ตอนที่ 11
บทที่ 11
October 6, 2026
ในที่สุดก็มาถึงวันเกิดครบรอบหนึ่งร้อยปีของนายใหญ่เจิงแห่งจวนเจิ้งกั๋ว
อาจิ่วเข้ามารายงานผู้เป็นเจ้านายแต่เช้า “จวนเจิ้นกั๋วได้ส่งเทียบเชิญงานวันเกิดใต้เท้าเจิงมาให้ท่านอ๋องขอรับ ท่านอ๋อง ข้าน้อยให้คนเตรียมของขวัญไว้แล้ว แต่ไม่รู้ว่าท่านอ๋องกับพระชายาจะว่าอย่างไร? ”
หากเป็นงานเลี้ยงฝั่งเชื้อพระวงศ์ ท่านอ๋องก็คงจะไม่ไปเข้าร่วมอย่างแน่นอน แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป ใต้เท้าเจิงกับพระชายาจิ่นมีความสัมพันธ์กันทางเครือญาติ จะว่าไปแล้ว ท่านอ๋องจิ่นก็ถือเป็นหลานเขยของใต้เท้าเจิง ไม่ไปก็คงจะไม่เหมาะ
พอท่านอ๋องจิ่นคิดได้ถึงตรงนี้ แค่คิดว่าจะต้องไปงานเลี้ยงกับนางคนโง่นั่นเขาก็ปวดหัวระบมขึ้นมาทันที "อาจิ่ว จะมีทางใดที่ป้องกันไม่ให้นางเด็กโง่นั่นอาละวาดขึ้นมาอีก"
อาจิ่วยิ้มเจ้าเล่ห์ ท่านอ๋องก็รู้อยู่แก่ใจ "ท่านอ๋อง จากที่ข้าสังเกตพระชายามาหลายวันมานี้ พระชายาเป็นคนกินเก่ง ตราบใดที่ยังมีอาหาร นางก็จะนั่งกินนิ่ง ๆ อย่างเชื่อฟัง ไม่ส่งเสียงดังรบกวนใคร รับรองว่าจะไม่ทำให้ฝ่าบาทต้องเดือดร้อนแน่นอนขอรับ"
ท่านอ๋องจิ่นหันไปมองที่อาจิ่ว "ข้าดูเป็นคนประเภทที่กลัวปัญหาหรือไง"
อาจิ่วไอสำลัก...
ท่านอ๋อง พูดได้ถูกต้องแล้ว
ในเวลาเที่ยงคืน อาจิ่วก็เตรียมรถม้าเรียบร้อย เมื่อท่านอ๋องจิ่นเดินออกไป เขาเห็นชิงอู่กับยวิ๋นหลิ่วยืนอยู่ขนาบซ้ายและขวาของรถม้า พอเดาได้ว่านางเด็กโง่เข้าไปนั่งอยู่ข้างในรถม้าแล้ว ท่านอ๋องหันไปดุอาจิ่วทันที "ทำไมเจ้าถึงเตรียมรถม้ามาเพียงคันเดียว"
อาจิ่วก้มศีรษะลงแล้วค่อย ๆ อธิบายเหตุผล "ท่านอ๋องไปทัพเสียหลายปี รถม้าส่วนใหญ่ในจวนก็ผุพัง ยากที่จะหารถที่สภาพดีในเวลาเร่งด่วนเช่นนี้ ได้โปรดอภัยให้ข้าน้อยด้วยขอรับ”
ท่านอ๋องจิ่นมองดูรถม้าคันใหม่ แล้วเหลือบมองอาจิ่วที่กำลังตัวสั่นอยู่
“ปีนี้ข้าอายุเท่าไหร่?”
อาจิ่วเงยหน้าขึ้น "อา! ปีนี้ท่านอ๋องอายุยี่สิบสี่แล้วขอรับ"
ท่านอ๋องจิ่นพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า "โอ้ จักรพรรดิองค์ก่อนให้กำเนิดบุตรชายเมื่อพระชันษาสิบแปดปี เสด็จพ่อของข้าก็กลายเป็นพ่อคนเมื่อพระชันษาสิบหกปี ลองนับ ๆ ดูแล้ว ข้าดูจะตามหลังพวกท่านมาหลายปีทีเดียว อาจิ่ว เจ้าว่าข้าควรจะทำอย่างไรดี?"
อาจิ่วหลับตาและกลั้นใจพูดอย่างไม่เสียดายชีวิต "ท่านอ๋องควรจะเข้าหอนอนกับพระชายาขอรับ แม้ว่าพระชายานางจะเป็นคนวิปลาส แต่ถ้านายลองปิดไฟร่วมพระที่ด้วยก็คงจะไม่ต่างกันเท่าไหร่นะขอรับ"
“เจ้าเลยตั้งใจเตรียมรถม้าแค่คันเดียวไว้ให้ข้ากับนางนั่งไปด้วยกันอย่างนั้นใช่หรือไม่?”
