ตอนที่ 16
บทที่ 16
October 6, 2026
คิ้วเข้มได้รูปของท่านอ๋องจิ่นขมวดขึ้นเล็กน้อย ราวกับมีระลอกคลื่นอยู่ในดวงตาดำขลับของชายหนุ่ม องค์รัชทายาทกับเฟิ่งเซ่อหมิงลอบมีสัมพันธ์ลับกัน เรื่องนี้ดูจะเป็นเรื่องธรรมดาแต่ดูลึกลับซับซ้อนกว่าที่คิด
ถ้าพระชายาของเขาไม่หายตัวไปอย่างไร้สาเหตุ พวกเขาจะบุกรุกเข้าไปค้นที่ตึกฝั่งตะวันออกได้อย่างไร? แล้วเรื่องที่องค์รัชทายาทกับเฟิ่งเซ่อหมิงลอบมีสัมพันธ์กันจะถูกเปิดเผยได้อย่างไร?
ในเรื่องนี้ คงต้องมีคนใช้ประโยชน์จากความโง่เขลาของพระชายา จงใจล่อลวงเขามาที่นี่ หวังจะใส่ร้ายองค์รัชทายาทแน่ ๆ
“คุณหนูใหญ่เฟิ่ง เจ้าไปเอายาเร่งกำหนัดนี้มาจากไหน?” ริมฝีปากบางเปิดออกเล็กน้อย เสียงของชายหนุ่มถูกเปล่งออกมาอย่างธรรมชาติแต่กลับมีพลังอำนาจอย่างน่าทึ่ง
เฟิ่งเซ่อหมิงยังคงส่ายหัว “หม่อมฉันไม่รู้ หม่อมฉันไม่ได้ทำ...”
ท่านอ๋องจิ่นเหลือบมองสายตาหวาดกลัวของคุณหนูใหญ่ตระกูลเฟิ่ง ยิ่งยืนยันข้อสงสัยที่อยู่ในใจให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
แม้ว่าเขาจะไม่ชอบความประพฤติอันนอกลู่นอกทางผิดประเวณีขององค์รัชทายาท แต่อย่างไรนี่คือองค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรต้าหลี่ ชีวิตเขาจะอยู่หรือตายก็ขึ้นอยู่กับการสืบราชบัลลังก์ เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะมีคนใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ทำให้ราชวงศ์เกิดความวุ่นวาย?
“เสด็จพ่อ ลูกมีเรื่องจะขอ วันนี้เป็นวันเกิดของท่านผู้เฒ่าเจิงแห่งจวนเจิ้นกั๋ว ท่านผู้เฒ่าเจิงได้สร้างคุณูปการให้กับประเทศนี้มามากมาย พระองค์ได้โปรดเห็นแก่ท่านผู้เฒ่าผู้นี้ ส่วนเรื่ององค์รัชทายาทกับคุณหนูตระกูลเฟิ่งค่อยว่ากันทีหลัง” ท่านอ๋องจิ่นเดินไปข้างหน้าและพูดอย่างจริงจังและเด็ดขาด
ความสับสนวุ่นวายปั่นป่วนอยู่ภายในพระทัยขององค์จักรพรรดิในตอนนี้ พระองค์ทั้งโกรธทั้งเกลียดองค์รัชทายาท แต่ถึงอย่างไร เขาก็เป็นองค์รัชทายาท หากพระองค์บันดาลโทสะลงโทษเขาไป ก็เกรงว่าจะดูไม่เป็นธรรม อีกทั้งยังอาจเป็นการทำร้ายจิตใจองค์รัชทายาท และจะยิ่งทำให้ท่านอ๋ององค์อื่น ๆ สบช่องลงมือแย่งชิงอำนาจได้ คำแนะนำของท่านอ๋องจิ่นจึงตรงพระทัยขององค์จักรพรรดิอย่างมาก
“ที่ลูกพูดก็ถูก วันนี้ข้าจะเห็นแก่หน้าผู้เฒ่าเจิง จะไม่ลงโทษเจ้าทั้งสองคน เรื่องนี้ค่อยหารือกันในภายหลัง เห้อ…” องค์จักรพรรดิพูดแล้วจากไป
ท่านอ๋องจิ่นก็ไม่รีรอสาวเท้าเดินออกจากห้องไปเช่นกัน
องค์รัชทายาทถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วล้มลงนั่งกับพื้น
ตอนที่พวกทหารยามพบเจ้าหญิงจิน เฟิ่งซู่หนวนก็ถูกแขวนห้อยหัวอยู่บนต้นไม้ เธอกําลังโคลงเคลงพยายามจะลงมา
เหล่าทหารองครักษ์กำลังจะเดินเข้าไปช่วยเฟิ่งซู่หน่วน แต่ท่านอ๋องจิ่นมองตัวก่อปัญหาด้วยสีหน้าเคร่มขรึมแล้วพูดออกมาด้วยความโกรธว่า "ปล่อยนางห้อยหัวไว้อย่างนี้สักพักแล้วกัน จะได้มีเลือดไปเลี้ยงสมองเสียบ้าง"
เฟิ่งซู่หน่วนหมดคำจะพูด...
