ตอนที่ 147
บทที่ 147 เข้าใจผิดกันไปใหญ่ ทุกตระกูลจับมือกัน
October 31, 2026
“ขอบคุณนายมากจริงๆ วันหลังฉันจะเลี้ยงข้าวนาย”
ในตึกสูงของไห่ถังหัวฝู่ ในที่สุดหานหยู่ถิงก็ค่อยวางใจ และเอ่ยขอบคุณอย่างไม่หยุด
“ไม่เป็นไร น้ำใจนี้คืนแล้ว ฉันไม่ติดค้างอะไรเธออีก เพียงแต่ฉันรู้สึกว่าน่าเสียดายมาก เห็นชัดๆว่าน้ำใจนี้เธอสามารถใช้มันมาทำเรื่องที่มีความหมายมากกว่านั้นได้ ทำไมถึงได้เอามาใช้ช่วย...ไอ้ขยะ?”
ในโทรศัพท์ เสียงของชายหนุ่มก็ดังขึ้น
หานหยู่ถิงใบหน้าเคร่งขรึม เธอเอ่ยอย่างจริงจัง “คุณชายเฝิง ห้ามด่าพี่เขยของฉัน พี่เขยของฉันไม่ใช่ไอ้ขยะ เขาเป็นฮีโร่”
“ฮีโร่?” เฝิงเห้าหรานหัวเราะเบาๆ
“ใช่ เขาคือฮีโร่ของฉัน”
คิดไปถึงคืนนั้น
เธอถูกจับไป แต่เดิมคิดว่าต้องเคราะห์ร้ายแล้ว แต่กลับตื่นขึ้นมาในอ้อมอกอันอบอุ่นของโล่เฉิน ความรู้สึกนั้นไม่สามารถบรรยายออกมาได้ และประทับตราตรึงลึกในใจของหานหยู่ถิง
ในตอนนั้น หานหยู่ถิงพบว่าพี่เขยของเธอทั้งสูงใหญ่
ไม่แปลกใจเลยที่พี่สาวจะยอมรับรักเขา!
“คุณชายเฝิง เรื่องในตอนนั้นเป็นเรื่องที่ฉันสมควรกระทำ คุณไม่ถือว่าติดค้างน้ำใจฉัน ดังนั้นฉันจึงไม่ขอให้คุณทำอะไรเพื่อฉัน แต่ว่าครั้งนี้ฉันไร้หนทางจริงๆ หยางเซียวมีแค่คุณเท่านั้นที่กดเขาเอาไว้ได้”
เฝิงเห้าหราน อายุ 19 ปีและ หานหยู่ถิง อายุ 20 ปี
ทั้งสองเคยเป็นเพื่อนนักเรียนสมัยมัธยมปลาย
มีครั้งหนึ่งหานหยู่ถิงที่กำลังกลับบ้านเห็นนักเรียนหญิงคนหนึ่งถูกแทะโลม และเธอก็จำได้ว่านักเรียนหญิงคนนั้นและเฝิงเห้าหรานมักเดินอยู่ด้วยกันเสมอ ดังนั้นเธอจึงโทรไปบอก
ด้วยเหตุนี้ เฝิงเห้าหราน จึงมาถึงทันเวลาและช่วยนักเรียนหญิงให้รอดจากการถูกทำมิดีมิร้ายได้
ในตอนนั้น เฝิงเห้าหราน กล่าวว่าเขาเป็นติดหนี้หานหยู่ถิง แต่หานหยู่ถิงไม่ได้จริงจังอะไร
วันนี้ เธอหา เฝิงเห้าหรานก็เพราะว่าอับจนหนทางแล้วจริงๆ
“ก็ได้ แต่พี่เขยของเธอน่าสนใจมาก”
“เอ๋ อะไรนะ?”
"วางแล้ว"
ตู๊ดตู๊ดตู๊ด
หานหยู่ถิงมองไปที่โทรศัพท์มือถือด้วยความงุนงง
โล่เฉินกลับบ้าน หานหยู่ถิงรีบเข้ามาถามเขาทันทีว่าหยางเซียวหาเขาไปทำไม โล่เฉินอธิบายอย่างง่ายๆไปรอบหนึ่ง ไม่ได้พูดถึงเฮยหนิว
“พี่เขย ครั้งนี้คุณต้องขอบคุณฉันนะ”
“หมายความว่าไง?”