อาจิ่วทรุดตัวคุกเข่าลงบนพื้น “ท่านอ๋อง ข้าน้อยขอโทษขอรับ ข้าน้อยสมควรตาย ข้าน้อยเพียงแต่เป็นห่วงท่านอ๋อง…”
การแข่งขันต่อสู้ของศึกสายเลือดสงบนิ่งมาระยะหนึ่งแล้ว แต่กระแสคลื่นใต้น้ำนั้นยังปั่นป่วนและทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ อาจิ่วก็แค่กลัว แม้ท่านอ๋องจิ่นจะไม่มีเจตนาที่จะครองบัลลังก์ แต่ก็อาจจะมีคนเอาเปรียบนายของเขาได้...
ท่านอ๋องจิ่นมองไปที่อาจิ่ว เขาไม่เข้าใจว่าอาจิ่วคิดอะไรอยู่ เขารอดพ้นความตายเป็นแมวเก้าชีวิตขนาดนี้ อาจิ่วยังจะมากังวลว่าเขาจะตายเร็ว แล้วถูกตำหนิว่าอกตัญญูเพราะไม่มีทายาทสืบสกุล
อาจิ่วหาโอกาสให้เขาได้พัฒนาความสัมพันธ์กับนางคนโง่คนนี้
ติดตรงที่ว่า ถ้าต้องให้เขามีอะไรกับคนวิปลาสแบบนี้ เขาก็ทำไม่ลงเช่นกัน
ท่านอ๋องจิ่นกระโดดขึ้นไปบนรถม้าด้วยความโมโห อาจิ่วก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก การเสี่ยงชีพครั้งนี้ คุ้มค่าแล้ว
รถม้าคันใหญ่และมีที่นั่งสองฝั่ง ท่านอ๋องจิ่นมองเฟิ่งซู่หน่วนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างเย็นชา
แต่ก็แปลกใจนิดหน่อย...
วันนี้นางวิปลาสนั่นสวมชุดสีเหลืองอ่อน ปักด้วยด้ายสีเงินที่ปลายแขน ส่วนชายกระโปรงปักเป็นลายดอกแมกโนเลียบานสะสะพรั่งดึงเอาความงามสง่าที่อยู่ในตัวร่างเล็กกะทัดรัดของหญิงสาวผู้นี้ออกมา
เครื่องประดับบนหัวที่ดูเรียบง่ายแต่โดดเด่น ผมยาวสยายถูกปล่อยลงมาจนถึงเอว ผมครึ่งหัวด้านบนถูกม้วนเป็นมวยก้นหอยอันวิจิตรงดงาม เสียบข้างด้วยปิ่นปักผมลายผีเสื้อฝังมุก เสริมให้ใบหน้าเล็ก ๆ คิ้วเข้มธรรมชาติและดวงตาที่ที่สุกใสเป็นประกายของหญิงสาว ดูฉลาดและน่ารัก
ชิงอู่ใส่ใจดูแลนางวิปลาสผู้นี้เป็นอย่างดีจริง ๆ
เฟิ่งซู่หน่วนถูกอีกฝ่ายจ้องมองด้วยสายตาที่ไม่ค่อยเป็นมิตรก็รู้สึกประหม่าอายเล็กน้อย ดังนั้นเธอจึงหลับตาพักผ่อนเสียดื้อ ๆ
“นางเด็กโง่ ฟังข้าให้ดี วันนี้เราต้องกลับไปที่จวนของเจ้า อย่ามัวแต่ดีใจเป็นปลากระดี่ได้น้ำ ห้ามอยู่ไกลจากสายตาข้าเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นข้าคงไม่รับประกันนะว่าเจ้าจะมีชีวิตอยู่รอดจนถึงวันพรุ่งนี้หรือไม่” ท่านอ๋องจิ่นไม่สนใจว่านางจะเข้าใจหรือไม่ เธอเข้าใจหรือไม่ แต่ก็รู้สึกว่าคำเตือนของเขาเพียงประโยคสองประโยคจะทำให้นางสบายใจมากขึ้น
ซู่หน่วนยังไม่ลืมตา แต่ก็รู้สึกเหมือนกระแสน้ำอุ่นแผ่ซ่านในหัวใจของเธอ
แม้ว่าชายคนนี้จะเกิดมาในราชวงศ์ชั้นสูง แต่เขากลับเป็นห่วงชีวิตของหญิงวิปลาสอย่างนาง สุภาพบุรุษที่มีคุณธรรมสูงเช่นนี้หาได้ยากยิ่ง
ในอาณาบริเวณของจวนเจิ้นกั๋วคลาคล่ำไปด้วยแขกเหรื่อจำนวนมาก คนในตระกูลชนชั้นสูงในเมืองหลวงเกือบทั้งหมดมารวมตัวเบียดเสียดกันเต็มจวนเจิ้นกั๋ว องค์รัชทายาท องค์ชาย องค์หญิง บุตรชายบุตรสาวของพวกผู้ลากมากดีทั้งหลายมาอยู่รวมกัน จับกลุ่มพูดคุยสังสรรค์กันเสียงดังเฮฮา