ตอนที่ 715
บทที่ 715 ยึดครองภูเขาทำตัวเป็นราชาไปก็แล้วกันเถอะ
October 31, 2026
ฮึ! ไอ้คู่ชายหญิงหน้าหมาสองคนนี้ยังจะมีอารมณ์มาจี๋จ๋าจีบกันอยู่อีกเหรอวะ! รอให้ได้เจอพี่เสียนก่อนเหอะ กูจะบี้พวกมึงให้เละเลยคอยดู! บังอาจทำให้มือกูเป็นแบบนี้ กูต้องแก้แค้นพวกมึงเป็นสองเท่า จะบดขยี้กระดูกทุกชิ้นในตัวของมึงเลยคอยดู ไอ้หลี่โม่!
ไอ้หัวล้านคิดในใจอย่างเคียดแค้น เท้าที่ก้าวเดินก็ค่อยๆ ก้าวยาวขึ้น ความเร็วก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก แค่คิดว่าจะบรรลุเป้าหมายในการแก้แค้นให้เร็วที่สุด
เมื่อมองเห็นเต็นท์สีเขียวสองสามแห่งจากระยะไกล ๆ ไอ้หัวล้านก็มีท่าทางกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาในทันที
ถึงแล้ว! ถึงแคมป์ของพี่เสียนแล้ว ไอ้เด็กเวรนี่ได้ตายแหงแก๋แน่คราวนี้ !
ไอ้หัวล้านรีบวิ่งขึ้นไปสองก้าว แล้วตะโกนเสียงดัง: "พี่เสียน ไอ้คนที่จะมาแย่งยาอายุวัฒนะมันมาแล้ว! แถมฝีมือมันร้ายกาจมาก ทุกคนรีบเตรียมตัวระวังให้ดีล่ะ!"
ด้วยเสียงตะโกนของไอ้หัวล้าน เต็นท์พักแรมที่อยู่ห่าง ๆ นั้นก็เกิดความเคลื่อนไหว มีเงาร่างคนจำนวนมากโผล่ออกมาอย่างรวดเร็ว
พี่เสียนที่สวมชุดลายพรางนำทีมพวกลูกน้องออกมาจากแคมป์ หันมองไปทางไอ้หัวล้านที่กำลังร้องตะโกนแหกปากเสียงดังสนั่น
พี่เสียนสูงถึงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร ผิวดำมะเมื่อมและมีใบหน้าที่ดูธรรมดา แต่ดวงตากลับสว่างจ้าจนผิดปกติ แสดงให้เห็นว่าเขามีบางอย่างที่ไม่เหมือนกับคนทั่วไป
ไอ้หัวล้านวิ่งไปได้แค่ครึ่งทาง ที่ปากก็มีเลือดพุ่งออกมาอย่างกะทันหัน จากนั้นมันก็เดินโซซัดโซเซแล้วค่อย ๆ ทรุดตัวล้มลงไปกองกับพื้น
พี่เสียนกับพวกลูกน้องถึงกับตกตะลึงไปพักใหญ่ ไม่มีใครคิดหรอกว่า ไอ้หัวล้านที่มีร่างกายแข็งแรงกำยำจะอยู่ดี ๆ ก็กระอักเลือด แล้วร่วงลงไปกองกับพื้นแบบนั้น
พี่เสียนหรี่ตาลงเล็กน้อย “ดูเหมือนว่าจะเจอตอแข็งเข้าแล้วว่ะ ทำซะไอ้เวรนั่นแหกปากร้องตะโกนดังลั่นได้ ตามกูไปดูซิว่ามันเกิดอะไรขึ้น?”
กริ๊งกร๊าง! กริ๊งกร๊าง!
