ตอนที่ 377
บทที่ 377 เธอเป็นคุณน้าที่แปลกประหลาด
October 21, 2026
เสิ่นเหลียงยิ้มจนปากถึงรูหูจนหุบไม่ลงแล้ว กระทั่งยังอยากจะเอื้อมมือไปลูบใบหน้าของตนเอง
แต่เธอก็อดทนเอาไว้ได้
เพราะว่าเฉินถิงเซียวยังอยู่ตรงด้านหน้าด้วย
“ค่ะ หนูก็น่ารักมากค่ะ” เสิ่นเหลียงคงได้รับผลกระทบจากเฉินมู่ไปด้วย พอพูดจาออกมาเลยบีบเสียงตนเองลง น้ำเสียงตอนท้ายมีเสียงสูงขึ้น มีความหมายเอาใจอยู่เล็กน้อย
ยากมากนักที่เฉินมู่จะยิ้มอย่างเขินอายออกมา “คริ ๆ”
จากนั้นก็ยื่นมือออกไปจับหน้าตนเอง ตอนที่จับหน้าตนเองนั้น ก็อดใจวางตะเกียบลงไม่ไหว
ถือว่าเป็นเจ้าตัวน้อยนักกินตัวยงจริงๆ เลย
ตอนที่เฉินถิงเซียวคลุกเข้าและยื่นมาทางด้านหน้าของเฉินมู่นั้น เขาก็สังเกตเห็น “แววตาที่ถ่ายทอดความรู้สึกผ่านกัน” ของเฉินมู่กับเสิ่นเหลียงพอดี
เฉินถิงเซียวไม่แสดงอาการสงสัยเลยสักนิด ถ้าเขาเดินออกไปไม่กี่วินาที ผู้หญิงคนนี้ก็จะอุ้มตัวเฉินมู่หนีไปทันที
เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย น้ำเสียงเย็นชากว่าเมื่อครู่เป็นไหน ๆ “มีธุระอะไรอีกไหม?”
“.... คะ?” เมื่อครู่พวกเขายังพูดกันอยู่ดีๆ ว่าเคยรู้จักกันมาก่อนอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?
ทว่าตอนนี้น้ำเสียงของเฉินถิงเซียว ต้องการไล่เธอไปซะงั้น?
ทันใดนั้น วินาทีต่อมาเธอก็ได้ยินเฉินถิงเซียวพูด “ไม่มีธุระอะไร คุณก็ไปได้แล้ว”
“ท่านประธานใหญ่ ฉัน...” ยากนักที่เสิ่นเหลียงจะมาเจอกับเฉินถิงเซียวสักครั้ง และไม่อยากจากไปแบบนี้แน่นอน
ก่อนหน้านี้ ตอนเธอรู้ว่ามู่น่อนน่อนกับเฉินถิงเซียวต่างสูญเสียความทรงจำทั้งคู่ ในใจก็คิดจะไม่บอกกับมู่น่อนน่อนในเรื่องระหว่างเธอกับเฉินถิงเซียว
แต่ว่า พอเธอมาเห็นเฉินมู่แล้ว
เฉินมู่เป็นลูกสาวแท้ๆ ของมู่น่อนน่อน เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเธออยู่ในร่างกาย
แม้ว่ามู่น่อนน่อนจะมีพรหมลิขิตกับเฉินถิงเซียวอยู่แค่นี้ก็ตาม แต่ว่ามู่น่อนน่อนกับเฉินมู่ก็ต้องยอมรับความเป็นแม่ลูกกัน
มู่น่อนน่อนเองก็มีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าตัวเองมีลูกสาว
เฉินมู่เองก็มีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าใครคือแม่บังเกิดเกล้าของเธอ
เด็กหน้าตาน่ารักขนาดนี้ เธอก็ควรได้รับทุกอย่างที่คู่ควร รวมถึงความรักของแม่ด้วย
เฉินถิงเซียวเห็นว่าเสิ่นเหลียงยังไม่ยอมไป เลยพูดจาข่มขู่ออกมา “คุณเป็นบุคคลสาธารณะ ไม่คำนึงภาพพจน์ตัวเองสักหน่อยเลยเหรอ?”
