ตอนที่ 124
บทที่ 124 ผู้ชายล้ำค่า
October 31, 2026
ออกจากห้าง บนถนนคนเดิน
“เฮ้ย แกล้งทำได้ซะเหมือน”
โล่เฉินยิ้มและชกฟ่านหมิงเบาๆ หมัดหนึ่ง
ฟ่านหมิงเองก็เข้าใจความหมาย เขารีบเปลี่ยนท่าทางเคารพในก่อนหน้า และกล่าวอย่างร่าเริง “พี่น้องกันนี่ ช่วยกู้หน้าให้นายเป็นเรื่องสมควร”
"ขอบคุณแล้ว"
หานหยู่เยนยังคงแยกแยะสถานการณ์ไม่ออก สีหน้าเต็มไปด้วยความสับสน "พวกคุณคือ......"
โล่เฉินหัวเราะ “หยู่เยน คุณคงไม่คิดว่าเมื่อครู่เป็นเรื่องจริงหรอกนะ อันที่จริงฟ่านหมิงแค่ช่วยเล่นละครไปกับผม เพื่อกู้หน้าให้ผม”
"แบบนี้นี่เอง"
หานหยู่เยนโล่งใจขึ้นมา และคิดว่านั่นเป็นคำอธิบายที่สมเหตุสมผล
ฉากที่เกิดขึ้นในร้านขายเสื้อผ้าเมื่อกี้ ทำเอาหานหยู่เยนตกใจไม่น้อย ก่อนหน้าคำพูดเมื่อครู่เพียงชั่ววินาที เธอล้วนครุ่นคิดถึงมันมาตลอด——
ถ้าโล่เฉินเป็นคุณชายตระกูลเศรษฐีที่ปิดบังตัวตนอยู่จริงๆ อย่างนั้นเธอควรจะทำยังไงดี?
ตนเองจะคู่ควรกับเขาหรือไม่?
เขาจะทิ้งเธอไหม?
โชคดี ที่มันเป็นแค่เพียงงละครฉากหนึ่ง
“ประธานฟ่าน ขอบคุณคุณมาก พวกเราขอเลี้ยงอาหารเย็นคุณ”
"ได..."
คำพูดหนึ่งเพิ่งจะพุ่งออกมา กลับต้องพบว่าสายตาของโล่เฉินกำลังหรี่ลง ฟ่านหมิงรีบเปลี่ยนคำพูด “วันอื่นเถอะ วันนี้ผมยุ่งเกินไป ยังต้องกลับไปตรวจดูงานอีก พวกคุณสามีภรรยาเที่ยวให้สนุกเถอะ”
“อย่างนั้นก็ได้ ลาก่อนประธานฟ่าน”
"ลาก่อน"
จนกระทั่งฟ่านหมิงลับตาไป หานหยู่เยนก็หันหน้ามากและเอ่ยบ่น “คุณนี่นะ ชอบทำเป็นเก่ง ถ้าเมื่อกี้ประธานฟ่านมาไม่ทันเวลาจะทำยังไง อ้อใช่ เสื้อผ้าในร้านพวกนั้นคุณคงไม่ได้เอาไปเผาจริงๆ ใช่ไหม?”
“ไม่หรอกมั้ง เฮ้อย่าไปสนใจมากนักเลย เขาเป็นเพื่อนร่วมห้องของผมที่มหาวิทยาลัย เคยช่วยชีวิตเขาไว้ ก็แค่ร่วมกันเล่นละครนิดหน่อย”
“คุณนี่นะ ไม่รู้จักขอบคุณเลยซะเลย”
โล่เฉินพูดไม่ออกอย่างสมบูรณ์
ต่อให้ตนเองจะรู้สึกขอบคุณ แต่เด็กคนนั้นจะกล้ายอมรับมันหรือไง
เขาคงคิดไปว่าตนกำลังสั่งสอนเขาให้เป็นผู้เป็นคนต่างหาก!
หลังจากเดินไปถนนคนเดินเสร็จพวกเขาก็ไปยังศูนย์อาหารต่อ
เวลาสามทุ่มกว่า โล่เฉินบอกว่าจะไปดูหนัง แถมยังจงใจเลือกหนังที่กินเวลานานกว่าสามชั่วโมงครึ่ง
กว่าหนังจะจบก็เป็นเวลาเกือบตี 1ไปแล้ว
ถึงตอนนั้นคงไม่จำเป็นต้องกลับบ้าน
ในใจของโล่เฉินวางแผนเอาไว้มากมาย ไม่ต้องกลับบ้านอย่างนั้นก็เปิดโรงแรม ไม่แน่ว่าอาจมีเรื่องโชคดีเดินขึ้นบ้างก็เป็นได้
"คุณภรรยา ไม่จำเป็นต้องเปลืองเงินเลย"
ที่แผนกต้อนรับของโรงแรม หานหยู่เยนต้องการเปิดห้องสองห้อง โล่เฉินเขวไปทันที
“คุณคิดว่าฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังคิดอะไรหรือไง หนังสามชั่วโมงครึ่ง ขอบคุณคุณจริงๆ ที่คิดออกมาได้ ฉันนั่งจนหลังปวดเมื่อยไปหมด”
หานหยู่เยนย่นจมูกและถาม "สวัสดีค่ะ รบกวนเปิดห้องสองห้องข้างๆ กันหรือตรงข้ามกันหน่อยค่ะ”
“เอ่อ ขออภัยด้วยค่ะ ตอนนี้เหลือห้องเดียวเท่านั้น”
หญิงสาวที่แผนกต้อนรับกล่าว
โล่เฉินค่อยแจ่มใสขึ้นมา เขารู้สึกว่าพระเจ้ากำลังช่วยเขาอยู่จริงๆ เขาแย่งพูดขึ้น “ห้องเดียวก็ห้องเดียวเถอะ พวกเราเป็นสามีภรรยากัน นอนห้องเดียวกันก็เป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องกลัวว่าตำรวจจะตรวจสอบห้อง”
"ได้ค่ะ"
“เอ๋ คุณทำอะไรน่ะ”
โล่เฉินโอบหานหยู่เยนและคว้าการ์ดห้องพักมา ก่อนจะเอ่ยหัวเราะร่า “เปิดห้องไปแล้ว จะคืนก็คงไม่ได้แล้ว ไปไปไป เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ถึงเวลาพักผ่อนให้ดีๆ ”
……
เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่า ทุกอย่างเงียบสงบ
ผ้าม่านยังคงไม่ถูกดึงปิด
ดวงจันทร์ข้างนอกนั้นทั้งกลมและใหญ่ แสงจันทร์ส่องสว่างไสวดูมีเสน่ห์เป็นพิเศษ
โล่เฉินนอนบนโซฟาและมองไปยังหานหยู่เยนผู้ซึ่งนอนสบายอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าหงอยๆ แล้วถอนหายใจติดๆ กัน
“คิดว่าอยู่บ้านก็ได้แล้ว ยังไงที่บ้านคุณก็ปูพื้นนอนเหมือนกัน คุณดูโซฟาสิทั้งใหญ่ทั้งนุ่ม สบายกว่านอนบนพื้นที่บ้านตั้งเยอะใช่ไหม”
"คุณพูดถูก"
พรูด