ตอนที่ 712
บทที่ 712 ไม่ฟังคำพูดกล่อม
October 31, 2026
ขณะที่ก้มหน้าลงมองกลับไปกลับมาบนร่างกายอันเย้ายวนมีเสน่ห์ของกู้หยุนหลัน น้ำลายของชาวบ้านปากแหลม หน้าเหมือนลิงคนนั้นก็เกือบจะไหลหยดออกมาอยู่แล้ว คิดอาศัยจังหวะก่อนที่กู้หยุนหลันจะจากไป จ้องมองเธออีกครั้งเพื่อสนองต่อความต้องการในหัวใจตัวเอง
กู้หยุนหลันสังเกตเห็นว่าสายตาของชาวบ้านคนนั้น ดูมีบางอย่างผิดปกติ จึงขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย
หลี่โม่จูงมือกู้หยุนหลัน ในตอนที่กำลังจะเดินไปขึ้นไปตามถนนบนภูเขา ชาวบ้านที่มีปากแหลมแก้มเหมือนลิงก็พูดขึ้นอีกครั้ง
“ช่วงนี้บนภูเขามีเรื่องแปลก ๆ ทางที่ดีพวกคุณควรจ้างไกด์นำทางจะดีกว่านะ ไม่งั้นเกิดหลุดเข้าไปในที่ที่มันอันตรายโดยไม่ได้ตั้งใจ อาจไม่มีชีวิตรอดกลับมาก็ได้”
หลี่โม่ไม่สนใจชาวบ้านคนนั้น พากู้หยุนหลันเดินขึ้นไปบนภูเขาอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นว่าหลี่โม่ไม่สนใจตัวเอง ชาวบ้านคนนั้นก็หันหน้าไปถ่มน้ำลายลงพื้น : "ถุย! คนเค้าอุตสาห์เตือนด้วยความหวังดีแท้ ๆ ยังไม่เห็นคุณค่าอีก รอให้ขึ้นไปเจอดีบนภูเขาซะก่อนเถอะแล้วจะรู้สึก"
พวกชาวบ้านที่นั่งยอง ๆ อยู่ข้าง ๆ ต่างพากันหัวเราะผสมโรง
“ชายหญิงคู่นั้นต้องขึ้นภูเขาไปหาความตื่นเต้นชัวร์ เลยไม่อยากให้พวกเรานำทาง แต่สาวสวยคนนั้นดูไปแล้วโคตรแจ่มเลยว่ะ”
“ ก็นั่นน่ะสิ! สวยกว่าแม่ม่ายน้อยในหมู่บ้านคนก่อนหน้านี้เป็นร้อยเท่า น่ากลัวว่าชีวิตนี้ฉันคงไม่มีโอกาสได้แอ้มสาวสวยขนาดนี้ได้แน่ ๆ เลยโว้ย”
“ก็ไม่แน่หรอกเว้ย พวกพี่เฉียนอยู่ในหมู่บ้านนะ ดีไม่ดีแค่กระดิกนิ้วทีเดียว ก็อาจจะคว้าแม่พวกสาวสวยนั่นมา....ก็ได้นะโว้ย ฮิ ๆ ๆ ๆ”
ดวงตาของชาวบ้านพวกนั้นสว่างวาบขึ้นมาทันที สีหน้าเปลี่ยนเป็นตื่นเต้นกระเหี้ยนกระหือรือ
ชาวบ้านพวกนี้ ล้วนแต่เป็นพวกนักเลงขี้เกียจสันหลังยาวในหมู่บ้าน เวลาปกติมักทำเรื่องชั่วร้ายลับ ๆ ล่อ ๆ ประเภทลักขโมย ข่มขืน และต้มตุ๋น ในเวลานี้เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา คนส่วนใหญ่จึงคิดว่านี่อาจเป็นโอกาสอันดี
ชาวบ้านที่มีปากแหลมแก้มเหมือนลิงลังเลไปพักหนึ่ง ก็พูดขึ้นว่า “พวกแกอย่าหลับหูหลับตาทำเป็นเล่นไปนะโว้ย คนอย่างพวกพี่เสียน ไม่ใช่ประเภทที่พวกเราจะไปหาเรื่องได้นะ”