ปรากฏเสียงกระทบของโลหะดังระรัวต่อเนื่อง พวกคนของพี่เสียนรีบคว้ามีดมาเชเต้กับปืนลูกซองออกมา
* (มีดมาเชเต้ "Machete" เป็นมีดที่ช่วยทุ่นแรงผู้ใช้งานได้ดี มักใช้ในการเดินป่า ตัดไม้ เดิมทีเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเกษตรเนื่องจากมีคุณสมบัติในการตัดและสับสูงมาก บ้างเรียกว่ามีดดาบ มีขนาดใบมีดกว้าง มีลักษณะเหมือนดาบแต่สั้นกว่า เหมาะนำไปใช้ฟันพวกวัชพืชหรือกิ่งไม้เวลาเดินป่า)
ผู้ชายราว ๆ 20 คนควงมีดมาเชเต้ในมือ ตามพี่เสียนออกไปหาหลี่โม่ด้วยท่าทางโหดเหี้ยมดุดัน
ชั่วขณะนั้น กู้หยุนหลันก็มองไปที่ศพไอ้หัวล้านด้วยความสงสัย: "หลี่โม่ ไอ้หัวล้านนั่นเป็นอะไรไปเหรอ? ทำไมจู่ ๆ ก็ล้มลงไปแบบนั้นล่ะ? ดูเหมือนว่าเมื่อกี้เขาจะกระอักเลือดด้วย"
“เดาว่าคงป่วยเป็นอะไรซักอย่างมั้ง? หรือไม่ก็อาจเพราะระหว่างวิ่งหนีแล้วเกิดบาดเจ็บภายในขึ้นมาก็ได้” หลี่โม่พูดเดาไปเรื่อยเปื่อย เรื่องการฆ่าคนด้วยกำลังภายในของเขาเรื่องนี้ หลี่โม่ไม่เคยมีความตั้งใจที่จะบอกออกไปอยู่แล้ว
พี่เสียนพาพรรคพวกเดินไปถึงศพของไอ้หัวล้านแล้ว มีคนสองคนนั่งยอง ๆ ลงไปแล้วพลิกศพไอ้หัวล้านที่นอนคว่ำหน้าอยู่ให้หงายขึ้นมา
หลังจากตรวจสอบไปสองครั้ง ทั้งสองคนนั้นก็ยืนขึ้น แล้วส่ายหน้าด้วยความงุนงง: "ไอ้หัวล้านตายแล้ว เหมือนว่ามันได้รับบาดเจ็บภายใน"
“บาดเจ็บภายใน?” พี่เสียนพูดเสียงเบา สายตาที่จ้องมองหลี่โม่เปลี่ยนเป็นระแวดระวังขึ้นมาทันที คนที่สามารถต่อยตีไอ้หัวล้านที่มีร่างกายแข็งแรงกำยำจนบาดเจ็บภายในได้ นั่นเป็นอะไรที่ค่อนข้างยากอยู่มาก
“ไอ้หนุ่ม แกมาจากทางไหนวะ ? ทางที่ดีพวกเราควรทำตัวเป็นน้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลองจะดีกว่านะ ” พี่เสียนรู้สึกคาดเดาเบื้องลึกเบื้องหลังของหลี่โม่ไม่ถูกอยู่บ้าง ตั้งใจว่าจะเป็นฝ่ายถอยให้หลี่โม่ซักสามส่วนก่อน รอจนคาดเดาเบื้องลึกของหลี่โม่ได้แล้ว ที่เหลือค่อยว่ากัน
หลี่โม่พูดไปพลาง ก็เดินเข้าไปใกล้เรื่อย ๆ : "ฉันมาจากเส้นทางที่ถูกต้องไง ส่วนที่ว่าน้ำบ่อไม่ควรมายุ่งกับน้ำคลองอะไรนั่น มันก็ต้องดูกันว่าแกจะทำยังไงแล้วล่ะ"
เส้นทางที่ถูกต้อง? ไอ้เด็กนี่มันพูดพล่ามเรื่องไร้สาระอะไรของมันวะ ? อ่านนิยายกำลังภายในมากไปรึเปล่าวะนั่น ? พี่เสียนมองหลี่โม่ด้วยความรู้สึกที่แม้จะไม่พอใจ แต่ก็ไม่พูดอะไรออกมา ทว่าในใจกลับยิ่งมีความรู้สึกคาดเดาถึงเส้นสนกลในของหลี่โม่ไม่ได้มากขึ้นทุกที ๆ
“ดูเหมือนว่าแกก็อยากเป็นขาใหญ่ในยุทธภพว่างั้น ? แกอยากจะให้พวกเราทำอะไร ไหนลองพูดมาให้ฉันฟังหน่อยซิ!?”
“ขาใหญ่ในยุทธภพ? แค่ระดับอย่างแกถือว่าเป็นหนึ่งในขาใหญ่ในยุทธภพได้ด้วยเหรอ? แกจะยกยอตัวเองมากเกินไปหน่อยแล้วล่ะมั้ง?” หลี่โม่พูดพลางส่ายหน้าด้วยท่าทางเหยียดหยามกับคำอวดอ้างของพี่เสียน ที่ว่าตัวเองเป็นขาใหญ่ยุทธภพ ช่างเป็นอะไรที่น่าหงุดหงิดจากก้นบึ้งของหัวใจซะจริง ๆ เลย!
คนอย่างไอ้พี่เสียนพรรค์นี้ ก็แค่พวกนักเลงที่ดีแต่กดขี่ข่มเหงชาวบ้าน ทำตัวเป็นนักเลงคุมถิ่น หากินกับคนในพื้นที่แค่นั้นแหล่ะ
ลูกน้องที่อยู่ด้านหลังของพี่เสียน ต่างก็ไม่พอใจกับคำพูดของหลี่โม่ จึงพากันตะโกนโห่ร้องกันเสียงดังอื้ออึง
“ไอ้หนู! พูดจาหัดระวังปากไว้บ้างนะโว้ย ! ภูเขาลูกนี้เป็นถิ่นของพวกเราทั้งนั้น ทำไมพวกเราจะไม่ใช่ขาใหญ่วะ!”