ไม่รอให้เสิ่นเหลียงมีปฏิกิริยาตอบโต้กลับ เฉินถิงเซียวก็หยิบโทรศัพท์ออกมา ราวกับเตรียมโทรหายาม
เสิ่นเหลียงกัดฟัน จากนั้นก็ใช้มือทุบลงบนโต๊ะอาหาร แถมน้ำเสียงจริงจังมาก “ฉันขอพูดแค่ประโยคเดียวแล้วจะออกไป”
เฉินถิงเซียวเงยหน้ามองเธอ
เสิ่นเหลียงกลืนน้ำลายลงคอ และพูดต่อ “แม่ที่ให้กำเนิดเฉินมู่ไม่ใช่ซูเหมียน พี่สาวคุณกำลังโกหกคุณอยู่”
เมื่อเห็นสีหน้าของเฉินถิงเซียวที่ยิ่งเย็นชาขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่เธอสามารถพูดได้มากที่สุดในเวลานี้ก็ทำได้เพียงเท่านี้
เมื่อก่อนเพราะมู่น่อนน่อน เฉินถิงเซียวถึงได้เกรงใจเธออยู่บ้าง
แต่ว่าตอนนี้ เสิ่นเหลียงไม่กล้ารับประกันได้เลยว่าเธอจะอยู่ที่นี่ต่อไป แต่หลังจากที่ยั่วโมโหเฉินถิงเซียวแล้ว เขาจะลงมือทำอะไรบ้าง
เสิ่นเหลียงพูดจบ ก็หันตัวและเดินสาวเท้าออกมาอย่างรวดเร็ว
เฉินมู่ที่เพิ่งรู้ตัวภายหลังก็เงยหน้าขึ้น เธอมองยังตำแหน่งที่เสิ่นเหลียงกำลังยืนอยู่ จากนั้นก็ยกนิ้วอวบอ้วนเล็กๆ ชี้และพูดออกมา “พี่สาวคนสวยล่ะคะ?”
มุมปากของเธอยังมีเม็ดข้าว และคราบอาหารที่เปรอะเปื้อนอยู่บริเวณมุมปาก
เฉินถิงเซียวเอื้อมมือออกไปช่วยเช็ดให้เธอด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ เฉินมู่ไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการ จึงเกิดอาการอยู่ไม่นิ่ง และหันซ้ายหันขวาเพื่อต้องการหาเสิ่นเหลียง
ฝ่ามือใหญ่ของเฉินถิงเซียวยื่นออกไป และจัดการตรึงศีรษะเล็กๆ ของเธอเอาไว้ เพื่อเป็นการบังคับให้เฉินมู่สบตาเขา
เฉินมู่อ้าปากเล็กน้อย พร้อมทั้งกะพริบตามองเขา “พี่สาวคนสวยไปไหนแล้วคะ?”
เฉินถิงเซียวพูดแก้คำเธอ “นั่นไม่ใช่พี่สาวคนสวย”
เฉินมู่ย่นคิ้ว “เธอสวยนะคะ”
หัวคิ้วของเฉินถิงเซียวค่อยๆ เลิกขึ้นเล็กน้อย “เธอเป็นคุณน้าที่แปลกประหลาด”
ตอนแรกเขาก็ไม่ได้รู้สึกปฏิเสธอะไรกับเสิ่นเหลียง แต่พอเสิ่นเหลียงเอาแต่จับจ้องเฉินมู่แล้ว
ผู้หญิงตอนนี้แปลกประหลาดจริงๆ เลย ถ้าไม่ใช่พุ่งมาหาเขา ก็พุ่งมาที่ลูกเขาแทน
“เธอสวย...”
เฉินมู่อยากจะโต้กลับ แต่กลับถูกคำพูดของเฉินถิงเซียวพูดแทรกแทน “พูดตามนะ เธอคือ คุณน้า คน แปลกประหลาด”