ชาวบ้านคนอื่น ๆ ต่างหันมามองชาวบ้านปากแหลม แก้มเหมือนลิงด้วยสีหน้าเหยียดหยาม
“ไอ้ลิง ถ้าแกขี้ขลาดก็ไสหัวกลับบ้านไปนอนเลยไป๊! บนภูเขามีปีไหนบ้างวะที่ไม่มีคนมาตายแบบหาสาเหตุไม่ได้? กว่าจะได้เจอผู้หญิงชั้นยอดขนาดนี้สักครั้ง ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยนะโว้ย ต้องคว้าโอกาสลองชิมดูซักครั้งในชีวิตสิวะ”
“ ก็นั่นน่ะสิ จะว่าไป ถ้าทำให้พี่เสียนพอใจได้ แค่กอดต้นขาพี่เสียนไว้ให้มั่น หลังจากนี้ก็มีแต่จะได้อยู่ดีกินดีไปตลอดชีวิตล่ะเว้ย”
“ไอ้ลิง แกรีบไสหัวไปไกล ๆ เลยไป๊! พวกเราจะทำอะไร แกก็ไม่ต้องมาสอดปากไม่เข้าเรื่อง ถ้าแกกล้าปูดเรื่องนี้ออกไปล่ะก็ รับรองเลยว่าแกได้ศพไม่สวยแน่”
พวกนักเลงในหมู่บ้านที่เหลือมองไอ้ลิงด้วยสายตาข่มขู่ ไอ้ลิงกระทืบเท้า ถอนหายใจเฮือก แล้วหันหลังวิ่งกลับไปที่หมู่บ้าน
พวกนักเลงในหมู่บ้านมองตามแผ่นหลังของไอ้ลิง แล้วพากันหัวเราะเยาะเย้ยไอ้ลิงขึ้นมาอีกครั้ง
หลังหัวเราะเยาะเย้ยเสร็จ มีคนหนึ่งล้วงโทรศัพท์ออกมา แล้วกดเลขหมายอย่างช่ำชอง
โทรศัพท์ถูกเชื่อมต่อ หลังจากการสนทนากันไม่กี่ประโยค ชาวบ้านคนนั้นก็วางสาย พวกที่เหลือก็เข้ามารวมตัวกันแล้วพูดกระซิบกระซาบ
สุดท้ายพวกชาวบ้านเหล่านั้นก็ยืนขึ้นพร้อมกัน แล้วเดินไปตามถนนบนภูเขา ในขณะที่ช่วงเวลาเดียวกันนั้น ไอ้ลิงก็กำลังวิ่งอย่างรวดเร็วราวเหาะได้ขึ้นไปบนภูเขา
ที่เมื่อกี้เห็นว่าไอ้ลิงวิ่งกลับไปที่หมู่บ้าน แต่จริง ๆ แล้วพอวิ่งไปได้ครึ่งทาง เจ้าตัวก็เปลี่ยนเส้นทาง แล้ววิ่งขึ้นไปตามทางลัดเพื่อไล่ตามพวกหลี่โม่ไป
แม้ว่าไอ้ลิงจะมีหน้าตาเหมือนลิง ปากแหลมแถมมีนิสัยขี้เกียจ แต่ในใจก็ยังพอนับได้ว่ามีความเมตตาอยู่บ้าง เขาทนไม่ได้ที่จะเห็นหลี่โม่กับกู้หยุนหลันต้องตกไปอยู่ในเงื้อมมือของพี่เสียน ดังนั้นเขาจึงคิดอยากจะไปส่งข้อความถึงทั้งสอง
“แฮ่ก ๆ ๆ ๆ”
ไอ้ลิงกระโดดอย่างคล่องแคล่วไปบนเส้นทางขึ้นเขา ทั้งพลิ้วไหว รวดเร็ว จนดูเหมือนลิงที่กำลังวิ่งอยู่บนภูเขาจริง ๆ ยังไงยังงั้น
เมื่อวิ่งพ้นออกมาจากกอหญ้า ในที่สุดไอ้ลิงก็มาถึงถนนบนภูเขา เขายืนหอบแฮ่ก ๆ พลางมองดูหลี่โม่กับกู้หยุนหลันที่ค่อย ๆ เดินขึ้นภูเขาไปอย่างสบาย ๆ ไม่รีบร้อน
หลี่โม่แค่คิดว่าอยากจะพากู้หยุนหลันไปเดินเที่ยวรอบ ๆ ภูเขาสักรอบ ดังนั้น ตลอดทางที่ขึ้นมา เขาจึงค่อย ๆ เดินอย่างช้า ๆ