หานหยู่ถิงย่นจมูกน้อยๆของเธอ และพูดอย่างไม่พอใจ "คุณคิดว่าหยางเซียวจะปล่อยคุณไปง่ายๆงั้นหรือ นั่นเป็นเพราะฉันหาคนมาช่วยต่างหาก”
“อ้อ เธอหาคนมาช่วย?” โล่เฉินงงงวย
“ใช่ ฉันหาคนใหญ่คนโตมา หยางเซียวกลายเป็นขี้ปะติ๋วไปเลย เขาออกหน้าให้หยางเซียวถึงได้ปล่อยพี่ไป ไม่อย่างนั้นนะ พี่จะต้องถูกหยางเซียวจัดการแน่ๆ ดังนั้นพี่ควรจะขอบคุณฉัน”
โล่เฉินถามด้วยรอยยิ้ม “เธอไปหาใครมา?”
"เป็นความลับ"
“ได้ได้ได้ ทั้งหมดนี้เป็นเครดิตของเธอ อยากได้รางวัลอะไร”
หานหยู่ถิงยิ้มร่า "ฉันยังคิดไม่ออก รอให้คิดออกแล้วจะบอกคุณ คุณวางใจได้ ฉันจะไม่เรียกร้องมากเกินไป"
"ได้ ฉันจะรอ"
ทุกอย่างกลับสู่ปกติ
โล่เฉินไปรับหานหยู่เยนกลับบ้าน และเริ่มทำอาหาร ครอบครัวนับวันยิ่งสามัคคีมากขึ้นเรื่อยๆ
ก่อนหน้านี้ ทุกครั้งที่กินข้าว แม่ยายหลิวเซียงหลันมักจะชอบหักหน้าและพูดจาเสียดสี แต่ตอนนี้ไม่มีอีกต่อไป อีกทั้งยังพอใจกับโล่เฉินอย่างมาก
วันรุ่งขึ้น เมืองเจียงกำลังจะเกิดคลื่นพายุ
มีข่าวใหญ่ออกมา——
ตระกูลชั้นหนึ่ง ตระกูลเฝิง ตระกูลหยาง ตระกูลเจิ้ง ตระกูลหลี่ ได้ร่วมกันประชุมกันพร้อมหน้า รวมทั้งยังมีตระกูลชั้นสอง กลุ่มธุรกิจ จัดการประชุมลับภายใต้การดำเนินการของนายกเทศมนตรี
ถึงจะไม่มีใครรู้เนื้อหาของการประชุม แต่ความลับนี้ก็ยังถูดแพร่ออกไป
แวดวงสังคมของเมืองเจียงแทบจะระเบิดขึ้นมา นั่นเพราะตระกูลทั้งสี่แต่ไหนแต่ไรมาล้วนมีแต่การแข่งขันกัน การที่ทั้งสี่ตระกูลออกหน้ามาพร้อมเพรียงกันแบบนี้ ดูเหมือนว่าจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
การคาดเดา ข่าวลือ และการวิเคราะห์นับไม่ถ้วนได้ปรากฏขึ้นมา แม้ว่าจะไม่มีคำแถลงที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่ทุกคนก็รู้
เมืองเจียงที่เงียบสงบมานาน กำลังจะเปลี่ยนไป
กลุ่ม Wechat ตระกูลหาน
“ตระกูลใหญ่ของเมืองเจียง กองกำลัง และวิสาหกิจในเมืองกำลังจะล้างไพ่แล้ว แน่นอนว่า อีกไม่นานจะต้องมีการดำเนินการครั้งใหญ่แน่”
“นายกเทศมนตรีเป็นประธานการประชุม รัฐบาลเป็นคนนำหรือ”
“สรุปแล้วเป็นเรื่องอะไรกันแน่? ทำไมถึงได้ใหญ่โตขนาดนั้น ทั้งสี่ตระกูลออกหน้าพร้อมกัน นี่หาได้ยากมากจริงๆ”
“ฉันว่า ความสับสนวุ่นวายในเมืองเจียงเป็นเรื่องดี ท่ามกลางความวุ่นวายย่อมเกิดฮีโร่ ยิ่งโกลาหลมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งมีเวลาในการเชิดหน้าชูตามากขึ้นเท่านั้น”
...
ข่าวแพร่ระบาดไปทั่ว ทุกคนต่างแสดงความเห็นของตนเองอย่างแข็งขัน
ไห่ถังหัวฝู่ โล่เฉินกำลังตัดแต่งดอกไม้ใบหญ้าอยู่ที่ระเบียง
วันนี้เป็นวันพักผ่อน
หานหยู่เยนสองพี่น้องกำลังนั่งดูหนังอยู่ที่มุมหนึ่งของโซฟา ขณะที่หลิวเซียงหลันและหานเจี้ยนเย่กำลังนั่งอ่านwechat
“หยู่เยน ทำไมลูกถึงไม่สนใจเลยสักนิด รีบส่งข่าวในกลุ่มบ้างเร็วเข้า แสดงออกถึงความคิดเห็นเชิงลึกให้คุณย่าดูสักหน่อย!”
“แม่คะ หนูจะทำเรื่องไร้สาระพวกนี้ไปทำไมกัน”