ตอนที่ 702
บทที่ 702 เพื่อนที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่วัยเด็ก
October 31, 2026
วันใหม่เริ่มต้นขึ้น
เฉินเสี่ยวถงเข้ามาในออฟฟิศด้วยหัวใจอันโศกเศร้า
หลี่โม่ช้อนสายตาขึ้นมองเฉินเสี่ยวถงแวบหนึ่ง จากนั้นก็ตบ ๆ เก้าอี้ที่ข้างตัวเขาแล้วพูดว่า “มานั่งนี่เร็ว เห็นหน้าเธอเป็นกังวลซะขนาดนี้ มีเรื่องอะไรในใจรึเปล่า? ถ้ามีอะไรก็พูดมาเถอะ ไม่มีอะไรที่ฉันแก้ไขไม่ได้หรอกนะ เธอคิดว่าฉันเป็นซูเปอร์แมนเลยก็ได้"
เฉินเสี่ยวถงฝืนเค้นรอยยิ้มออกมาได้อย่างยากเย็น นั่งลงข้าง ๆ หลี่โม่ ก้มหน้าลงแล้วพูดอย่างอ่อนแรงว่า "ฉันเป็นตัวซวยใช่มั้ยนะ? ถึงได้เอาแต่ดึงดูดสิ่งไม่ดี ๆ เข้ามาตลอดเลย"
"ทำไมเธอถึงคิดอย่างนี้ได้ล่ะ? ในชีวิตของคนเรามันก็ต้องมีจุดสูงสุดกับจุดต่ำสุดด้วยกันทั้งนั้นแหล่ะ ทำตัวเป็นคนคิดบวกให้ใจมีความสุข หันหน้าเข้าหาทะเลให้สดชื่น เปิดจิตใจให้เบ่งบานรับสายลมอบอุ่นของในฤดูใบไม้ผลิดีกว่าน่า"
หลี่โม่สั่งสอนชี้นำเฉินเสี่ยวถงที่จิตใจกำลังหดหู่ไปพลาง มือก็ลูบหัวของเธอไปพลาง
ภายใต้การพูดจาชี้นำของหลี่โม่ ในที่สุดเฉินเสี่ยวถงก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาได้บ้าง เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วค้นหาประวัติการสนทนากับจ้าวหมิงหยางยื่นให้หลี่โม่
“นี่เป็นบันทึกการสนทนาระหว่างฉันกับจ้าวหมิงหยาง จริง ๆ แล้ว จ้าวหมิงหยางกับฉัน…ก็ถือได้ว่าเป็นเพื่อนที่รู้จักสนิทสนม เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก แต่เพราะต่อมาฉันถูกจางเต๋ออู่พาตัวไป ส่วนเขาถูกจางเต๋ออู่ส่งไปที่ฐานฝึกแห่งหนึ่ง ว่ากันว่าเป็นสถานที่ที่ใช้ฝึกฝนทักษะการฆ่าคน ตอนนี้จางเต๋ออู่ได้เปิดเผยข้อมูลของฉันให้กับจ้าวหมิงหยางแล้ว เขาเลยขู่ว่าจะมาฆ่าคุณ"
เฉินเสี่ยวถงรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะตัวเธอเอง ดังนั้นเธอจึงเป็นต้นเหตุของความผิดพลาดทั้งหมด เป็นคนที่ถือเป็นลางร้าย ก่อให้เกิดหายนะกับคนรอบข้าง
หลี่โม่อ่านบันทึกการสนทนาอย่างรวดเร็ว แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า: "เธอไม่สบายใจเพราะเรื่องนี้เองหรอกเหรอ? มา! ยิ้มให้ฉันหน่อย เรื่องเล็กน้อยแค่นี้จัดการแป๊บเดียวก็จบเรื่องแล้ว เธอไม่ต้องกังวลใจไปหรอกน่า"
“ จะไม่กังวลได้ยังไงล่ะ? ว่ากันว่าพวกคนในฐานฝึกนั่น มักเข้าร่วมการประลองฝีมือกันบ่อย ๆ จะเป็นหรือตายก็ตัดสินแค่ในชั่วพริบตา ในเมื่อจ้าวหมิงหยางสามารถมีชีวิตกลับออกมาได้ ก็แสดงให้เห็นว่าความสามารถของเขาต้องไม่ธรรมดาแน่ ” เฉินเสี่ยวถงเริ่มรู้สึกกังวลมากขึ้น
