ตอนที่ 488
บทที่ 488 นี่คือทางไปบ้านของเรา
October 21, 2026
สุดท้ายเสียงโต้แย้งของทั้งคู่ได้หายสาบสูญอยู่ในจูบนี้
เฉินถิงเซียวเป็นคนที่แข็งกร้าวและเอาแต่ใจมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แถมแรงของเขาเยอะมาก มู่น่อนน่อนจะขัดขืนออกได้ยังไง
ก็ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ในที่สุดเฉินถิงเซียวถึงได้ปล่อยมือเธอ
มู่น่อนน่อนโกรธจนตัวสั่น เธอยกมือขึ้นอยากจะทุบตีไปที่เขา
แต่พอยกมือขึ้น วินาทีต่อมาก็ได้เอามือลงอีก
หลายปีมานี้ทั้งสองผ่านมาไม่ง่ายเลย เรื่องนี้ยังไม่ทันจบอีกเรื่องก็แทรกเข้ามาอีก ถึงจะโกรธมากแค่ไหน เธอก็ยังลงไม้ลงมือกับเฉินถิงเซียวไม่ได้อยู่ดี
มู่น่อนน่อนดึงมือตัวเองกลับ และได้ถามคำถามที่ก่อนหน้านี้เคยถามอีกรอบนึง:“คุณจำได้หมดแล้วใช่มั้ย?”
“ไม่ใช่”เฉินถิงเซียวตอบอย่างรวดเร็วมาก
มู่น่อนน่อนสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย เฉินถิงเซียวเหมือนจะรู้สึกได้ถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงของเธอ จึงได้พูดเสริมอีกคำว่า:“ไม่ใช่ทั้งหมด”
มู่น่อนน่อนเอียงศีรษะมองเขา เสียงเย็นชาเล็กน้อย:“จำอะไรขึ้นมาได้บ้างแล้ว?”
เฉินถิงเซียวขยับริมฝีปาก หยุดชะงักไปหลายวิถึงส่งเสียงออกมา:“จำตอนที่อยู่จีนติ่งคนอื่นวางยาผมและครั้งแรกของเราได้”
มู่น่อนน่อนอึ้ง สีหน้าค่อนข้างอึดอัด เธอเม้มปากแล้วถามโดยตรง:“ยังมีอีกล่ะ?”
“จำได้แค่นี้แหละ”เฉินถิงเซียวจ้องมองเธอไว้ แววตาลุ่มลึก จ้องมองเธออย่างไม่คลาดสายตา
มู่น่อนน่อนสบตากับเขาไปหลายวิ ก็ได้เคลื่อนย้ายสายตาออกแล้ว
เธอเชื่อว่าที่เฉินถิงเซียวพูดคือความจริง
เพราะเฉินถิงเซียวไม่จำเป็นต้องโกหก
จำครั้งแรกของพวกเขาได้……
นั่นก็หมายความว่า จำความรักของพวกเขาสองคนได้ ถึงว่าล่ะหลายวันนี้ถึงได้เอาใจใส่ขนาดนี้
พอมาคำนวณอย่างละเอียดแล้ว ที่จริงเฉินถิงเซียวก็ไม่ได้ทำอะไรมาก แต่เมื่อเทียบกับเขาในก่อนหน้านี้ ถือว่าได้เอาใจใส่มากแล้ว
สำหรับเรื่องของเฉินถิงเซียว มู่น่อนน่อนได้เตรียมใจที่จะรอคอยตั้งนานแล้ว ความผิดปกติของเขาในหลายวันนี้ ถึงแม้ในใจเธอรู้สึกอยู่ลางๆว่าเขาจำอะไรได้ แต่กลับไม่กล้าไปคิดว่าเขาจำได้หมดเลยหรือเปล่า
คงจะเพราะชินกับเฉินถิงเซียวในแบบนี้แล้ว จึงไม่กล้าเพ้อฝันว่าเฉินถิงเซียวในเมื่อก่อนจะกลับมา
เพราะฉะนั้น ตอนที่เฉินถิงเซียวพูดออกมาว่าไม่ใช่ทั้งหมด มู่น่อนน่อนกลับยอมรับได้อย่างง่ายดาย
เธอมองนอกหน้าต่าง พร้อมถามเฉินถิงเซียวว่า:“ทำไมไม่บอกฉันคะ?ในเมื่อจำได้แล้ว ทำไมไม่บอกฉัน?”
เธอรอไปสักพัก ก็ไม่ได้คำตอบจากเฉินถิงเซียว
มู่น่อนน่อนหันหน้ามาก็เห็นเฉินถิงเซียวกำลังจ้องมองเธออยู่ สายตาเพ่งมองอยู่ที่บนตัวเธออย่างจดจ่อมาก
จนกระทั่งมู่น่อนน่อนหันหน้ามาสบตากับเขา จู่ๆเหมือนเขาถึงดึงสติกลับมายังไงอย่างงั้น แววตาลุกลี้ลุกลนเล็กน้อย แต่กลับไม่ได้ส่งเสียงออกมา
ไฟที่อยู่ในใจมู่น่อนน่อนได้ลุกขึ้นมาอีก
เธอกัดริมฝีปากแล้วพูด:“คุณไม่อยากพูดก็ช่าง รอให้คุณอยากพูดค่อยพูด เรามาคุยเรื่องของลี่จิ่วเชียนต่อ ไม่ว่าคุณคิดกับเขายังไง คุณคิดว่าเขามีจุประสงค์อะไร แต่เขาได้ช่วยชีวิตฉันไว้ จุดนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เขาเป็นผู้มีพระคุณของฉัน”
เดิมทีเธอคิดอยู่ตอนที่เฉินถิงเซียวฟื้นคืนความทรงจำจะต้องเพิกเฉยเขาหน่อย ให้เขาก็ได้รับรู้ความรู้สึกที่เธอเคยได้รับรู้หน่อย
แต่จู่ๆเฉินถิงเซียวได้ฟื้นคืนความทรงจำกลับมาได้บ้าง เวลาคับขันแบบนี้ พวกเขากลับมาทะเลาะกัน
พวกเขาได้ทะเลาะกันเพราะลี่จิ่วเชียน
ปกติเธอล้วนจะไปมองปัญหาอยู่ในจุดยืนของเฉินถิงเซียว เธอรู้เรื่องที่เขาเคยประสบพบเจอมาในสมัยยังเด็ก เข้าใจนิสัยด้านที่เศร้าหมองของเขา เพราะฉะนั้นในหลายๆเรื่องเธอสามารถเข้าใจเขาได้
แต่เรื่องของลี่จิ่วเชียน เธอจะไม่ยอมถอยแน่นอน
ไม่ว่าการโผล่มากะทันหันของลี่จิ่วเชียนในสามปีก่อน หรือว่าช่วยเธอเมื่อสามปีก่อน และเขาดูแลเธอมาสามปี……
เรื่องพวกนี้ ล้วนมีจุดที่ไม่สอดคล้องกับตรรกะ
เขาเหมือนจงใจช่วยเธอไป และซ่อนเอาไว้ไม่ให้คนพบเห็น
แต่กลับไม่ขัดขวางคนอื่นหาเธอเจอ ดูออกว่าเป็นเธอ กลับกันยังได้พาเธอมาใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองหู้หยาง ไม่ได้จงใจหลีกเลี่ยงสถานที่นี้
ลี่จิ่วเชียน ตั้งแต่ต้นจนจบคนๆนี้ล้วนแฝงด้วยความแปลกประหหลาด