ตอนที่ 703
บทที่ 703 รู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง
October 31, 2026
เหอซวี่หยางหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง พลางชี้นิ้วไปที่หลี่โม่อย่างดูถูก
หลี่โม่ถูข้อมือของตัวเอง พูดด้วยท่าทางดูถูกว่า " ก็มาสิ ฉันจะนั่งสู้กับแกนี่แหล่ะ ถ้าแกทำให้ฉันขยับก้นได้สักนิดล่ะก็ งั้นก็ถือซะว่าฉันแพ้ได้เลย ฉันว่าพวกแกทั้งสี่คนเข้ามารวดเดียวเลยเหอะ วิธีนี้ช่วยฉันประหยัดเวลาดี"
เฉินเสี่ยวถงถึงกับรู้สึกว่าตัวเองหูฝาดไปรึเปล่า?
คนพวกนี้ ดูปุ๊บก็รู้ว่าเป็นพวกที่ไม่น่าไปหาเรื่องอย่างมาก หลี่โม่กลับสั่งให้ทั้งสี่คนรุมเข้ามาพร้อมกัน ไม่ว่าทักษะการต่อสู้จะสูงแค่ไหน ก็ยังต้องกลัวมีดไม้อาวุธอยู่ดี นับประสาอะไรกับคนจำนวนมากแบบนี้ด้วย ในใจหลี่โม่ไม่รู้สึกกลัวเลยซักนิดจริง ๆน่ะเหรอ?
ใบหน้าของเหอซวี่หยางดำคล้ำทะมึน รู้สึกว่าหลี่โม่กำลังทำให้ตัวเองอับอาย จึงพูดว่า: "ไม่จำเป็นต้องรุมหรอกโว้ย ถ้าแกสามารถเอาชนะฉันได้ ถือว่าพวกเราแพ้ไปเลย"
จ้าวหมิงหยางคิดจะหยุดเหอซวี่หยาง แต่เมื่อคิดว่าหลี่โม่จงใจพูดว่าจะนั่งสู้ ถ้าขยับตัวแม้แต่นิดเดียวให้ถือว่าแพ้ จึงไม่พูดในสิ่งที่อยากจะพูดเพื่อหยุดเหอซวี่หยาง แต่แอบเปลี่ยนคำพูดตัวเองไปเงียบ ๆ
“หลี่โม่! คำพูดของแกชักจะเหิมเกริมเกินไปหน่อยแล้วนะโว้ย ยังมีหน้ามาพูดว่าจะนั่งสู้กับพวกเรา ความร้ายกาจของเหอซวี่หยางน่ะ แกไม่มีทางจะนึกถึงแน่ รอรับความพ่ายแพ้จนต้องคุกเข่าร้องขอชีวิตซะเถอะ อย่าคิดนะว่าเอาชนะพวกยอดฝืมือที่ใช้วรยุทธแบบแมวสามขาได้แค่สองสามคนจะถือว่าตัวเองแน่ สิ่งที่พวกเราถนัดคือเทคนิคการฆ่าคนโว้ย!"
อีกสองคนที่เหลือ แค่ประสานมือไว้ข้างหน้าตัวเอง ดูมีท่าทีเหมือนว่าพวกเขากำลังดูละครสนุก ๆ ซักเรื่อง ในสายตาของสองคนนี้ แค่เหอซวี่หยางลงมือ ก็สามารถเอาชนะหลี่โม่แบบ KO ได้แล้ว
“เหอซวี่หยาง รีบจัดการไอ้เด็กเวรนี่เร็ว ๆ เหอะ พวกเราจะได้พาน้องสาวแสนสวยคนนี้ไปสนุกสุดมันส์กันซะที นับว่าคุ้มค่าพวกเราที่ครั้งนี้อุตส่าห์ถ่อมาตั้งไกลจนถึงเมืองฮ่านเลยนะเว้ย!”