กล้าดียังไงมาหาว่าเธอไร้สมอง?
เธอเป็นหญิงสาวอัจฉริยะแห่งศตวรรษที่ 21 เธอเป็นอาจารย์เทควันโดสายดำระดับ 9 ตั้งแต่อายุ 18 ปี สอบเทียบเป็นแพทย์หญิงที่ประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่อายุ26 อัจฉริยะอย่างเธอพันปีถึงจะมีแบบนี้สักคน มีหน้ามาด่าว่าเธอไร้สมองได้ยังไง?
แค่ให้หญิงสาวห้อยหัวอยู่เท่านั้นเอง เธอกลัวหรือ?
“นางเด็กโง่ ใครแขวนเจ้าไว้ที่นี่” ท่านอ๋องถามอย่างใจเย็นโดยเอามือโอบไว้ในอ้อมแขน
ท่านนั่นแหละโง่! โง่บัดซบเลย!
เฟิ่งซู่หน่วนเป็น "ใบ้" จึงไม่ต้องกังวลที่จะต้องอธิบายว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
ท่านอ๋องจิ่นยังรู้สึกว่าตัวเขาเป็นบ้าไปด้วยที่ต้องมาถามซักไซ้คนวิปลาสแบบนี้ ทันใดนั้นเขาก็ดึงดาบในมือของอาจิ่วมาแล้วฟันกิ่งไม้ที่เฟิ่งซู่หน่วนถูกห้อยอยู่ขาดสะบั้นลงจนหญิงสาวตกใจ
เฟิ่งซู่หน่วนนึกว่ามันจะมีฉากในหนังที่พระเอกเข้ามาช่วยสาวงาม แต่ทำไมท่านอ๋องจิ่นถึงเป็นคนที่ไม่โรแมนติคเอาเสียเลย ใช้วิธีโหดเหี้ยมขนาดนี้
ร่างของเฟิ่งซู่หน่วนเป็นอิสระหกล้มหัวคะมำลงกับพื้นด้วยเสียงดังปัง
ให้ตายเถอะ โคตรเจ็บ!
“พระชายา” ชิงอู่ตกใจจนหน้าซีด สาวใช้รีบวิ่งเข้าไปพยุงผู้เป็นนายให้ลุกขึ้น
เฟิ่งซู่หน่วนลุกขึ้นด้วยสภาพใบหน้าที่บวมช้ำ และจ้องมองไปที่ท่านอ๋องจิ่นด้วยสีหน้าคับแค้นใจ
ท่านอ๋องจิ่นเดินนำไป เมื่อเห็นสภาพทุลักทุเลของเฟิ่งซู่หน่วน ชายหนุ่มก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้
“นางเด็กโง่ ฟังข้านะ ข้าจะถามคำถามเจ้า ถ้าข้าพูดถูก เจ้าก็พยักหน้า แต่ถ้าข้าผิด เจ้าก็แค่ส่ายหัว”
เฟิ่งซู่หน่วนจ้องมองชายหนุ่มชุดขาวตรงหน้า บ้าเอ้ย หล่อเกินไปแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวได้เห็นเขาในระยะประชิดขนาดนี้ ผู้ชายคนนี้โคตรหล่อ
หากเขาหลุดไปในยุคของเธอ ผู้หญิงหลายคนคงจะน้ำตาไหล
หล่อเหลางดงามราวกับเทพสวรรค์!
เฟิ่งซู่หน่วนรู้สึกร้อน ๆ ที่จมูก และของเหลวสีแดงร้อนก็ไหลออกมา
“พระชายา เลือดกำเดาไหลหรือเปล่าเพคะ? เจ็บไหมเพคะ?” ชิงอู่สะเทือนใจมากจนน้ำตาไหล
นางรู้ได้อย่างไรว่าเจ้านายของนางเวลาเจอผู้ชายหล่อเลือดลมจะแปรปรวนหายใจถี่ เร่าร้อนด้วยความปรารถนาจะสภาพเป็นแบบนี้?
ริมฝีปากของท่านอ๋องจิ่นกระตุกขึ้น “ไม่มีทาง เจ้าล้มแค่นี้ถึงกับเลือดไหลเลยหรือ?” แวบหนึ่งในใจแอบตำหนิตัวเอง ถึงยังไงนางก็เป็นผู้หญิง ร่างกายนางก็อ่อนแอ เขาทำกับนางเกินไปหรือเปล่า?
แต่ทว่า
เมื่อเขาเห็นน้ำลายไหลที่มุมริมฝีปากของนาง ชายหนุ่มก็สะดุ้งรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยทันที