ตอนที่ 378
บทที่ 378 เป็นเพื่อนบ้านกัน
October 21, 2026
ตอนที่สือเย่จะออกไปนั้น พลันหันกลับมามองเฉินถิงเซียวอย่างอดใจไม่ไหว
ประจวบเหมาะกับเห็นเฉินถิงเซียวกำลังนั่งปอกไข่ต้มให้เฉินมู่อยู่
ก่อนหน้าที่จะเจอกับมู่น่อนน่อน คำว่า “เอาใจใส่” กับ “ดูแลคน” คำพวกนี้ มันไม่เกี่ยวพันกับเฉินถิงเซียวเลยสักนิด
ทว่าเวลานี้ ตอนที่เฉินถิงเซียวดูแลเฉินมู่อยู่นั้น เห็นได้ชัดว่าคล่องแคล่ว และเป็นธรรมชาติที่สุด
นอกจากอำนาจของราชานักธุรกิจและคุณชายสูงส่งในตระกูลมหาเศรษฐีที่อยู่บนตัวของแล้ว และก็มีความหนักแน่นในฐานะของคนเป็นพ่อที่เพิ่มขึ้นมา
แม้ว่าเอามาเปรียบเทียบกับคนส่วนใหญ่แล้ว เฉินถิงเซียวจะยอดเยี่ยมและประสบความสำเร็จอย่างเพียบพร้อมแล้ว แต่เขาก็ยังคงเปลี่ยนแปลงไป
ก็แค่ ความเที่ยงตรงของโชคชะตา มันกลับปรากฏขึ้นในหนทางฝั่งอยุติธรรมตั้งแต่แรก
สือเย่ไม่ได้อยู่นาน แค่หันมามองไม่กี่วินาทีก็เดินจากไป
เรื่องของมู่น่อนน่อน เขาเคยได้ยินกู้จือหยั่นพูดถึงอยู่
เขาออกจากโรงแรมจีนติ่ง ทั้งขับรถออก และโทรศัพท์หากู้จือหยั่นไปด้วย เพื่อสอบถามที่อยู่ของมู่น่อนน่อน
สือเย่ขับรถไปยังหมู่บ้านที่มู่น่อนน่อนพักอาศัยอยู่
เขาจอดรถอยู่ข้างถนน ฝั่งตรงข้ามทางเข้าของหมู่บ้าน
เขาไม่ได้ลงจากรถทันที แต่กลับนั่งอยู่ในรถอยู่สักพัก ก็เห็นว่ามู่น่อนน่อนเดินออกมาจากหมู่บ้านนั่นแล้ว
วันนี้เธอใส่เสื้อสเวตเตอร์สีขาวกับกางเกงยีน แม้จะผอมกะหร่องก็ตาม แต่ก็เห็นว่ามีชีวิตชีวาไม่เลวทีเดียว
หลังจากเกิดเหตุระเบิดขึ้นบนเกาะเล็กๆ ในปีนั้น สือเย่กับกู้จือหยั่นต่างก็คิดว่ามู่น่อนน่อนคงไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว
แต่เวลานี้เห็นมู่น่อนน่อนยืนมีชีวิตอยู่ตรงนั้น สือเย่ก็รู้สึกว่าลำคอตีบจนเกิดอาการลำบากใจอยู่บ้าง
เขาพยายามตั้งสติ จากนั้นก็เปิดประตูรถและเดินลงไป และมุ่งไปทางมู่น่อนน่อนทันที
“สวัสดีครับคุณ?” สือเย่เอ่ยปากถามมู่น่อนน่อนเป็นการลองเชิง
มู่น่อนน่อนหันกลับมามองเธอ “สวัสดีค่ะ มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?”
สายตาของสือเย่หยุดค้างอยู่ที่ใบหน้าของมู่น่อนน่อนอยู่แวบเดียว จากนั้นก็เริ่มเปลี่ยนท่าทางอย่างรวดเร็ว และทำน้ำเสียงมีมารยาทที่เพิ่งเคยเจอหน้ากันครั้งแรก “คือแบบนี้ครับ ผมอยากสอบถามสักหน่อย ช่วงนี้ที่หมู่บ้านนี้มีขายบ้านบ้างไหมครับ?”
