานออกไปเหมือนกระสุนปืนที่ถูกยิงออกจากรังปืน พุ่งตรงดิ่งไปทางมังกรดำ
มังกรดำที่ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่ง ไม่ได้สังเกตเห็นก้อนหินที่ไม่เด่นสะดุดตา ซึ่งกำลังลอยเข้ามาจากทางด้านหลังเลยซักนิด
ชั่วขณะนั้นเอง เจินจาหนานก็ลอยละลิ่วไปถึงตรงหน้าของหลี่โม่พอดี หลี่โม่ยกขาขึ้นจนสูง จากนั้นก็ตวัดฝ่าเท้าลงพื้นทันที พื้นรองเท้าเหยียบเข้าที่แก้มของเจินจาหนานเต็มเปา ตวัดเอาเจินจาหนานลงไปเหยียบอัดลงกับพื้นเต็ม ๆ
เจินจาหนานที่ร่วงลงบนพื้นหนัก ๆ รู้สึกว่ากระดูกทั้งตัวแทบจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ตอนที่ร่วงลงไป ทั้งเนื้อทั้งตัวเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแสบร้อนจนแทบจะลุกเป็นไฟ
เมื่อรู้สึกว่าพื้นรองเท้าของหลี่โม่เหยียบลงบนแก้มของตนเองอีกครั้ง ความอับอายขายหน้าของเจินจาหนานก็ระเบิดขึ้นในทันใด
“หลี่โม่! แกรีบปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะโว้ย! ตระกูลเจินของพวกเราไม่ใช่พวกที่จะให้ใครมาดูถูกได้ง่ายๆ นะ! ถ้าแกกล้าทำร้ายฉันแม้แต่ปลายขนซักเส้นล่ะก็ ปู่ของฉันต้องฆ่าแกแน่! ปู่ของฉันรู้จักผู้มีอิทธิพลของสำนักหลงเหมิน!
สำนักหลงเหมินน่ะ แกรู้จักมั้ย ? นั่นคือสำนักที่ทรงพลังอย่างไม่มีใครเทียบเทียมได้ ซ่อนเร้นปลีกวิเวกจากโลกใบนี้ ขอแค่สำนักหลงเหมินส่งยอดฝีมือมาซักคน ก็สามารถบดขยี้พวกแกทั้งตระกูลให้ตายแบบไม่เหลือซากได้แล้ว! "
เพื่อจะรักษาชีวิตตัวเอง เจินจาหนานถึงกับโพล่งความลับของตระกูลออกมา หวังจะใช้ความลับของตระกูลมาทำให้หลี่โม่ตกใจ
หลี่โม่ได้ยินคำพูดของเจินจาหนาน กลับอดหัวเราะออกมาไม่ได้ เขาคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าเบื้องหลังตระกูลของเจินจาหนาน จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับสำนักหลงเหมินด้วย ไม่รู้เหมือนกันว่าตระกูลของพวกเขา เป็นลูกศิษย์ของราชามังกรท่านไหน
ราชามังกรทั้งแปดแห่งสำนักหลงเหมินล้วนมีอิทธิพลของตัวเอง แต่ละคนต่างก็มีตระกูลมากมายมาอาศัยพึ่งพาบารมี ราชามังกรหนึ่งคน สามารถเปลี่ยนรูปแบบของอุตสาหกรรมหนึ่งรูปแบบได้อย่างง่ายดาย
“สำนักหลงเหมินน่ะเหรอ นี่ทำให้ฉันกลัวแทบตายเลยนะเนี่ย ฉันเคยได้ยินมาว่าในสำนักหลงเหมินมีราชามังกรอยู่แปดคน ไม่รู้ว่าตระกูลเจินของแกพึ่งพาราชามังกรคนไหนอยู่ล่ะ?” หลี่โม่ถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
เจินจาหนานตกตะลึงอึ้งค้างอย่างสมบูรณ์ไปแล้ว แค่หลี่โม่รู้จักสำนักหลงเหมินก็เพียงพอที่จะทำให้เจินจาหนานตกใจได้แล้ว แต่หลี่โม่ยังรู้อีกด้วยว่า ในสำนักหลงเหมินมีราชามังกรอยู่แปดคน นี่ยิ่งทำให้เจินจาหนานตกตะลึงจนคุมสติไม่อยู่ไปโดยปริยาย
สำหรับคนส่วนใหญ่ ตลอดทั้งชีวิต อาจไม่เคยได้ยินถึงการดำรงอยู่ของสำนักหลงเหมินเลยแม้แต่ครั้งเดียว ยิ่งไม่มีทางจะรู้ได้ว่าในสำนักหลงเหมินมีราชามังกรอยู่แปดคน
ต่อให้เป็นเจินจาหนาน ก็เป็นเพราะสถานการณ์ที่บังเอิญมากจริง ๆ ถึงได้รู้ว่าตระกูลเกี่ยวข้องกับสำนักหลงเหมิน และอยู่ภายใต้อาณัติของราชาใหญ่ของสำนักหลงเหมิน