แม้ว่าจะได้เห็นทักษะของหลี่โม่แล้ว รู้ดีว่าหลี่โม่ร้ายกาจมากพอ แต่เฉินเสี่ยวถงที่ตอนนี้กำลังแบกเรื่องนี้อยู่ กลับรู้สึกสับสนว้าวุ่นใจไปหมด
“ ต่อให้ความสามารถของเขาจะมากแค่ไหน ก็เป็นได้แค่ซุนหงอคงเท่านั้นแหล่ะ ส่วนฉันคือพระยูไลเชียวนะ วางใจเถอะ แค่ฉันขยับมือทีเดียวก็บีบเขาให้ตายได้ง่าย ๆ แล้ว เดิมทีเขากับฉันก็ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันแต่แรกอยู่แล้วล่ะ” หลี่โม่พูดด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
เมื่อเฉินเสี่ยวถงเห็นว่าหลี่โม่ไม่สนใจเรื่องนี้เลยซักนิด ก็พูดด้วยท่าทางที่เหมือนคนใกล้จะสติแตกให้ได้ว่า: "คุณช่วยจริงจังกว่านี้หน่อยได้มั้ย ? เรื่องมันไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้นหรอกนะ ฉันจะให้คุณดูบางอย่าง"
หลังจากหยิบโทรศัพท์มา เฉินเสี่ยวถงก็เปิดแชทกลุ่มของเพื่อน ๆ ของจ้าวหมิงหยาง แล้วส่งให้หลี่โม่ดู
มีรูปจ้าวหมิงหยางไปรับที่สนามบิน ในรูปเป็นจ้าวหมิงหยางกับคนอีกสามคนถ่ายรูปหมู่ด้วยกัน ใบหน้าของทั้งสามคนเต็มไปด้วยไอสังหาร แค่เห็นแวบแรกก็ให้ความรู้สึกว่าไม่น่าจะใช่คนดีแล้ว
ยังมีรูปที่จ้าวหมิงหยางพาคนทั้งสามขึ้นภูเขาไปล่าสัตว์ ทั้งยังจับหมาป่าได้ถึง 2 ตัว ทุกวันนี้มีนักล่าไม่มากนักที่สามารถล่าหมาป่าได้
ถัดลงไป ต่างก็เป็นรูปถ่ายของจ้าวหมิงหยางกับทั้งสามคน ที่กำลังกินดื่มกันอย่างสนุกสนาน แชทล่าสุดในกลุ่มเพื่อน คือรูปจ้าวหมิงหยางพาทั้งสามคนไปยิงปืนที่สนามฝึกยิงปืน มีข้อความประกอบรูปว่า [กินดื่มเต็มอิ่ม เล่นสนุกเต็มคราบ ได้เวลาชำระแค้นแล้ว รอวันตายซะเถอะ]
“คุณเห็นรึยัง ? จ้าวหมิงหยางต้องไม่ได้มีเจตนาดีแน่ เขาต้องทำอะไรซักอย่างที่มันไม่เป็นผลดีกับคุณ เขาไปหาเพื่อนร่วมงานมาอีกสามคน คนสี่คนมารุมจัดการกับคุณคนเดียว ! แถมพ่อของเขาก็ดูเหมือนจะทำงานอยู่ในเมืองฮ่านนี้ด้วย ไม่รู้ว่าจางเต๋ออู่จงใจจัดการไว้แบบนี้หรือเปล่า ได้ยินมาว่าพ่อของเขาเป็นผู้อำนวยการอยู่ในเมืองฮ่าน มีหน้าที่ควบคุมดูแลตำรวจสายตรวจทั้งหมดในเมือง!”
เฉินเสี่ยวถงใช้สายตาที่เป็นกังวลและตำหนิตัวเองจ้องมองหลี่โม่
หลี่โม่วางโทรศัพท์ลง แล้วยิ้มอย่างมั่นใจ: "เธอคิดว่าพวกเขาจะเป็นคู่มือของฉันได้งั้นเหรอ? นั่นแปลว่าเธอยังไม่รู้จักฉันดีพอ ฉันจัดการพวกเขาได้แบบ so easy เลยเชียวล่ะ วางใจเถอะ"
เฉินเสี่ยวถงไม่ได้พูดอะไร แต่มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยท่าทางตกตะลึง