“เรื่องนี้ฉันก็ไม่รู้เรื่องเลยค่ะ คุณสามารถไปติดต่อที่ฝ่ายขายได้โดยตรง เดี๋ยวฉันเอาโทรศัพท์ของฝ่ายขายให้คุณนะคะ”
มู่น่อนน่อนรู้สึกว่าคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าเป็นคนใจดี พลันหยิบโทรศัพท์เพื่อค้นหาเบอร์โทรของฝ่ายขาย และบอกกับสือเย่
สือเย่เมมเบอร์โทรศัพท์เอาไว้ และพูดออกมาจากใจ “ขอบคุณครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ” มู่น่อนน่อนพูดจบ ก็หันตัวเดินจากไปทันที
ส่วนสือเย่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม และมองแผ่นหลังของมู่น่อนน่อนที่หายไปท่ามกลางฝูงชน ถึงได้ดึงสายตากลับมา
คุณหญิงเฉินไม่รู้จักเขาจริงๆ แล้ว...
นอกจากร่างกายที่ผอมแห้ง ดูเหมือนว่าจะไม่ได้เปลี่ยนไปมากจากเมื่อก่อนเลย แต่ว่านิสัยอ่อนโยนขึ้นเป็นกองเลย
เมื่อก่อนดูเหมือนว่ามู่น่อนน่อนเป็นคนอ่อนโยนมาก แต่กลับแผ่รัศมีไหวพริบเฉียบแหลมคมจากนิสัยออกจากมาตัวอยู่ตลอด ราวกับสามารถหักมุมทำร้ายเธออยู่ได้ตลอดเวลา
อาจจะเป็นเพราะว่าความทรงจำอันหนักหน่วงนั้นมันได้หายไป จนทำให้เธอเป็นคนง่ายๆ ขึ้นเยอะ
สือเย่ได้แต่ส่ายหน้าไปมา และเรียกสติจากความคิดกลับมา
เฉินถิงเซียวให้เขาไปสืบเรื่องของมู่น่อนน่อน ถ้าเกิดรู้เรื่องนี้เข้า หรือพบเจอกับมู่น่อนน่อนเข้าแล้วล่ะ
เขารู้สึกว่า เรื่องที่สองนี้มีความเป็นไปได้มาก
ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาของเฉินถิงเซียว คนที่ใกล้ชิดที่สุดก็คือเฉินจิ่งหยุ้น
เฉินจิ่งหยุ้นจะไปพูดถึงมู่น่อนน่อนได้อย่างไรกัน
ถ้าเฉินถิงเซียวความทรงจำกลับคืนมา และรู้เรื่องที่เฉินจิ่งหยุ้นเห็นมู่น่อนน่อนจะตายต่อหน้าต่อตาแต่ไม่ยอมลงมือเข้าช่วย ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะจัดการกับเฉินจิ่งหยุ้นอย่างไร
……
ในปีที่มู่น่อนน่อนแต่งงานกับเฉินถิงเซียวนั้น ตอนที่ไปยังวิลล่ากลางหุบเขากับเฉินถิงเซียวเป็นครั้งแรกนั้น สือเย่ก็ได้สืบเรื่องเธออย่างทุกซอกทุกมุม
ผ่านมา 3-4 ปี ไม่คิดเลยว่าเขาจะมาทำเรื่องนี้ซ้ำอีกครั้ง
คนที่ส่งเขาให้คนทำเรื่องนี้ ก็ยังเป็นเฉินถิงเซียวคนเดิม
เรื่องนี้มันทำให้เขามีความรู้สึกมึนงง วงล้อแห่งโชคชะตาเหมือนหมุนวนกลับมาตอนที่มู่น่อนน่อนเพิ่งจะแต่งงานกับเฉินถิงเซียวเลย