“เฮะๆๆ จริงด้วย ถ้าได้อึ๊บน้องสาวคนนี้ ก็นับว่าคุ้มค่าตั๋วเดินทางขากลับของพวกเราแล้วโว้ย นี่ต้องยกประโยชน์ให้จ้าวหมิงหยางแล้วว่ะ นับว่าสายตาดีใช้ได้ที่ไปต้องตาผู้หญิงดี ๆ แบบนี้ ผู้หญิงของเราทางโน้นแต่ละคนแข็งแรงกำยำกว่าผู้ชายซะอีก แม่งเล่นโคตรยาก”
ที่มุมปากของเหอซวี่หยางปรากฏรอยยิ้มที่เย็นชา สาวเท้าก้าวตรงไปหาหลี่โม่ แล้วเหวี่ยงหมัดขวาออกไป เกิดเสียงลมหวีดหวิวในอากาศ ขณะต่อยเข้าที่ลำคอของหลี่โม่
หมัดนั้นทั้งรุนแรงและหนักหน่วง บวกกับผลของแหวนติดหนาม ถ้าเปลี่ยนเป็นคนธรรมดาทั่ว ๆ ไป น่ากลัวว่าอาจจะถูกต่อยจนคอหักไปเลยตรง ๆ ก็เป็นได้
“ว้าย ระวัง!” เฉินเสี่ยวถงร้องอุทานพลางหลับตาแน่น เธอไม่มีความกล้าที่จะดูภาพฉากอะไรแบบนี้จริง ๆ
ถ้าได้เห็นหลี่โม่ที่บาดเจ็บสาหัส หรือถ้าได้เห็นหลี่โม่ที่เลือดไหลอาบร่าง หรือถ้า ... มีภาพฉากมากมายเหลือเกินที่เธอไม่กล้าคิดต่อหรือลืมตามองดูมัน
การแสดงออกของหลี่โม่ยังคงสงบนิ่ง เหมือนว่าที่เขาเผชิญอยู่ มันไม่ใช่หมัดหนัก ๆ ที่เสริมแหวนติดหนามอันแหลมคม แต่เป็นแค่แมลงวันที่ส่งเสียงดังหึ่ง ๆ ตัวหนึ่งเท่านั้น
“หมัดนี้ของแก มันก็แค่ดูแข็งแกร่งไปงั้นเอง แต่เอาเข้าจริงประสิทธิภาพห่วยแตกสิ้นดี เดี๋ยวฉันจะให้แกได้เห็น ว่าเพลงหมัดที่แท้จริงน่ะมันเป็นยังไง”
หลี่โม่พูดอย่างราบเรียบ ใช้มือซ้ายต่อยเข้าที่ด้านข้างของหมัดขวาของเหอซวี่หยางที่ต่อยมา
เหอซวี่หยางหรี่ตา คิดคำนวณในใจ เร่งความเร็วของหมัด ตั้งใจว่าจะหักคอหลี่โม่ให้ได้ก่อนที่หมัดซ้ายของหลี่โม่จะต่อยมาถึง
“อาศัยแค่หมัดง่อย ๆ ของแกก็ยังอยากจะต่อยเพลงหมัดที่แท้จริง! กูนี่แหล่ะคือของจริงที่สุด....เป็นไปได้ยังไงวะ! อ้าก!”
เปรี้ยง! กร๊อบ!
ชั่วขณะที่หมัดขวาเร่งความเร็วของเหอซวี่หยาง อยู่ห่างจากคอของหลี่โม่แค่ไม่กี่เซนติเมตร ก็ถูกหมัดซ้ายของหลี่โม่กระแทกอย่างแรง ซึ่งเหนือความคาดหมายของเหอซวี่หยางที่ประเมินสถานการณ์การต่อสู้ไว้ไปไกลมาก
เสียงกระทบกันอย่างรุนแรงของหมัดผสานโลหะดังสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่น แหวนติดหนามโลหะที่มีรูปร่างเดิมเป็นทรงกลมล้วนบิดเบี้ยว มีสภาพถูกบีบอัดจนไปรวมกันจนเป็นก้อนเดียวกัน ส่งผลให้กระดูกนิ้วทั้งสี่ของเหอซวี่หยาง ถูกบดขยี้จนแตกละเอียดไปเลยตรง ๆ
เหอซวี่หยางจ้องมองทั้งสี่นิ้วที่บิดเบี้ยวเละเทะอย่างหวาดกลัว รวมถึงแหวนติดหนามที่เวลานี้ดูไม่ออกโดยสมบูรณ์แล้วว่าสภาพเดิมมันเป็นแบบไหน
“มันเป็นไปได้ยังไงวะ! แกมีพลังมากมายขนาดนี้ได้ยังไง! นี่คือสนับมือหนามทองดำ ที่มีความแข็งถึงระดับเก้าเลยนะโว้ย เป็นไปไม่ได้ที่จะถูกทำลายด้วยพลังของกำปั้นที่เป็นเนื้อหนัง แกทำได้ยังไงวะเนี่ย?”